แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
เที่ยวอนุรักษ์
เที่ยวอนุรักษ์

ร่วมอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทย

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ร่วมอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทย
ดร.โรเบิร์ต มาร์เธอร์ ผู้จัดการอาวุโส WWF ร่วมลงนามอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนในกับ นายสารัชถ์ รัตนวะดี กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท กัลฟ์ อิเลคตริก จำกัด (มหาชน) โดยมี นายสุวัช สิงห์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นสักขีพยานกิติมศักดิ์พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจากสี่จังหวัดพื้นที่ชายฝั่งเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา
WWF ประเทศไทย และ บริษัท กัลฟ์ อิเลคตริก จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือใน โครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนใน เพื่อร่วมอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินตามธรรมชาติของโลมาอย่างมีส่วนร่วม โดยเฉพาะโลมาอิรวดี ซึ่งถือเป็นสัตว์คุ้มครองที่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนารถ ตามพระราชประสงค์ให้ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์หายากชนิดนี้อีกด้วย ทั้งนี้พื้นที่การทำงานของโครงการครอบคลุมบริเวณ 5 ปากแม่น้ำสำคัญ คือ บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลองและเพชรบุรี เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกรมทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ
“WWF ประเทศไทยมีแผนกลยุทธ์ในการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยและชนิดพันธ์ที่ใกล้สูญพันธ์ในอ่าวไทยตอนใน อย่างเช่นโลมาอิรวดี ซึ่งถือเป็นสัตว์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถปรับตัวได้ทั้งน้ำทะเล น้ำกร่อยและน้ำจืดที่ห่างจากชายฝั่งหลายร้อยกิโลเมตร” ดร. โรเบิร์ต มาร์เธอร์ ผู้จัดการอาวุโส Living Mekong Programme ของ WWF กล่าว
“ในแม่น้ำโขง เราพบโลมาอิรวดีอาศัยอยู่ที่แม่น้ำโขงตั้งแต่ชายแดนลาว ถึงเมืองคาร์เช ในเขมร ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่ง WWF เราดำเนินโครงการอนุรักษ์โลมาคล้าย ๆ กับโครงการนี้ คือทำวิจัยเพื่อทำฐานข้อมูลซึ่งจะนำมาสู่การวางแผนการจัดการที่ถูกต้อง ให้มีการศึกษาและสร้างจิตสำนึก สุดท้ายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในรูปแบบที่เหมาะสม ในปี 2548 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมโลมา แม่น้ำโขงที่เมืองคาร์เชกว่า 10,000 คน และชาวกัมพูชาอีกกว่า 90,000 คน”
ผู้จัดการอาวุโส ของ WWF กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ดังนั้นกระผมมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ WWF ประเทศไทยกำลังจะดำเนินงานอนุรักษ์โลมาอิรวดีในอ่าวไทยตอนในอีกด้วย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนท้องถิ่นในอนาคตอันใกล้นี้”
“โครงการอนุรักษ์โลมา ฯ นี้จะเป็นการสร้างจิตสำนึกแก่คนรุ่นใหม่ในการหวงแหนสิ่งแวดล้อมและจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในภายภาคหน้า” นายสารัชถ์ รัตนวะดี กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท กัลฟ์ อิเลคตริก จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือ “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม“
 

“เรื่องของงานอนุรักษ์เราไม่สามารถเฉพาะเจาะจงอยู่เพียงหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดคงไม่ได้ จึงนับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่เห็นความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาช่วยกันทำงานด้านนี้” นายสุวัช สิงห์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวยินดีต่อโครงการ

“โลมาอิรวดีทั่วโลกนี่ มีปริมาณเหลืออยู่น้อยเต็มที คิดว่าน่าจะไม่เกิน 2000 ตัว อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย เขมร พม่า อินเดีย สาเหตุที่ปริมาณโลมาลดน้อยลง ก็คือ ถิ่นที่อยู่อาศัยที่เสื่อมโทรม การจับปลาที่มากเกินไป ทำให้จำนวนปลาที่เป็นอาหารของโลมาลดน้อยลง” รองปลัดฯ กล่าวถึงภัยคุกคามของโลมาทิ้งท้าย

โครงการนี้มุ่งเน้นการทำงานอย่างมีส่วนร่วมใน 4 ส่วนงานหลัก ๆ คือ การสำรวจวิจัยโลมา การศึกษาการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งและทะเล การสร้างจิตสำนึกแก่เด็กและเยาวชน และการสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายของการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของโลมา...สัตว์ที่ถือเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งทะเลและแม่น้ำ ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประชาชนตลอดแนวชายฝั่งและประเทศไทย

 ข้อมูลจาก www.wwfthai.org



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง