|
ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
Teacher Camp บ้านไร่ จ. อุทัยธานี
30 พฤษภาคม 2547
โดย วีระ กิจรัตน์
ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบางซ้าย
จัดกิจกรรมเข้าค่าย ปลูกจิตสำนึกเพื่ออนุรักสิ่งแวดล้อม
ที่ ศูนย์ฝึกอบรม Teacher Camp ต.แก่นมะกรูด
อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
ระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2547
เป้าหมายของการเข้าค่ายคือเพื่อปลูกจิตสำนึกให้นักศึกษา
กศน. ได้ตระหนักถึง
คุณค่าและความสำคัญของการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี
สามารถนำมาปรับใช้กับท้องถิ่นของตนเองได้
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\001.jpg |
เราป่านั้นเป็นแหล่งการเรียนรู้ผืนใหญ่
และสัตว์ป่านั้นมีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์
ถ้าสัตว์ป่าสามารถอาศัยอยู่ในป่าได้อย่างสุขสบายแล้ว
มนุษย์เราก็สามารถที่จะอาศัยอยู่ได้อย่างสุขสบายแน่นอน
ป่าเป็นต้นกำเนิดทุกสิ่ง
เป็นต้นน้ำสำคัญในการเพาะปลูก
ซึ่งนักศึกษา กศน.ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
ถ้าเขาเข้าใจลึกซึ้งถึงความสำคัญของสิ่งนี้แล้ว
เขาย่อมต้องหวงแหน รัก
และเอาใจใส่
สิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อย่างไม่ต้องสงสัย |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\002.jpg |
เราเริ่มออกเดินทาง
ด้วยรถบัส 2 คัน นำทีมโดย
ผอ. สมคิด เพ็งอุดม
ออกจาก อ.บางซ้าย
ผ่านจังหวัดสุพรรณบรี
ชื่นชมกับบรรยากาศ
ไร่นาเต็มทั้งสองข้างทาง
ซึ่งถ้าผ่านอำเภอด่านช้างไปแล้วก็จะเริ่มเข้าสู่บรรยากาศของป่าเขา
เริ่มมองเห็นทิวเขาเรียงราย
สองข้างทางก็เริ่มเปลี่ยนไปจากนาเป็นไร่อ้อยบ้าง
ไร่ข้าวโพดบ้าง
ตามแต่พื้นที่ นักศึกษา
กศน. ผู้ใคร่รู้ ต่างพูดคุยซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องของความแตกต่างกันของพื้นที่และการประกอบอาชีพ
บ้างก็แฮฮา
ตามประสา(ติ๊ดชึ่งทัวร์)
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ
2 ชั่วโมง ถึงอำเภอบ้านไร่ประมาณ
8.00น.
เราพักทานอาหารเช้ากันที่
ศบอ.บ้านไร่
โดยการต้อนรับของ
หัวหน้าเสรี วงษ์แก้ว
หัวเรือใหญ่ของ ศบอ.บ้านไร่
พร้อมด้วย พี่ๆ ครูอาสา อีก
สองสามคนเป็นผู้เตรียมอาหารให้
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\003.jpg |
ทานอาหารเรียบร้อย
พวกเรานั่งพักผ่อนและปรึกษากันเรื่องการขึ้นไปศูนย์ฝึกอบรม
ซึ่งต้องผ่านทางขึ้นที่คดเคี้ยว
ศูนย์ฝึกอบรม
Teacher Camp
นี้อยู่ในตำบลแก่นมะกรูด
เที่ยวนี้โชคร้ายหน่อย
เราต้องเดินขึ้นเขากันประมาณ
5 กิโลแม้ว รถบัสไม่สามารถขึ้นได้
เนื่องจากโค้งแต่ละโค้งนั้นแคบและลาดชันเกินไป
อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\004.jpg |
รถบัสทำได้ดีที่สุดก็เพียงการมาส่งที่ตีนเขา
แล้วปล่อยพวกเราเดิน
แต่ก็ดีเหมือนกัน
ถ้าไม่คิดมากก็คือการชื่นชมธรรมชาติสองข้างทางพร้อมออกกำลังกายไปในตัว
คนแก่บางคนถึงกับ หมดแรง
ต้องรอรถกระบะมารับ (รวมทั้งตัวผมเองด้วย)
และจนแล้วจนรอดเราก็มาพร้อมกันอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรม
Teacher Camp กันอย่างทุลักทุเล บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของกะเหรี่ยง
บ้านอีมาด-อีทราย
มีประชากรประมาณ 50
หลังคาเรือน
มีร้านค้าอยู่ 1 ร้าน
มีศูนย์จำหน่ายผ้าทอของชาวเขาไม่ไกลจากบ้านอีมาด-อีทราย
เดินชมหมู่บ้านกะเหรียงขึ้นไปเรื่อยๆ
ก็จะเจอศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา
และถ้าเดินขึ้นเขาไปอีก 20
กิโลเมตร ก็จะไปถึง
บ้านใหม่คลองอังวะ
สอบถามจากกะเหรี่ยงแถวนั้น
ที่นั่นเป็นประตูสู่ป่าห้วยขาแข้ง
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\005.jpg |
การเปิดค่ายอย่างเป็นทางการต้องล่าช้าไป
ด้วยเหตุว่า
นักเรียนของเราคนหนึ่งเกิดอาการเกร็งเพราะโรคหอบหืด
ต้องพาไปส่งโรงพยาบาล
หมอฉีดยาให้
และกลับมาที่แค้มป์ประมาณ
1 ชั่วโมงถัดมา
ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก(เธอจะรู้มั้ยว่าพวกเราเป็นห่วงกันขนาดไหน)
และด้วยความเหน็ดเหนื่อยของทุกๆคน
การเปิดค่ายก็เริ่มประมาณ
10.30 น.
โดยผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้เกียรติมาเป็นประธาน |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\006.jpg |
หลังจากเปิดค่ายและรับประทานอาหารเที่ยงแล้ว
ก็เปิดโปรแกรมโดยการเดินชมหมู่บ้านกะเหรี่ยง
ที่อยู่แถวๆนั้น
จากการสอบถามชาวบ้านเขาบอกว่าส่วนใหญ่แล้วจะออกไปทำไร่กัน
ถ้าอยากจะมาชมกะเหรี่ยงจริงๆก็ต้องมาตอนเช้าหรือตอนเย็นที่ว่างจากการทำไร่
เราแยกกันออกเป็นกลุ่มๆ
บางกลุ่มไม่ประสงค์จะไปกับใคร
ก็นั่งพักรอให้ทุกคนกลับมาเล่าให้ฟัง
ขากลับได้มะไฟจากบ้านกะเหรี่ยงหลายพวง
พวกเขาเป็นกันเองมาก
สังเกตว่าหลายบ้านจะมีจานรับสัญญาณซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของอะไรแน่
มีคนบอกว่าเป็นจานรับสัญญาณโทรทัศน์
แสดงให้เห็นว่าชาวกะเหรี่ยงนั้นพัฒนาแล้วจริงๆหลายบ้านมีรถกระบะ
พูดภาษาไทยชัดเป๊ะ
แต่เวลาเขาคุยกันเองก็จะพูดภาษาของเขา
น่ารักดี
ธรรมชาติที่นี่เป็นธรรมชาติแท้ๆไม่มีอะไรมาปลอมปน
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\007.jpg |
ทางเดินนั้นเป็นทางลูกรัง
ขึ้นๆลงๆ
ประดับด้วยสองข้างทางที่เป็นต้นไม้ใหญ่
สลับกับไร่อ้อย ไร่มัน ของชาวกะเหรี่ยง
มองไปสุดลูกตาปะกับทิวเขาสลับซับซ้อน
ยามที่เราเดินขึ้นเนินนั้นยิ่งเพิ่มทัศนะวิสัย
ณ
ใจกลางหมู่บ้านเราจะเห็นแหล่งน้ำที่น่าจะเกิดจากการขุดเอาไว้
เป็นสระสี่เหลี่ยม |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\012.jpg |
เด็กๆชาวกะเหรี่ยงเล่นวอลเลย์บอลกันสนุกสนานในตอนเย็น
พวกเราพูดคุยซักถามชาวบ้านกันพอได้ข้อมูลแล้วก็กลับแค้มป์กัน
เพื่อร่วมทำกิจกรรมในตอนเย็น
และที่สำคัญตอนนี้กำลังหิวมากๆด้วย
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\009.jpg |
ที่หลับที่นอนในTeacher
Camp นี้ ถ้าจะเปิดห้องนอนเอง
ราคาคืนละ 600 บาท
แต่พวกเราที่มา
มีทั้งนอนในหอประชุม
ห้องพักรวมกลาง
ผู้พิศมัยในการสัมผัสธรรมชาติก็จะนอนเต็นท์
และอีกส่วนแยกไปเปิดห้องนอนเอง
อาหารนั้น
พี่ๆครูอาสาเป็นคนจัดการให้
โดยเตรียมมาจากข้างล่างและขนขึ้นรถมาให้ |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\010.jpg |
เราทานอาหารกันประมาณ
1 ทุ่ม
เสร็จแล้วทำกิจกรรมกันตอนประมาณ
2 ทุ่ม
คืนนี้เราให้นักศึกษาแสดงบทบาทสมมุติกันว่า
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในอำเภอของเรานั้นเราจะสามารถจัดการกับมันได้อย่างไร
ซึ่งทุกๆคนก็แสดงบทบาทกันได้อย่างสมบทบาทที่เดียว
หลังจากนั้นเรามีกิจกรรมนันทนาการตามอัธยาศัย
แล้วแต่ใครจะถนัดอะไร
ส่วนใหญ่จะเป็นแนวร้องเพลงลูกทุ่งซะมาก
เราแยกย้ายกันเข้านอนไม่ดึกมากนัก
อากาศที่นี่เย็นสบาย
นอนหลับสนิทตลอดคืน
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\011.jpg |
รับอรุณด้วยการเดินชมธรรมชาติอีกครั้ง
บ่ายหน้าไปศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา
ซึ่งต้องเดินขึ้นไปประมาณ
5 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านกะเหรียง
ตอนเช้าอย่างนี้เราจะได้เห็นชีวิตของชาวกะเหรี่ยงอย่างแท้จริง
ส่วนใหญ่จะเป็นเวลาที่เขาเตรียมอาหารกันโดยใช้เตาฟืน
ผมแวะขอน้ำชาวบ้านกิน ก็พบว่าน้ำที่กินน้ำรสชาติแปร่งๆดี
คล้ายกับน้ำในน้ำตก
หรือไม่ก็น้ำฝน |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\008.jpg |
ชาวกะเหรี่ยงยิ้มแย้มแจ่มใส
ไม่เหมือนชาวกรุง
ยุ่งเหยิง หยุงหยิง
ไม่ยิ้มให้กัน
เดินไปสักพัก
พบกับแหล่งน้ำอีกแห่งของชาวบ้านแถวนี้
สระนี้ใหญ่กว่าเก่า
มีต้นตะแบกใหญ่
ตายอยู่กลางสระ
อนุมานว่ามันคงจะอยู่มาก่อนที่มีใครสักคนมาขุดสระเอาไว้
รายทางพบเห็นไก่ป่าได้กลาดเกลื่อน
เราเดินกันขึ้นลงพักใหญ่ก็มาถึงศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา
มีอาคารสองสามหลัง
ที่เห็นเป็นโรงเรือนที่ใช้เพาะเห็ด
ไม่เห็นมี่เจ้าหน้าที่
คิดว่าเรามากันเช้าไป
จึงไม่ได้ข้อมูลอะไรจากที่นี่มากนัก
เราบ่ายหน้ากลับแค้มป์อีกทางหนึ่ง
ซึ่งทางนี้จะไม่ค่อยมีบ้านกะเหรียงมากนัก
สังเกตว่าต้นตะแบกใหญ่หลายๆต้นจะมีผ้าเหลืองผูกไว้รอยๆ
ต้น
คงจะเกิดจากความเชื่อต่างๆ
ของชาวบ้าน
ที่แค้มป์มีข้าวต้มรออยู่
บรรยากาศในตอนเช้ายังไม่จางไปเท่าไร
สุขใจทุกครั้งที่ได้นั่งมองเหม่อซดข้าวต้มร้อนๆตอนเช้า
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\013.jpg |
นักศึกษาจับกลุ่มคุยกันถึงประสบการณ์ใหม่ๆที่ทุกคนได้ประสบมา
มันต่างกันกับที่ทุกคนเคยเจอ
มันเหมือนเราได้หยุดทุกอย่าง
กลับมาสู่สามัญ
มันเหมือนว่าเวลาที่มีอยู่ที่นี่
มันอยู่ที่นี่
มันไม่ได้กินเวลาของอีกส่วนไป
เราไม่รีบร้อน
เร่งรัดอะไร
อากาศที่นี่ตอนเช้าเย็นสบาย
แต่มีบางคนบ่นว่าหนาว (ตอนอาบน้ำ) |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\014.jpg |
ตอนสายเราเข้ากิจกรรมฐานกัน
แบ่งเป็นสามฐาน
ซึ่งก็โยงไปถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมของเรานั่นแหละ
เราต้องการให้นักศึกษาเปรียบเทียบ
สิ่งแวดล้อมต่างที่นี่
กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีในท้องถิ่นของเรา
นักศึกษาทุกคนทำกันได้ดี
หลังจากทุกกิจกรรมเสร็จแล้วก็ถึงพิธีปิดค่าย(อย่างยาวนาน)
โดย ผอ. สมคิด เพ็งอุดม เป็นอันว่าทุกอย่างสำเร็จลงด้วยดี
ทานอาหารเรียบร้อย
เก็บสัมภาระขึ้นรถกระบะ
ที่ใช้ทอยสิ่งของตอนขึ้นนั้น
ลงไปก่อน
แล้วพวกเราก็เดินลงตาม
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\015.jpg |
เจ้าสัตว์เดียรัจฉานตัวน้อยตัวนี้เดินมาส่งพวกเรา
อย่างกับมันรู้ขนบธรรมเนียมของมนุษย์
ผมเก็บภาพนี้ไว้ดูเล่น
มันน่ารักมาก
ตอนขาลงนี้รู้สึกว่ามันจะไม่ลำบากเหมือนขาขึ้น
เพราะว่าแดดยังไม่ค่อยร้อนเท่าไร
พอทุกคนมาถึงรถบัสเรียบร้อย
เราเช็คจำนวนคนดูว่ามีใครหลงอยู่ข้างบนหรือเปล่า
แล้วออกเดินทาง |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\016.jpg |
ก่อนกลับแวะไหว้พระ
วัดถ้ำเขาวง
ไม่ไกลจากห้วยป่าปก รีสอร์ทเท่าไรนัก
ที่นี่เขาจัดสถานที่ไว้สวยงามเหมาะกับการโพสท์ท่าถ่ายรูปเป็นอย่างมาก
ผู้พิศมัยในการชมความงามของถ้ำต้องเดินขึ้นความชันประมาณ
500 เมตร มีหลายถ้ำด้วยกัน
ภายในสามารถเดินทะลุถึงกันได้
แต่มืดมาก
ควรจะมีไฟฉายไปด้วย
เพราะอาจจะหกล้มได้
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย
สวยงาม ตามพื้นถ้ำเต็มไปด้วยมูลค้างคาวที่มีดาษดื่นในนี้
แต่พื้นถ้ำนั้นไม่เฉอะแฉะเท่าใดนัก
ออกจากถ้ำเดินต่อไป
ยังภูเขาด้านหลังจะเจอเจดีย์แก้ว
สอบถามจากชาวบ้านที่ทำไร่แถวนั้นบอกว่ายังมี
ถ้ำอีกหลายถ้ำ
แต่เขาชี้ไปที่ภูเขาลิบๆ
โน่น เราก็ประมาณกันว่า
คงจะต้องใช้เวลาประมาณสัก
1 ชั่วโมง
แต่เรามีเวลาแค่เดินกลับลงไป
30 นาที่ สรุปว่าต้องกลับ
ขากลับเดินกันเอื่อยๆ
ข้างทางมีน้ำไหลตลอด
ทางวัดเขาทำเป็นทางน้ำไหลเอาไว้
เราได้อาศัย วักล้างหน้า
ตอนเหนื่อย
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\017.jpg |
เราเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาถึงรถ
เกรงใจจังที่ทำให้ทุกคนรอ
แต่เพราะมัวถ่ายรูปสวยๆอยู่
กลับถึงรถโดนบ่นนิดหน่อย
พวกเรากลัวจะกลัวกลับถึงบ้านมืดค้ำ
แต่ถ้ามีโอกาสผมจะแวะมาเที่ยวอีกแน่นอน
จะไปดูซิว่าถ้ำที่ชาวบ้านชี้ให้ดูนั้นจะสวยขนาดไหน |
 D:\weera\content\conservation\teacher camp\610\018.jpg |
ความประทับใจ
ลุงเซียม นักศึกษา กศน.ของเรา
อายุ 64
เป็นผู้พิสูจน์ว่าอายุนั้นเป็นเพียงตัวเลข
ลุงแกเดินขึ้นจนถึงแค้มป์
ทำเอาหลายๆคน
ที่อาศัยรถขึ้นอายเลยที่เดียว
(รวมทั้งตัวผมเอง)
คำเตือน
บนศูนย์ฝึกอบรม Teacher Camp
นั้นหาร้านค้าค่อนข้างยาก
ควรจะเตรียมซื้อไปตั้งแต่ข้างล่างนะจ้ะ
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Teacher Camp บ้านไร่ จ. อุทัยธานี
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 10
Re: ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Teacher Camp บ้านไร่ จ. อุทัยธานี
ครูศรช.ไพศาลี นว.
Re: ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Teacher Camp บ้านไร่ จ. อุทัยธานี
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์