เกาะหลีเป๊ะ เที่ยวทะเลอันดามัน น่าไปทุกฤดู

เกาะหลีเป๊ะ เที่ยวทะเลอันดามัน น่าไปทุกฤดู

เกาะหลีเป๊ะ เที่ยวทะเลอันดามัน น่าไปทุกฤดู
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากได้รับคำเชิญชวนจากคุณโทนี่แหล่ง Lipi Resort ให้แวะไปเที่ยว ไปเยี่ยมเยียนทะเลสตูลดูบ้างนะได้รู้ว่าต่างจากทะเลภูเก็ตยังไง เราใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจว่ายังไงก็ไปกันแน่ๆ ใช้เวลาเลือกวันที่จะเดินทางกันภายใน 5นาที เพราะจิตใจแต่ละคนไม่ค่อยอยู่กับที่อยู่แล้ว อยากออกสำรวจทะเลกันตลอดเวลา


ทริปนี้เราจะไปเกาะหลีเป๊ะกัน 3 วัน 2 คืนกำลังดี ไปกัน 2 สาวกับ 1 หนุ่ม หลังจากนัดแนะวันเดินทางกันได้ก็นัดหมายเดินทาง กำหนดการของเราคือออกจากภูเก็ตกันเช้าหน่อย ไปถึงแล้วลงเรือเลย วันเดินทางเราออกจากภูเก็ตกันตอนตี 3 โดยมีสารถีชายหนุ่มขับรถ (ทริปนี้สบายจัง ไม่ต้องขับรถเอง) แวะเข้าห้องน้ำบ้าง ซื้อขนมบ้าง กินขนมจีบ ติ่มซำที่ตรัง เดินทางกันแบบชิวๆ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงก็ไปถึงท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล

ถึงท่าเรือแวะไปเช็คอินขึ้นเรือที่เคาท์เตอร์ของอาดังราวี คุณอิน ว่าที่คุณแม่แห่งอาดังราวีรอให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี หลังจากเช็คอินรับบัตรคิวเพื่อรอขึ้นเรือ

 

ช่วงที่เราไปเที่ยวกันไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว ดังนั้นเรือที่จะไปเกาะหลีเป๊ะจึงมีแค่วันละเที่ยว เรือออกจากท่าเรือปากบารา 11.30 น. วันนี้คนเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะยังคงเต็มลำเรือ ถ้าไปเช็คอินช้าก็ขึ้นเรือทีหลังนะคะ แต่มีที่นั่งครบทุนคนแน่นอน เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เรือแวะจอดที่เกาะไข่ (เกาะไข่ของสตูลนะค่ะ ไม่ใช่ของภูเก็ต) ให้เราลงไปเดินเล่นถ่ายรูปกับซุ้มประตูหิน ที่มีรูกว้างตรงกลาง ที่สัญลักษณ์ของเกาะไข่ หาดทรายที่นี่ขาว และน้ำใสจริงๆค่ะ โดยปกติแล้ว ถ้าเรามาในฤดูกาลท่องเที่ยว เราจะได้แวะเกาะตะลุเตาก่อน แต่ช่วงนี้ (เดือน พ.ค-ต.ค. ของทุกปี) เกาะตะลุเตาปิดให้บริการ (อดเลยเรา) เรือจึงไม่จอดแวะ

ออกจากเกาะไข่ไปประมาณ 30 นาที ก็มาถึงเกาะหลีเป๊ะกันแล้ว แว๊บแรกที่เห็นเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก เพราะน้ำทะเลของเกาะหลีเป๊ะใสจริงๆ มองไปเห็นแนวหิน-แนวปะการังใต้น้ำได้ง่ายๆ ไม่ต้องดำน้ำลงไปดูเลย และหาดทรายก็ขาวสวยมากจริงๆ เกาะหลีเป๊ะมีชายหาดที่เหมาะกับการเดินเล่นหลักๆอยู่ 3 หาด คือ sunset beach  sunrise beach และ pattaya beach แต่ละหาดตั้งชื่อได้เหมาะสมกับทำเลที่ตั้งจริงๆค่ะ และเราก็ตั้งใจกันแล้วว่า เราจะไปสำรวจให้ครบทุกหาดเลยทีเดียว เริ่มจากลงเรือ เราลงเรือกันที่ Sunrise beach หาดนี้เหมาะสำหรบการชมพระอาทิตย์ขึ้น มีรีสอร์ที่พักอยู่ริมหาดหลายแห่ง. แต่ช่วงที่เราไปรีสอร์ทส่วนมากปิดให้บริการค่ะ ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบไปอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน


แต่วันนี้เราจะไปพักกันที่ Lepi Resort ซึ่งอยู่ที่ Pattaya beach แค่ได้ยินชื่อหาดก็น่าจะคึกคักแล้ว เรานั่งเรือหางยาวจากจุดลงเรือไปประมาณ 5 นาที ก็มาถึงหน้าหาด pattaya แล้ว

ลงเรือมาก็ได้รับการต้อนรับจากพนักงานของ Lipi Resort เป็นอย่างดี คุณต้อม แนะนำจุดท่องเที่ยวต่างๆให้เราได้รู้เป็นข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยว อดตื่นเต้นกันไม่ได้ เรารีบเข้าที่พัก เก็บของ เก็บภาพบรรยากาศรอบที่พักซะเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่อีกตั้ง 2 วัน


ห้องพักมีทั้งแบบ sea view และ garden view. วันนี้เราพักกันหน้าหาดเลย ฟังเสียงคลื่นกันแบบเต็มๆ หลังจากถ่ายภาพ-พักผ่อนทานอาหาเสร็จ ก็เริ่มออกสำรวจเกาะกัน เย็นวันนี้ ตั้งใจจะเดินไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่ sunset beach เราไปพร้อมกับแผนที่ซึ่งได้รับอนุเคราะห์จากชาวบ้านบริเวณนั้นใจดีจริงๆ เราเดินกันไปตามแผนที่ผ่าน walking street มุ่งหน้าไปทาง sunset beach ผิดทางบ้าง ถามทางบ้าง จริงๆแล้วไปไม่ยากหรอค่ะ แต่เราหลายความเห็นเลยต้องใช้เวลาสรุปเส้นทางบ้าง ระหว่างทางเราสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เกาะหลีเป๊ะเนี่ยมีสมาชิกร่วมเกาะเป็นน้องหมาทั้งหลายเยอะจริงๆ และทุกตัวมีนิสัยเหมือนๆกันคือ พร้อมรับแขก เดินไปทางไหนไม่ต้องห่วง เจ้าสี่ขาเหล่านี้พ้อมให้การต้อนรับตลอดทาง ถ้าจะให้ดี พกไก่ย่างไปด้วยจะเป็นที่โปรดปรานมาก

เดินกันไปประมาณ 30 นาทีก็มาถึง sunset beach ถ้าไม่ใช่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเช่นวันนี้ร้านค้าต่างๆ พากันปิดเงียบ ถ้าเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวคงคึกคักน่าดู เพราะเส้นทางเข้าไปยังsunset beach. มีร้านค้าต่างอยู่เยอะแยะ น่านั่งสังสรรค์ชมพระอาทิตย์ตกน้ำ

ออกจาก sunset beach เราเดินกลับที่พัก วันนี้อยากพักผ่อน เล่นน้ำสบายๆหน้าที่พักกันก่อน หน้าที่พัก น้ำใส อากาศดี เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะคลื่นไม่แรงเกินไป เด็กๆเล่นน้ำได้สบายเลยค่ะ

วันที่สอง เราตื่นกันแต่เช้า วันนี้เรามีโปรแรมออกทะเลไปชมความสวยงามของเกาะน้อยใหญ่ต่างๆบริเวณเกาะหลีเป๊ะ หลังอาหารเช้า เรารีบมุ่งหน้าไปยังท่าเรือฝั่ง sunrise beach โดยการเดินผ่านไปทางwalking steet ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีก็ถึง เรือนัดออกเวลา 9.30 ถึงเวลาคนพร้อม เรือพร้อมก็ออกเดินทางกันเลย


เราเดินทางกันด้วยเรือหางยาวกับผู้ร่วมทางรวม 9 คน นั่งกันสบายๆพอดีกับเรือ ออกจากฝั่งไปประมาณ 20 นาที ก็ไปถึงจุดดำน้ำแรก บริเวณเกาะหินงาม จุดนี้เรือปล่อยให้เราลงดำน้ำดูปะการังประมาณ 40 นาที ปะการังของเกาะหินงามยังคงมีความสวยอยู่มาก ปลาแลกๆก็มีให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ แต่จะสวยแค่ไหนคงต้องมาดูด้วยตาของตัวเอง จากนั้นเรือพาเราไปจอดที่เกาะหินงาม เกาะที่มีหินสีดำ มันวาว กลมเกลี้ยง พี่คนขับเรือแนะนำให้เราเรียงหินให้ซ้อนกันให้ได้
12 ก้อน แล้วราดน้ำลงไปพ้อมกับ อธิฐานแล้วจะสมหวังตามต้องการ ฟังดูเหมือนง่าย เพราะเห็นกองหินเรียงอยู่กันหลายกอง เราเลยต้องลองสักหน่อย นั่งเรียงกลางแดดร้อนๆ ประมาณ 30นาที ยังไม่สำเร็จ พอเรียงสำเร็จราดน้ำลงไปแล้วหินก็ล้ม จนพี่คนเรือต้องมาช่วยเพราะใกล้จะได้เวลาเดินทางต่อแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จจนหมดเวลาล้มเลิกความตั้งใจขึ้นเรือออกเดินทางต่อดีกว่า

ออกจากเรือเกาะหินงาม นั่งเรือต่อไปอีกประมาณ 15นาที ไปแวะหาดทรายขาว เกาะราวี ที่เกาะนี้เราแวะทานอาหารเที่ยงกันแบบปิคนิค หลังอาหารเรามีเวลาพักผ่อนบริเวณริมหาดอีกประมาณ 1ชั่วโมง น้ำทะเลใสๆ คลื่นลมสงบ จะเล่นน้ำ หรือจะนอนเล่นริมหาดก็สบายๆ

บ่าย 2 ได้เวลานัดหมายเดินทางต่อ สมาชิกพร้อมตรงเวลา เรือออกมุ่งหน้าตรงไปยัง เกาะยาง ให้เราลงน้ำชมปะการังใต้น้ำประมาณ 30 นาที แล้วออกไปต่อกันที่ จุดดำน้ำดูปะการัง 7 สีที่เกาะจาบัง วันนี้เราโชคดีที่น้ำไม่แรงมากนัก และเป็นเวลาที่น้ำลดอยู่ในระดับพอดีที่เราจะมองเห็นปะการังเจ็ดสีได้

ออกจากเกาะจาบังเราไปแวะเยี่ยมเกาะอาดัง ลงเรือเดินเล่นชมวิวริมหาด ชายหาดที่เกาะอาดังมีความเด่นที่ทรายขาวเรียบ น้ำทะเลใส เราเดินเล่นถ่ายรูปกันจนได้เวลาสมควรเดินทางกลับเดาะหลีเป๊ะ และถึงเกาะหลีเป๊ะประมาณ
ห้าโมงเย็น

หลังอาบน้ำ ทุกคนก็พร้อมออกสำรวจถนน walking steet เวลากลางคืน ช่วงนี้ร้านค้าต่างๆปิดเป็นจำนวนมาก เพราะนักท่องเที่ยวน้อย แต่ก็ยังมีร้านอาหารให้บริการอยู่บ้าง เช่น ขายอาหารทะเลสดๆ มีลูกค้านั่งทานเต็มร้าน เราเลือกเดินไปชิมของถูกบนเกาะกันก่อนที่ร้านไก่ปิ้งไม้ละ 10 บาท คนขายอารมณ์ดี บอกเราว่ามีคนเอารูปเขาไปลงในเน็ทหลายคนแล้ว ยินดีให้ถ่ายค่ะ

ออกจากร้านไก่ปิ้งแวะกินข้าวกันก่อนกลับ ราคาอาหารที่นี่ใกล้เคียงกับภูเก็ตค่ะ กับข้าวจานละประมาณ 150-180 บาท อยู่ที่ว่าใครเลือกทานอะไร

คืนนี้กลับมาที่พักเราสลบกันแต่หัวค่ำเลยทีเดียวเพราะเหนื่อยกันสุดๆ

เช้าวันที่สาม หลังอาหาร เตรียมตัวเดินทางกลับ ช่วงนี้มีเรือออกจากเกาะหลีเป๊ะกลับท่าเรือปากบาราวันละ 1 เที่ยวคือตอน 9.30 เช่นเคยต้องรีบไปเช็คอินขึ้นเรือนะคะ ถ้าเช็คอินช้า ไม่รับประกันว่าเรือจะมีที่นั่งพอให้กลับได้รึเปล่า เดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมงถึงฝั่งอย่างปลอดภัย

 

ทริปนี้จบลงด้วยความประทับใจเช่นเคย กับการบริการและความสะดวกสบายของที่พัก และความสวยงามของทะเลสตูล ซึ่งยังมีความเป็นธรรมชาติ ปะการังและปลาในทะเลยังสมบูรณ์อยู่ ใครมีโอกาสหาเวลาไปให้ได้นะคะ ไปสักครั้งแล้วจะอยากไปอีก ทำงานมาหนักแล้วอย่าลืมให้รางวัลกับตัวเองด้วยการพักผ่อนบ้างนะคะ

ขอบคุณภาพใต้น้ำสวยๆ จากสมาชิกร่วมเรือใจดี คุณเอ Thunya Sitthi ทุกภาพของคุณเอสวยสดใส เลือกไม่ถูกเลยค่ะ ขอบคุณมากจริงๆที่ให้เราแบ่งปันภาพสวยๆให้คนอื่นได้ดูด้วย

อยากไปทริปแบบนี้ในราคาประหยัดให้เราช่วยแนะนำ จัดทริปให้ยินดีให้บริการและคำแนะนำนะคะ ส่งเมลมาคุยกันทาง info@okalitours.com. หรือแวะเข้าไปดูทริปที่เราจัดไว้แล้วก่อนก็ได้ทางเว็บไซต์ www.okalitours.com หรือโทร 088-766-1657, 082-812-1146 ยินดีพูดคุยค่ะ

เที่ยวไปกับ โอกาลิทัวร์ 

 

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

 

อัพเดตเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวสนุกๆ มากมายได้ที่ http://travel.sanook.com/

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

อัลบั้มภาพ 71 ภาพ

อัลบั้มภาพ 71 ภาพ ของ เกาะหลีเป๊ะ เที่ยวทะเลอันดามัน น่าไปทุกฤดู

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook