สูด 'โอโซน' เติมพลังที่ 'วังน้ำเขียว'

สูด 'โอโซน' เติมพลังที่ 'วังน้ำเขียว'

สูด 'โอโซน' เติมพลังที่ 'วังน้ำเขียว'

บรรยากาศสบายๆ อย่างนี้จะมีอะไรน่าทำมากไปกว่า การชวนชาวคู่หูเดินทางหนีเที่ยวส่งท้ายปลายปีล่ะ(ฮ่า..) แต่ก็เป็นเรื่องชวนปวดหัวมิใช่น้อยว่าทริปสุดท้ายแห่งปีเช่นนี้ เราจะชวนคุณไปเที่ยวที่ไหนดี? อืม..ใช่ มันต้องไม่ธรรมดา ต้องไม่ไกลเกินเสียงเพรียกของหัวใจ ที่สำคัญบรรยากาศต้องชิลล์และวี๊ดวิ่วสุดๆ..เอาล่ะ! สรุปทุบโต๊ะเปรี้ยงให้ดังไปถึงห้องคุณ บก. เลยว่า ฉบับนี้เราจะพาแฟนๆ คู่หูเดินทางหนีเที่ยวไปสูดโอโซนกันให้ชุ่มฉ่ำใจรับปีใหม่กันที่ 'วังน้ำเขียว' สวิสเซอร์แลนด์แดนข้าวเหนียว เอ้ย..แดนอีสานนั่นเอง...


‘วังน้ำเขียว' เป็นอำเภอเล็กๆ ในท่ามกลางโอบล้อมของผืนป่ามรดกโลก อย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอวังน้ำเขียววางตัวอยู่ทางด้านทิศใต้ของจังหวัดนครราชสีมา เดิมมีฐานะเป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่กับอำเภอปักธงชัย แต่ภายหลังได้แยกออกมาตั้งเป็นอำเภอใหม่ มีเขตการปกครองทั้งสิ้น 5 ตำบล คือ ตำบลวังน้ำเขียว, ตำบลไทยสามัคคี, ตำบลอุดมทรัพย์, ตำบลวังหมี และตำบลระเริง ที่มาของชื่อวังน้ำเขียวว่ากันว่า มาจากสภาพภูมิประเทศแต่เดิมที่มีวังหรือบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่มากมาย ในวันที่ท้องฟ้าเปิดอากาศดี ชาวบ้านและคนต่างถิ่นที่มาเยี่ยมเยือน มักได้เห็นเงาสีเขียวสดใสของแมกไม้สะท้อนวูบไหวอยู่บนผิวน้ำตามวังต่างๆ เป็นที่น่าประทับใจ จึงพากันเรียกแผ่นดินในละแวกนี้เสียใหม่ว่า.. วังน้ำเขียว

ระยะหลังเมื่อกระแสการของอำเภอนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่รู้สึกประทับใจในภูมิประเทศ และสภาพอากาศที่มีความหนาวเย็นตลอดทั้งปีของที่นี่ จึงได้ขนานนามให้พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย หรือที่เรียกกันติดปากกันต่อมาในภายหลังว่า 'สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน' นั่นเอง และยิ่งเมื่อได้มีการค้นพบเฟิร์นชนิดใหม่ในบริเวณพื้นที่ ‘สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมเขาสะแกราช' อันเป็นแหล่งสงวนชีวมณฑลสำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยปกติเฟิร์นชนิดดังกล่าวจะสามารถพบเห็นได้ เฉพาะบริเวณพื้นที่ที่เป็นแหล่งโอโซนในระดับสูงเท่านั้น นั่นจึงยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพของบรรยากาศอันแสนพิสุทธิ์ และเป็นเอกลักษณ์ของวังน้ำเขียวได้เป็นอย่างดี

เราออกเดินทางกันอีกครั้งหลังจากคาเฟอีนในส่วนผสมที่กลมกล่อม จากร้านแกแฟน่ารักๆ นาม 'Khuntoi Coffee' แห่งวังน้ำเขียว อวดอานุภาพพอฟัดพอเหวี่ยงกับแสงแดดยามสาย เนวิเกเตอร์คนเดิมวาดนิ้วลงบนจุดเล็กๆ ของแผนที่ มันคือเส้นทางที่จะนำเรามุ่งหน้าสู่ 'ตำบลไทยสามัคคี' ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่เราน่าจะพาหัวใจไปอาบไอสุขจากสถานที่เหล่านั้น จุดหมายแรกของทริปนี้คือ ‘ศูนย์กลางจำหน่ายเบญจมาศตัดดอก' ที่ขับรถจากปากทางไทยสามัคคีเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตร ดอกเบญจมาศที่นี่ปลูกโดยเกษตรกรที่อยู่ในเขตหมู่ที่ 5 ละแวกหลัง 'วัดบุไผ่' ของตำบลไทยสามัคคี ทุกๆ เช้าชาวบ้านจะนำผลผลิตของตนมาจำหน่ายกันที่นี่ ซึ่งมีมากมายถึง 40 สายพันธุ์ โดยจะมีการคัดแยกเป็นกลุ่มดอกสีขาว สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีส้ม และสีชมพู ซึ่งชาวบ้านจะแยกกันปลูกในที่ทางของตัวเอง โดยแบ่งเป็นแปลงๆ ตามสีสันของดอก นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและเลือกหาดอกไม้ที่ถูกใจติดไม้ติดมือกลับไปได้ แน่นอนล่ะว่าเมื่อเจอกับทุ่งดอกไม้ละลานตาเช่นนี้ เราก็ไม่พลาดที่จะจอดรถลงไปขอชาวบ้านเก็บภาพสวยกลับไปฝากกันเช่นเคย

จากย่านแปลงดอกเบญจมาศเราขับรถไปตามเส้นทางสู่หมู่ที่ 6 เพื่อไปยังจุดชมวิว ‘ผาชมตะวัน' อันเป็นลักษณะของชะง่อนผาที่ยื่นล้ำออกไปในอากาศ เท่าที่ยืนดูไกลๆ ชะง่อนผาแห่งนี้ น่าจะสร้างอาการเสียวสันหลังให้กับกลุ่มนายแบบ-นางแบบ ที่ร่วมทริปมากับเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว!?! จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของผืนป่า ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานได้ไกลสุดลูกหูลูกตา อีกทั้งฤดูฝนบางช่วงยังสามารถมองจากหน้าผาลงไปชม ‘น้ำตกสวนห้อม' ที่ซุกซ่อนอยู่ในหุบเขาเบื้องล่างได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ หากพอมีเวลาสามารถใช้หน้าผาแห่งนี้เป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกได้อย่างงดงามทีเดียว

จากผาชมตะวันเราขับรถออกมาตามเส้นทางเดิมสู่ถนนสายหลัก (304) และเลี้ยวซ้ายย้อนกลับไปที่ซอยเทศบาล 4 บริเวณตลาดสดศาลเจ้าพ่อ (ตลาด 79) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปทาง 'วัดสวนห้อม' ตามป้ายบอกทางที่จะไป ‘น้ำตกห้วยใหญ่' ซึ่งอยู่ในพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลาน ทล.3 (ห้วยใหญ่) ณ จุดนี้เป็นที่ตั้งของน้ำตกขนาดกลางความสูงประมาณ 50 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตร หน้าผาตรงบริเวณที่เป็นน้ำตกตีวงโค้งเป็นมุมเกือบ 150 องศา มีชั้นต่างๆ ลดหลั่นกันลงไปอีก 5 ชั้น ก่อนที่จะไหลตามแนวป่าลงไปกลายเป็นน้ำตกสวนห้อมที่บอกไว้เมื่อสักครู่ จากน้ำตกห้วยใหญ่เราเดินเท้าตามป้ายบอกทางเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็ถึง ‘น้ำตกม่านฟ้า' ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน สายน้ำที่ไหลเอ่อมาจากลำธารเบื้องบนเกือบ 20 เมตร ค่อยๆ ทิ้งตัวลงมาเป็นสายคล้ายดั่งม่านน้ำสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

เวลาครึ่งค่อนวันแรกส่วนใหญ่ของเราสุรุ่ยสุร่ายไปกับการละเลียดละไมธรรมชาติ อย่างกับคนที่โหยหากันมานานแรมปี เพื่อนบางคนจมจ่อมอยู่กับการจดบันทึก และสเก็ตภาพร่างธรรมชาติรอบๆ ตัว บ้างเดินหามุมถ่ายภาพอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง และบ้างสนุกอยู่กับการแช่เท้าในลำธารอย่างไม่รู้จักเบื่อยหน่าย แตที่คล้ายกันดูเหมือนจะมีเพียงประการเดียวนั่นคือ เราต่างอยากตักตวงบรรยากาศแห่งความสุขนี้ไว้ให้มากที่สุด

เลยจากปากซอยตลาดสดศาลเจ้าพ่อ (ตลาด 79) มาไม่ไกลเราหักพวงมาลัยรถเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 3052 ที่มุ่งหน้าสู่ ‘เขาแผงม้า' แหล่งศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าชั้นดีแห่งหนึ่งของเมืองไทย ทว่าทริปนี้ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่ไม่มากมายนัก เราคงไม่สามารถแวะเข้าไปทักทายฝูงกระทิงแห่งเขาแผงม้าได้อย่างที่ตั้งใจแต่แรก เพื่อนร่วมทางหลายคนโหวตเสียงของตัวเอง จนได้คะแนนข้างมากว่าเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนอาทิตย์จะลับขอบฟ้า บางทีการเลือกที่จะปิดแอร์ เปิดกระจกรถ แล้วหาเพลงดีๆ สักอัลบั้มใส่ลงไปในเครื่องเล่น จากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยให้แรงโน้มถ่วงจูงรถของพวกเราให้แล่นละเลียดไปตามลอนโค้งของถนนสายนี้ นั่นน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า.. บางทีมันอาจนำเราไปพบกับรีสอร์ตเล็กๆ เก๋ๆ สักแห่งที่บ่งบอกตัวตนของวังน้ำเขียวได้ดีกว่าฟอร์เวิร์ดเมล์ประเภทแนะนำที่กินที่เที่ยวอย่างที่ฮิตๆ กัน

สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศโล่งๆ กว้างๆ มองเห็นทิวเขาเป็นลูกคลื่นสลับไป-มา เราคิดว่าถนนเล็กๆ สายนี้น่าจะเหมาะกับคุณ (มาก..) เพราะสิ่งที่คุณชอบเหล่านั้น มันได้ถูกจัดเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบสลับกับร้านกาแฟน่ารักๆ ที่เห็นแล้วแทบอยากจะจอดลงไปนั่งจิบฟองคาปูชิโนเสียทุกร้านไป กับรีสอร์ตฮิพๆ เฮ้าส์ๆ หลากหลายรูปแบบ บางทีหากเราจะสารภาพว่าระยะทางแค่ประมาณ 25 กิโลเมตร จากปากทาง (304) มาจนถึงจุดพักรถของทางหลวงชนบทนั้น เราใช้เวลาเดินทางยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง!?! นั่นอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้เว่อร์เกินจริง เราเชื่อว่า.. คุณเองก็คงทำใจลำบากหากต้องทิ้งภาพอันงดงามของทุ่งข้าวโพดสีเหลืองอร่าม ฟาร์มองุ่นเขียวสดชื่นสบายตา และอ่างเก็บน้ำแสนโรแมนติกเหล่านั้นไว้เบื้องหลัง เพียงเพื่อแลกกับความเร็วของรถเพียงแค่ 60-70 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่จะเพื่ออะไร??

อันที่จริงถนนสายนี้สามารถพาเราวิ่งไกลไปถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่สำหรับคนที่ปรารถนาจะพาหัวใจมาสัมผัสกลิ่นอายของวังน้ำเขียวจริงๆ เราว่าจากปากทางมาถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 25 ก็น่าจะพอเพียงแล้วสำหรับทริปสั้นๆ แบบ 2 วัน 1 คืน เรามั่นใจว่าด้วยเสน่ห์อันหลากล้ำของสิ่งต่างๆ ที่กล่าวเกริ่นถึงก็น่าจะทำให้คุณกับเพื่อนร่วมทางเถียงกันไม่จบแล้วล่ะว่า.. กลางวันนี้จะทานอาหารที่ร้านไหนดี--เลือกไม่ถูก รีสอร์ตไหนน่าพักที่สุด--สวยไปหมด หรือแม้กระทั่งจะซื้อของฝากที่ฟาร์มไหนดี--น่ากินไปหมด

แรงโน้มถ่วงของโลกกลมๆ ใบนี้ พารถยนต์ของพวกเรามาจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานจอดรถของ 'ภูน้ำอิงฟ้า' รีสอร์ตขนาดกำลังน่ารักทว่าวิวดีและสวยสุดๆ สำหรับพวกเราในทริปนี้ สนามหญ้าที่โล่งกว้างพร้อมม้านั่งหลากอารมณ์ และวิวน้ำจรดฟ้าตรงด้านหน้ารีสอร์ต เป็นคำตอบเอกฉันท์ที่ไม่ต้องเสียแรงโหวตว่าค่ำคืนนี้และเช้าวันพรุ่ง เราจะนอนอาบโอโซนอันดับ 7 ของโลกกันที่นี่.. แสงสุดท้ายของวันทำหน้าที่ฉาบฉายสีสันอุ่นอ่อนลงบนผืนฟ้า และแผ่นน้ำด้านหน้ารีสอร์ตอย่างน่าประทับใจ เพื่อนร่วมแรมทางในทริปนี้พากันมานั่งเบียดกระจุกอยู่ที่ท่าน้ำเล็กๆ หน้ารีสอร์ต สายลมยะเยือกเริ่มทำหน้าที่ของมันแล้ว ใครบางคนกระชับเสื้อกันหนาวแนบร่างก่อนเอ่ย..

"ไม่น่าเชื่อว่าแค่ 200 กว่ากิโลฯจากกรุงเทพฯ จะมีสถานที่แสนวิเศษอย่างนี้ซุกซ่อนอยู่.."

Tips ข้อมูลการเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว
-ทางหลวงหมายเลข 304 กรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา - กบินทร์บุรี - วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 225 กม.
-ทางหลวงหมายเลข 305 กรุงเทพฯ - ธัญบุรี - นครนายก - ประจันตคาม - วังน้ำเขียว ระยะทางประมาร 235 กม.
-ทางหลวงหมายเลข 9,1 กรุงเทพฯ - วังน้อย - สระบุรี - มวกเหล็ก - วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 240 กม.
-ทางหลวงหมายเลข 304 นครราชสีมา - ปักธงชัย - วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 90 กม.

รถประจำทาง
-กรุงเทพฯ - นครราชสีมา (บขส.ใหม่) ต่อรถที่ท่ารถ บขส.ใหม่ไป อ.วังน้ำเขียว
-กรุงเทพฯ - กบินทร์บุรี (ปราจีนบุรี) ต่อรถจากกบินทร์บุรีไป อ.วังน้ำเขียว
-สอบถามข้อมูลการเดินรถโทร. 1490

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

อย่าพลาดเข้าชมวังบางขุนพรหม วังที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยฟรี!!

อย่าพลาดเข้าชมวังบางขุนพรหม วังที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยฟรี!!

เตรียมตัวชมบรรยากาศทุ่งดอกกระเจียวบาน อลังการกับสายหมอก!!

เตรียมตัวชมบรรยากาศทุ่งดอกกระเจียวบาน อลังการกับสายหมอก!!

5 สิ่งห้ามพลาด ไปตราดต้องไปลอง !!

5 สิ่งห้ามพลาด ไปตราดต้องไปลอง !!

อัพเดตล่าสุดเชคให้ชัวร์ก่อนเดินทาง!! กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติและที่พักแรม ประจำปี 2560

อัพเดตล่าสุดเชคให้ชัวร์ก่อนเดินทาง!! กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติและที่พักแรม ประจำปี 2560

สายฮิปเตอร์ต้องห้ามพลาด!! ที่ถ่ายรูปแนวใหม่ ลานตะบูน จ.ตราด

สายฮิปเตอร์ต้องห้ามพลาด!! ที่ถ่ายรูปแนวใหม่ ลานตะบูน จ.ตราด

10 น้ำตกสวยสุดอลังการในไทยไปเที่ยวได้ท้าลมฝน ไม่ไปถือว่าพลาด!!

10 น้ำตกสวยสุดอลังการในไทยไปเที่ยวได้ท้าลมฝน ไม่ไปถือว่าพลาด!!

Unseen เมืองไทย!! เกาะแก้วแห่งราไวย์ เกาะรูปหัวใจกลางทะเลอันดามัน

Unseen เมืองไทย!! เกาะแก้วแห่งราไวย์ เกาะรูปหัวใจกลางทะเลอันดามัน

"อุ่นไอมาง" ที่พักสุดโรแมนติกกลางหุบเขา

"อุ่นไอมาง" ที่พักสุดโรแมนติกกลางหุบเขา

7 ที่พักแก่งกระจาน มีกิจกรรมทางน้ำแบบจัดเต็ม พร้อมสไลเดอร์สุดมันส์!!

7 ที่พักแก่งกระจาน มีกิจกรรมทางน้ำแบบจัดเต็ม พร้อมสไลเดอร์สุดมันส์!!

5 ร้านอร่อยจัดน่าซัดเรียบ @ตลาดเลียบด่วน

5 ร้านอร่อยจัดน่าซัดเรียบ @ตลาดเลียบด่วน

พาชมแหล่งกำเนิดไร่ชาฉุยฟง แหล่งผลิตชาอันดับหนึ่งของไทย !!

พาชมแหล่งกำเนิดไร่ชาฉุยฟง แหล่งผลิตชาอันดับหนึ่งของไทย !!

เภพาเที่ยว ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่ จังหวัดสตูล

เภพาเที่ยว ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่ จังหวัดสตูล

ฝนเริ่มมา ทุ่งนาเขียวขจี ไปสัมผัสบรรยากาศดีๆกับ 5 ที่พักวิวทุ่งนา

ฝนเริ่มมา ทุ่งนาเขียวขจี ไปสัมผัสบรรยากาศดีๆกับ 5 ที่พักวิวทุ่งนา

ประกาศปิดอุทยานแห่งชาติฝั่งอันดามันชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติตั้งแต่ 16 พ.ค. เป็นต้นไป!!

ประกาศปิดอุทยานแห่งชาติฝั่งอันดามันชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติตั้งแต่ 16 พ.ค. เป็นต้นไป!!

ประมวลภาพงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่บุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2560

ประมวลภาพงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่บุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2560

6 ของฝากจากไทยที่คนญี่ปุ่นคิดว่าเก๋ เท่ห์ น่ารัก

6 ของฝากจากไทยที่คนญี่ปุ่นคิดว่าเก๋ เท่ห์ น่ารัก

ของอร่อยริมทางไม่ได้มีแค่ที่ข้าวสาร หรือ เยาวราช นะเธอ

ของอร่อยริมทางไม่ได้มีแค่ที่ข้าวสาร หรือ เยาวราช นะเธอ

Unseen ชลบุรี เพราะที่นี่มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด!

Unseen ชลบุรี เพราะที่นี่มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด!

โนราโรงครู "รากแห่งวัฒนธรรมศรัทธา มรดกอันทรงคุณค่าแห่งด้ามขวานทอง"

โนราโรงครู "รากแห่งวัฒนธรรมศรัทธา มรดกอันทรงคุณค่าแห่งด้ามขวานทอง"

แรลลี่รักจัง สุพรรณบุรี วันเดียวเที่ียวครบทั้งสุพรรณ!!

แรลลี่รักจัง สุพรรณบุรี วันเดียวเที่ียวครบทั้งสุพรรณ!!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์