แ่อ่วเชียงใหม่ เคาะประตูบ้านม้ง...ชมวิถีชีวิตธรรมชาติ

แ่อ่วเชียงใหม่ เคาะประตูบ้านม้ง...ชมวิถีชีวิตธรรมชาติ

แ่อ่วเชียงใหม่ เคาะประตูบ้านม้ง...ชมวิถีชีวิตธรรมชาติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลมร้อนแห่งเดือนเมษายนมาเยือน อากาศร้อนกับอากาศหนาวสลับสับเปลี่ยนจนหลงฤดู ทุกวันนี้หลายคนไม่กล้าคาดเดาสภาพดินฟ้าอากาศ แดดจ้าเหมือนไม่มีฝนตก แต่กลับมีฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา บนพื้นผิวโลกใบนี้เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงจากธรรมชาติ ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มย่างกลายเข้ามาเยือนจนมนุษย์อย่างเราไม่สามารถตั้งรับได้ทัน หลายจังหวัดในพื้นที่ของภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนทางภาคเหนือก็ต้องคอยเฝ้าระวังดินถล่ม ดินสไลด์ตามแนวชายเขา ส่วนอีสานก็ร้อนแห้งแล้งจนขาดน้ำ เอาแน่อะไรไม่ได้กับบนโลกใบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้อยู่กับสติ สิ่งสำคัญเสาะแสวงหาความสุขในแบบฉบับของตนเองอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

แสงแดดร้อนที่แผดเผากับอากาศที่ร้อนระอุ...ทำให้ต้องออกเดินทางค้นหาธรรมชาติ เพื่อคลายความร้อน มองหาร่มรื่น..ความเย็นจากธรรมชาติ ความร่มรื่นของแมกไม้ที่เขียวขจี และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายผิดแผกจากชีวิตคนเมือง ผู้เขียนมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านขาวเขา ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึง 6 เผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งอาจจะมองดูว่าเป็นการจัดการเชิงธุรกิจไปสักหน่อย เนื่องจากเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้านรายละ 500 บาท ไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งคิดดูแล้วแพง ด้วยความที่ผู้เขียนมีสายเลือดของสื่อมวลชน ทำให้ต้องได้มาของคำตอบเพื่อคลายความแคลงใจว่า 500 บาท มีการแบ่งสรรปันส่วนกันอย่างไร? คำตอบที่ได้รับ คือ เงินส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือชาวเขาเหล่านี้เดือนละ 1,500 บาท ต่อครัวเรือน แต่มองดูจากการเข้าชมของนักท่องเที่ยวแล้วแต่ละครัวเรือนหน้าจะได้มากกว่านี้

เดินผ่านเข้ามาด้านในพบกับบ้านที่ปลูกด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยใบไม้ตามธรรมชาติ โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่บ้านแต่ล่ะชนเผ่าไว้ ภายในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปาใช้ มีทุ่งนาข้าวที่เขียวขจี มีควายที่เลี้ยงไว้ใช้งาน มองแล้วเพลินตา ผสมกับลมพัดเย็น ๆ มาจากชายทุ่งนาจนทำให้รู้สึกเย็นสบาย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผู้เขียน ทำให้ต้องเดินสำรวจถึงก้นครัว ดูสภาพความเป็นอยู่ชีวิตจริง ๆ ที่ปราศจากการปรุงแต่ง

ได้นั่งคุยกับคุณยายแก่ ๆ ได้รับการแบ่งปันขนมและอาหารแล้วรู้สึกมีความสุข ผู้เขียนใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านม้งอยู่ครึ่งวัน เพราะขึ้นบ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เกือบจะทุกหลังคาเรือน ได้นั่งดูการทอผ้า ได้ลองทอผ้าก็ทำให้เกิดความสนุก ได้พูดคุยกับเด็ก ๆ ทุกคนที่นี่อัธยาศัยดี ใจดีเล่นกีตาร์ที่พวกเค้าประดิษฐ์ขึ้นเองจากไม้สักและให้เราได้ลองเล่นด้วย

เดินชมวิวไปเรื่อยจะมีบ้านแต่ละหลัง มีงานฝีมือของพวกเค้าไว้ขายให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชม ทั้งผ้าทอ เครื่องประดับงานไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นคนทำ

ส่วนผู้หญิงจะมีหน้าที่นั่งขาย มีเล้าหมูป่าที่เลี้ยงไว้ มีโขลงช้างที่ไว้ใช้งาน งานฝีมือส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานปักตามลายที่ได้รับสืบทอดทางวัฒนธรรมของแต่ละชนเผาที่แตกต่างกันออกไป แต่ล่ะผืนใช้เวลาเป็นปี สนนราคาก็ต้องแพงตามระยะเวลาที่ทำ

ใครที่มีวันว่างขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ ลองหาโอกาสแวะมาที่หมู่บ้านม้ง อ.แม่ริม ดูนะคะ จะได้ความงดงามทางธรรมชาติและวิถีชีวิตที่สวยงามหรือไม่นั้นขึ้นกับมุมมอง ของผู้ไปเยือนคะว่าจะมองในแง่มุมไหนให้สวยงาม

พาเที่ยวไปกับ......โชติกา วีรนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook