แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
เที่ยวอนุรักษ์
เที่ยวอนุรักษ์

เมื่อแพนด้าร่วมสำรวจแพนด้า

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ความหวังใหม่ในป่าไผ่ เมื่อแพนด้าร่วมสำรวจแพนด้า

กฤษกร วงค์กรวุฒิ ... เรื่อง
 WWF ประเทศไทย ... ภาพ

      สวนสัตว์เชียงใหม่ เพิ่งจัดวันเกิดครบ 4 ขวบให้กับช่วง ช่วง หมีแพนด้าผู้เป็นขวัญใจของเด็กๆ ทั่วประเทศ (รวมทั้งหวานใจของหลินฮุ่ยด้วย) ไปเมื่อเร็วๆ นี้ แพนด้าทั้งคู่เป็นแพนด้าที่ถือกำเนิดในกรงเลี้ยง จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับการถูกคนจำนวนมากมามะรุมมะตุ้ม แต่สำหรับแพนด้าในป่าธรรมชาติแล้ว การจะได้พบเห็นตัวจริงๆ เป็นเรื่องยากไม่น้อย รัฐบาลจีนถือว่างานสำรวจแพนด้าในธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติทีเดียว จึงมีการระดมนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของรัฐ ตลอดจนอาสาสมัคร และที่สำคัญขาดไม่ได้ก็คือ เจ้าหน้าที่จาก WWF ประเทศจีน ที่มาช่วยสนับสนุนในด้านอุปกรณ์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะการใช้ครื่องกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม หรือจีพีเอสในการติดตาม ลองมาดูกันครับว่า การสำรวจประชากรหมีแพนด้าในธรรมชาติแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ของจีน เราได้ความรู้ใหม่ๆ อะไรบ้าง

     ทีมสำรวจชาวจีนบอกว่า การสำรวจแพนด้าคราวนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคน กับเครื่องมืออิเลกทรอนิค คณะสำรวจนับร้อยคน ใช้เวลา 3 ปี สำรวจพื้นที่ 23,000 ตร.กม. ในป่าแถบภูเขาตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มแม่น้ำแยงซี

     แม่น้ำเจ้าพระยาสำคัญต่อประเทศไทยของเราอย่างไร แม่น้ำแยงซี ก็มีความสำคัญเฉกเช่นนั้น เพียงขยายสัดส่วนขึ้นไปอีกหลายสิบเท่า จึงถือได้ว่า แม่น้ำแยงซี เป็นหัวใจของจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งในทางภูมิศาสตร์  และเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

     สภาพธรรมชาติตลอดแนวแม่น้ำแยงซี มีสัตว์ป่าที่หายาก สัตว์เฉพาะถิ่น และสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ตลอดจนพันธุ์พืชที่น่าสนใจอีกไม่น้อย ที่สำคัญสุดๆ ก็คือ แพนด้า นั่นเอง

     แม่น้ำแยงซีสำคัญสำหรับชาวจีนมากเท่าไร ก็เป็นเคราะห์ร้ายของสัตว์โลกผู้น่ารักชนิดนี้มากเท่านั้น เพราะคนกว่า 400 ล้านคนที่แห่เข้ามาทำมาหากินบนที่ราบสองฝั่งแม่น้ำมาตั้งแต่อดีตกาล ผลประโยชน์มหาศาลจากลำน้ำแยงซีในรูปของการประมง และเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การคมนาคมขนส่ง กระแสไฟฟ้าพลังน้ำ แหล่งน้ำกินน้ำใช้ ตลอดจนการท่องเที่ยว ทำให้มีการคุกคามแพนด้าอย่างรุนแรง ทั้งการล่าโดยตรง และการทำลายถิ่นอาศัย

     รัฐบาลจีน สำรวจแพนด้ามาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกทำไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อน คือระหว่างปีพ.ศ. 2516 - 2519 ได้ข้อมูลว่า มีหมีแพนด้าในธรรมชาติประมาณ 1,050 - 1,100 ตัว ส่วนการสำรวจครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในระหว่างปี พ.ศ.2527 - 2530 ในครั้งนั้น WWF ได้เข้ามาร่วมสนับสนุน ผลการสำรวจได้ข้อมูลว่าประชากรหมีแพนด้าในธรรมชาติลดลงเหลือไม่เกิน 1,000 ตัว และจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าป่าที่เป็นถิ่นอาศัยของแพนด้า ลดลงถึง 50%

     สำหรับการสำรวจครั้งล่าสุดที่เริ่มสำรวจมาตั้งแต่ปี 2541 โดยความร่วมมือระหว่าง WWF กับ กระทรวงบริหารจัดการป่าไม้แห่งรัฐของจีน กล่าวได้ว่า เป็นการสำรวจที่มีความพร้อมที่สุด ทั้งในด้านคณะสำรวจ และเครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งคณะสำรวจแสดงความมั่นว่าจะนับจำนวนแพนด้าในธรรมชาติให้ได้ทุกตัวโดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีอยู่ ทำให้ผลการสำรวจครั้งนี้ มีความแม่นยำสูง และจากการสำรวจใหม่หนนี้ มีข่าวดีว่า หมีแพนด้าในธรรมชาติเพิ่มขึ้นกว่า 40% หรือ 1600 ตัว และยังมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับพื้นที่ป่าที่แพนด้าอาศัยอยู่ ตลอดจนป่าไผ่ที่เป็นอาหารของแพนด้าด้วย  การสำรวจได้ชี้ชัดลงไปถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้แพนด้าลดลงว่ามาจาก การตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์

     โครงการสำรวจครั้งที่ 3 นี้ มีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมกว่า 170 คน นักสำรวจภาคสนาม และนักวิชาการด้านสัตว์ป่า ได้ร่วมกันเสาะค้นเทือกเขาอันห่างไกล ในมณฑลเสฉวน ซานซี และกวางซู หนึ่งในทีมสำรวจรวมไปถึง หลี่ เซี่ยง เฝง

     หลี่ เป็นลูกชายคนตัดไม้ เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเสียงเลื่อยยนต์ พ่อของเขาเป็นคนตัดไม้มือฉมังในเขตที่เป็นบ้านของแพนด้า  “ถ้าไม่มีแพนด้าเหลืออยู่ ผมก็คงไม่มีงาน”  เขาว่า

     พ่อของหลี่เคยทำงานกับบริษัททำไม้ หลังจากที่รัฐบาลจีนยกเลิกการทำไม้ในปี 2540 ฐานะของครอบครัวก็เริ่มคลอนแคลน หลี่ จึงไปสมัครงานกับเขตสงวนธรรมชาติหลาวเซียงเชง  ซึ่งตั้งอยู่ที่เชิงเขาด้านใต้ของเทือกเขาควินหลิง ในจังหวัดชานสี หลาวเซียงเชง เป็นเขตสงวน 1 ใน 40 แห่ง ที่มีแพนด้าอาศัยอยู่ แต่สภาพโดยรวมก็เหมือนๆ กับพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่งในจีน คือ ขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็นในการติดตามแพนด้า

    “ก่อนเริ่มงานสำรวจแห่งชาติ เราเฝ้าติดตามแพนด้าเองด้วยวิธีง่ายๆ ไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูล เราไม่มีเครื่องมืออะไรเลย นอกจากตา1 คู่ และเท้าทั้งสอง” หลี่ เล่าถึงการทำงาน

     เขา และเจ้าหน้าที่จากเขตสงวนต่างๆ ต้องเข้ารับการอบรมภาคสนามอย่างเข้มข้นถึง 10 วัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานใหญ่ในครั้งนี้ การอบรมนี้รวมไปถึงการเรียนรู้โครงสร้างทางสรีระของแพนด้า การจำแนกชนิดของสัตว์ในธรรมชาติ การใช้เครื่องกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม หรือ จีพีเอส และทักษะการใช้ชีวิตในป่า

     ระหว่างการสำรวจ หลี่ และคนนำทาง ทำเหมือนๆ ทุกวัน คือ ตื่นออกไปติดตามดูแปลงสำรวจตั้งแต่ 6โมงเช้า ใช้ระบบติดตามด้วยดาวเทียมในการบันทึกเส้นทาง และตำแหน่งสำคัญขณะออกสำรวจ การปฏิบัติเช่นนี้ ทำให้หลี่ได้พบร่องรอยของแพนด้ายักษ์ และสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์อื่นๆ

     ตลอดระยะเวลานับเดือน พวกเขาพบร่องรอยแพนด้าทุกวัน “วันใดที่ไม่ได้พบ ถือว่าโชคร้าย พวกเราต้องรีบอาบน้ำล้างโชคร้ายกันเป็นการใหญ่” นอกจากหาร่องรอยแพนด้าแล้ว หลี่ยังต้องเก็บ”อึ”แพนด้ากลับมาด้วย

     หลี่ทำงานประสานกับศูนย์ปฏิบัติงาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เทคนิค คอยรับรายงาน และบันทึกข้อมูลทั้งหมดจากหน่วยลาดตระเวน  เพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในระบบข้อมูลภูมิประเทศ หรือ จีไอเอส  ในส่วนของถิ่นอาศัยของแพนด้าที่พบเพิ่มขึ้น

     แม้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคมากมาย แต่การจำแนกแพนด้าแต่ละตัวกลับต้องใช้วิธีง่ายๆ นั่นคือ นับเศษชิ้นไม้ไผ่จากอึของแพนด้าที่ทีมสำรวจของหลี่นำกลับมา ทั้งนี้แพนด้าแต่ละตัวจะทิ้งร่องรอยการกัดไม้ไผ่ หรือเศษไผ่ในอึแตกต่างกัน เหมือนกับเป็นการลงลายเซนต์เอาไว้ในกองอึ ยังไงยังงั้น

     ต่างจากช่วงช่วง และหลินฮุ่ย แพนด้าในธรรมชาติเป็นสัตว์ขี้อาย จึงพบเห็นตัวได้ยากยิ่ง เวลา 3 ปีในการติดตามร่องรอยในป่า หลี่ได้พบแพนด้าตัวจริง เพียงหนเดียว เขาเล่าว่า “ทีแรกเลย ผมเห็นรอยเท้าแพนด้าก่อน ต่อมาก็ร่องรอยการกัดกินต้นไผ่ที่ยังใหม่มากๆ จึงย่องเข้าไปตามเส้นทางที่พวกแพนด้าใช้ และเข้าไปถึงบริเวณที่เป็นรังของแพนด้า มันมีรอยใหม่ๆ เต็มไปหมด จนดูเหมือนเจ้าของน่าจะอยู่แถวๆ นั้น แต่ป่าทึบมากผมจึงต้องปีนต้นไม้สูงกว่า 20 เมตร ขึ้นไปสังเกตการณ์แล้วก็เห็นแพนด้ากำลังเดินหนีจากไปอยู่ลิบๆ ”

     การได้เห็นแพนด้าในธรรมชาติ เป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ของคนทำงานในภาคสนามทุกคน ภาพที่หลี่เห็น มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ป่าไผ่ที่ขึ้นเบียดเสียดหนาแน่น และภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนในเขตเทือกเขา ทำให้ทีมสำรวจต้องเผชิญกับงานท้าทายอันแสนเข็ญ บรรดาทีมงานต้องผจญกับอันตรายนานัปการ ผจญกับทากที่มากมายยั๊วเยี้ย งูพิษ และสภาพอากาศที่สุดขั้ว หนาวจัด ร้อนจัด ฝนตกเฉอะแฉะ การล่าสัตว์เป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งต่อการดำรงอยู่ของเหล่าแพนด้า และก็เป็นภัยร้ายแรงของคณะทำงานในภาคสนามด้วย ลูกทีมของหลี่คนหนึ่ง เสียชีวิตด้วยกับดักสัตว์ใหญ่ของพรานป่า

     แต่ก็เพราะความทนทรหดในการเผชิญหน้ากับงานอันแสนทารุณ ได้รวมใจของทุกคนเข้าไปด้วยกัน

    “ผมมีความสุขกับความไว้วางใจซึ่งกันของทุกคนในทีม” หลี่ เล่าถึงบรรยากาศการทำงาน “ในการทำงานสำรวจ ผมต้องพบกับเจ้าหน้าที่จากพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ คนจากต่างที่ ต่างประสบการณ์ ช่วยขยายขอบเขตของการสำรวจ และทำให้เครือข่ายกว้างขวางออกไป”

    ทีมงานคนหนึ่งอย่าง ลุงหยง หยาน กี ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นหัวหน้าเขตสงวนแพนด้าที่โฟปิง ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดชานซี ลุงหยง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในความเป็นนักสำรวจแพนด้า”มือเก่า” และเป็นที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิคให้กับคณะทำงานสำรวจแพนด้าแห่งชาติครั้งที่ 3 นี้

     ลุงหยง ทำงานอนุรักษ์แพนด้ามาตั้งแต่สมัยปฏิวัติวัฒนธรรม และร่วมงานสำรวจแพนด้าทุกครั้งตั้งแต่เริ่ม

    “ในการสำรวจแพนด้าแห่งชาติครั้งแรก พวกเราทำงานกันหนักมากเพื่อที่จะหาให้พบว่า แพนด้าอยู่ที่ไหน เราจึงออกป่ากันทุกวัน ทุกที่พร้อมกับสนุดโน๊ต และไล่ตามถามชาวบ้าน และพรานป่าว่าเขาเห็นแพนด้ากันที่ไหนบ้าง ตอนนั้นไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเลย บางทีพวกชาวบ้านก็แกล้งโกหก บอกเราว่า เขาเห็นแพนด้า 8 ตัว บางทีอยากได้เงิน ก็จะบอกว่า เห็นถึง 28 ตัว การสำรวจครั้งที่ 2 ดีขึ้นกว่าครั้งแรก เราใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย“ ลุงหยง รื้อฟื้นความทรงจำ แต่สำหรับลุงหยงแล้ว การสำรวจครั้งที่ 3 คือครั้งที่เขามีความสุขที่สุด

    “ จะมีก็ครั้งนี้แหละที่เราได้ใช้จีพีเอส และจีไอเอส” เขาว่า “ การสำรวจครั้งนี้ มีการเตรียมการที่ดี และการบริหารจัดการก็มีประสิทธิภาพ บรรดาผู้ร่วมงานภาคสนามทั้งหมด ก็เป็นเจ้าหน้าที่จากเขตสงวนที่ได้รับการ อบรมมาแล้ว”

    ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย ลุงหยงยังเชื่อว่า การที่งานสำรวจครั้งนี้ให้ผลที่ดีมาก เป็นเพราะนโยบายด้านอนุรักษ์ในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการอนุรักษ์ป่า ซึ่งได้ยกเลิกการตัดไม้ในป่าธรรมชาติ และนโยบายสร้างสำนึกสีเขียว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ลาดเขา ที่ถูกบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยให้กลับมาเป็นป่าเหมือนเดิม

    “การสำรวจคราวนี้ เราออกสำรวจพื้นที่กว้างขวางกว่าในครั้งที่สอง เนื่องจากว่า ในคราวนั้น พวกบริษัททำไม้พยายามสกัดกั้นทีมสำรวจ ไม่ให้เข้าไปในบางจุด เมื่อการตัดไม้ถูกยกเลิก ป่าที่เป็นถิ่นอาศัยก็เริ่มฟื้นตัว การสำรวจเที่ยวนี้ เราจึงพบร่องรอยแพนด้าในพื้นที่ที่เราไม่เคยพบมาก่อน”

    และสิ่งที่เยี่ยมที่สุดที่ได้จากงานนี้สำหรับลุงหยงนั้น ก็คือ “เจ้าหน้าที่จากเขตสงวนที่มีทักษะจากการสำรวจในครั้งนี้ จะสามารถทำงานได้ดีขึ้นในอนาคต เราอาจไม่ต้องมีการสำรวจใหญ่เป็นครั้งที่ 4 เพราะว่าบรรดาเขตสงวนต่างๆ ก็สามารถเฝ้าติดตาม และออกลาดตระเวนเก็บข้อมูลหมีแพนด้า ได้อย่างดีด้วยตัวเอง ซึ่งจะก่อให้เกิดเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งเมื่อผนวกข้อมูลจากเขตสวนใกล้ๆ กัน”

    สำหรับหลี่แล้ว เขายังหวังว่า งานของทีมสำรวจภาคสนาม จะเป็นงานที่น่าสนใจ และเป็นเครื่องจูงใจให้บรรดาพรานป่าเปลี่ยนใจมาเข้าร่วม โดยมีรายได้จากการออกสำรวจแพนด้า แทนที่จะล่ามัน

    เมื่องานสำรวจภาคสนามลุล่วงไปได้อย่างสมบูรณ์ หลี่ และลุงหย่ง ได้ร่วมกันฝึกอบรมทีมเก็บข้อมูล และทีมลาดตระเวน ที่สวนป่าหัวเซนซี ที่นี่เคยเป็นแปลงทำไม้ สมัยที่พ่อของหลี่ยังเป็นคนงานในบริษัททำไม้ ทีมที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ จะทำงานเก็บข้อมูลพื้นที่ที่เคยเป็นแปลงตัดไม้ ซึ่งได้กลายมาเป็นป่าที่ฟื้นฟูขึ้น เพื่อเชื่อมโยงถิ่นอาศัยของแพนด้าที่ครั้งหนึ่งถูกตัดขาดออกจากกันเพราะการทำไม้

    ซิว ดง เฟง ลูกทีมคนหนึ่งของหลี่ ซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าทีมอนุรักษ์ที่หัวเซนซี เขากับสมาชิกอีก 30 คน เรียนรู้การจำแนกสัตว์ป่า และดำเนินการทำงานภาคสนาม รวมไปถึงการใช้เครื่องจีพีเอส ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ ได้ชี้ทางสว่างให้กับเขาในเรื่องของสัตว์ป่า และการอนุรักษ์ “ก่อนหน้านี้งานของผม คือ การป้องกันไฟป่า และหยุดยั้งการบุกรุกป่าใช้ที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสัตว์ป่า” ซิว เล่าเรื่องของเขา

    “ครั้งแรกที่ผมเห็นอึแพนด้า ผมไม่ได้ใส่ใจกับมัน มาถึงตอนนี้ ผมเห็นว่า แพนด้า คือ สิ่งมีค่าของชาติ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ถ้าจะได้มีส่วนร่วมในงานอนุรักษ์พื้นที่ที่เป็นที่อยู่ของแพนด้า”

    งานสำรวจแพนด้า ครั้งนี้ ไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ลงพร้อมด้วยข่าวดีเพียงว่า มีแพนด้าในธรรมชาติเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากแต่ผลของมันยังได้โปรยหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการปกป้องไปทั่วแผ่นดินสูงตอนกลางของจีน

และเราก็หวังว่า ในอนาคต แพนด้าจะมีความสุขในบ้านกลางป่าไผ่ของมัน แทนที่จะเหลืออยู่แต่ในกรง !

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

 



 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


   

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เมื่อแพนด้าร่วมสำรวจแพนด้า

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 18

  1. Re: เมื่อแพนด้าร่วมสำรวจแพนด้า

  2. Re: เมื่อแพนด้าร่วมสำรวจแพนด้า

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้