มาเก๊า...มาคนเดียวก็เที่ยวได้ [ตอนที่ 2]

มาเก๊า...มาคนเดียวก็เที่ยวได้ [ตอนที่ 2]

มาเก๊า...มาคนเดียวก็เที่ยวได้ [ตอนที่ 2]

ณัฐภณ วุฒิกานากร แห่งบ้านผางาม เมืองผจญภัย

     สังเกตเห็นกลุ่มเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่เกาะ TAIPA อย่างชัดเจน แต่ไม่ทันฉุกคิดแม้แต่นิดเดียว ด้วยความคิดเพียงแค่ว่า ฝนคงจะตกหนักและทำให้เราออกเดินในตัวเมืองไม่ได้   ก็ไปเลือกชมความงามในโรงแรม The Venetian กันดีกว่า เนื่องจากเมื่อปีก่อน ผมกับครอบครัวได้เคยมาเยี่ยมชมความงามอย่างเต็มๆ มาแล้ว  ขอย้อนเอาภาพถ่ายในครั้งนั้นมาให้ชมกันนะครับ [คราวนั้นใช้กล้อง Canon 5D กับเลนส์ Wide ครับ]  บางทีเราก็รู้ว่า...จะได้ภาพสถานที่แบบสวยจริงๆ บางครั้งอุปกรณ์ดีๆ ก็จำเป็นครับ เอาเป็นว่าได้กลับมาเยือนสถานที่สวยๆที่เคยประทับใจมากๆ  ที่ๆ ความทรงจำชัดเจนกว่าภาพถ่ายครับ

 

 

     หลายคนมักจะถามผมเมื่อกลับไปว่า  “ได้ไปเล่นในบ่อนไหม ?” ผมตอบเลยว่า  ได้เข้าไป แต่ไม่ได้เล่นเลยครับ  เนื่องจากไปในอารมณ์ของ Backpacker การใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ก็สร้างความสุขได้ไม่แพ้กันครับ  ผมเลือกการเดินถ่ายตามจุดสำคัญๆ ที่เคยมา เพื่ออิ่มเอมกับบรรยากาศที่ได้เคยมาเที่ยว ต่างกันว่า คราวนี้มาตะลุยเดี่ยว!  ลองเปรียบเทียบดูภาพนะครับ ว่าให้ความรู้สึกที่ต่างกันไหม?

 

 


     พอประมาณ 1 ทุ่มผมเริ่มออกมาเดินดูสภาพอากาศก่อน ก็พบว่าฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆ หนักขึ้น  ทำให้โปรแกรมการออกมาถ่ายทางด้านนอกก็เลยต้องงดไป   จึงกลับเข้ามาเดินเล่นอีกครั้งและย้อนกลับมาดูที่บริเวณหน้า Lobby พร้อมกับความโกลาหลของแขกมากมายทั้งกำลังเช็คอินและเช็คเอ้าท์  ประตูกระจกด้านหน้า 2 ชั้น ปิดหนาแน่นเกือบหมด เพื่อต้านทานแรงพายุฝนที่กะหน่ำเข้ามาจนแทบจะไหลซึมเข้ามาใน Lobby  เมื่อผมไปสอบถามจุดขึ้นรถจากประชาสัมพันธ์ก็ได้รับข้อมูลว่า

 



 

     “ขณะนี้ ไต้ฝุ่นเบอร์ 8 กำลังเข้ามาเก๊า ทำให้การเดินทางด้วยรถประจำทางต้องหยุดทั้งหมด  และยังไม่มีกำหนดว่าจะเดินรถได้อีกครั้งเมื่อไหร่  คุณสามารถดูรายละเอียดจากป้ายด้านหน้าครับ ”

 

 

 

     ผมแปลกใจว่าอะไรคือ ไต้ฝุ่นหมายเลข 8 และทำไมถึงไม่สามารถเดินรถได้  จึงมาอ่านประกาศหน้าประตูโรงแรมด้านในและทราบข้อมูลภายหลังว่า ความแรงของระดับไต้ฝุ่น จะนับจากจำนวนตัวเลขที่เพิ่มขึ้น และระดับ 8 ถือเป็นระดับแรงมาก  ระดับ 6-7 ก็ทำให้กระจกร้านค้าแตก  ป้ายไฟอาจโดนพัดหล่น และรถเมล์อาจถูกพัดไถลได้  เป็นเหตุผลความปลอดภัยที่ทางการประกาศไม่อนุญาตมีการเดินรถประจำทางในช่วงมีพายุ  ทั้งรถ bus ประจำทางหรือของทางโรงแรม  ในทุกเส้นทาง!! โดยเฉพาะการเดินทางไป-กลับผ่านสะพานเชื่อมเกาะ ซึ่งมีความเร็วลมพายุพัดผ่านสูง ประกอบกับถนนที่เปียก  อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและสร้างความเสียหายต่อผู้เดินทาง/สะพานและสภาพการจราจรได้

     ผมเริ่มอยู่ในภาวะที่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย  แม้ว่าการอยู่ในอาคารโรงแรม The Venetian ที่แข็งแรง  จะเป็นการรับรองความปลอดภัยในระดับหนึ่ง (ถ้าอยู่ในอาคาร) แต่เริ่มสังหรณ์ใจว่า อาจจะต้องติดอยู่ในโรงแรมนานอย่างไม่มีกำหนด  เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้มากในขณะนั้น การวางแผนที่จะรองรับการอยู่ยาวอย่างไม่คาดฝันก็เริ่มขึ้น

 

 

     ผมคิดในแง่ดีว่า ทริปนี้ถึงเราจองห้องนอนโรงแรม 3 ดาว ก็ได้มีโอกาสมานอนในโรงแรม 5 ดาวด้วย  แค่เป็นบริเวณทางเดิน  แต่ถ้าต้องติดข้ามคืน  ต้องทานให้อิ่มก่อนร้านค้าจะปิด และต้องเตรียมเสบียงไว้ก่อน เพื่อที่จะได้ไม่หิวในช่วงดึก  ซึ่งร้านค้าทั้งหมดจะปิดในเวลาเที่ยงคืน การกินอาหารใน Food Center ของที่นี่ อาจทำเอาน้ำตาไหลได้ครับ  เพราะราคาค่อนข้างสูง  แต่ที่หนักหนาสาหัส คือ ความรู้สึกเบื่อในการติดอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ

 

 

 

     ผมตัดสินใจกลับมาที่ Lobby อีกครั้งเพื่อถามความคืบหน้า  ข่าวดี! ที่มีรถเพียงชนิดเดียวที่สามารถลอดอุโมงค์ใต้สะพานเพื่อข้ามไปเกาะมาเก๊าได้ คือ รถ Taxi นั่นเอง  แต่เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่า คนขับจะเรียกค่าโดยสารแพงกว่าปกติ [ประมาณ 200-300 MOP$] ทางโรงแรมคิดว่าไม่คุ้ม  และสภาพอากาศด้านนอกก็ยังมีฝนตกหนัก แต่ก็ไม่เสียหายที่ผมจะไปหาข้อมูลไว้เบื้องต้น  เมื่อออกไปต่อรองราคา  ทุกคันมีนโยบาย Fix Price Garantee อยู่ที่ 300 MOP$ ครับ!!! [ประมาณ 1500 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ทำลายทุกสถิติที่ผมเคยนั่ง Taxi ในชีวิตผมเลย สำหรับระยะทาง 3 กิโล]

     ผมเดินออกมาด้วยทิฐิเล็กน้อยที่คิดว่า ถ้าเค้ามีสิทธิ์เรียกค่ารถในขนาดนี้  เงินมูลค่า 1,500 บาท ผมก็มีสิทธิ์ในการที่จะเลือกใช้เหมือนกัน  ผมลองพยายามค้นหาคนไทยที่พอจะพูดคุย เพื่อแชร์ค่ารถ ก็ไม่มีเลยซักคน  ยิ่งเป็นชาวต่างชาติยิ่งยากครับ เพราะนอกจากกำแพงภาษาแล้ว ความเป็นคนต่างถิ่นสร้างความเชื่อใจให้กับคนหลากหลายสัญชาติในโรงแรมยากมากครับ  ผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาซักนิด ตัดสินใจกลับเข้าไปด้านในโรงแรมและคาสิโน อีกครั้ง

     การตะลุยทุกซอกทุกมุมใน The Venetian เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง  สลับกับการพักเหนื่อยด้วยการอ่านคู่มือที่ติดตัว วางแผนเดินทางของวันพรุ่งนี้,ฯลฯ  และทำทุกอย่างเพื่อให้เวลาผ่านไปอย่างมีค่า  แต่ผมก็พบว่า  การอยู่คนเดียวอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในสถานการณ์ที่ไม่สะดวกสบายและทำให้ผมกลับมาคิดทบทวนเหตุผลในการมาอีกครั้ง

     ผมเริ่มหยุดเดินตะลอนๆ หาที่นั่งพักและเขียนความรู้สึกของผมลงบนพื้นที่ช่องว่างเพียงเล็กน้อย ตามขอบหน้ากระดาษหนังสือคู่มือท่องเที่ยวที่ผมมี.....



 

     เป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก.!!.... ผมพบความสุขสุดๆ ในการนั่งเขียนทบทวนความคิดและสิ่งที่เกิดขึ้น  ....หยุดนิ่งและใคร่ครวญถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา....จิตใจผมสงบขึ้น  ผมพบว่า ผมกำลังเดินทางไปในอีกรูปแบบหนึ่งผ่านทางการเขียน  นี่คือสิ่งที่เป็นความสุขที่สุดในชีวิตของผม  นั่นคือ ผมรักการท่องเที่ยวและการเขียนบทความ  มหัศจรรย์การเรียนรู้มากมายในชีวิตผมจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้  ถ้าไม่ออกเดินทางคว้ากระเป๋า แล้วก้าวเดินออกไปย่ำโลกกว้างด้วยตัวเอง

 

 

     คำตอบที่ผมตั้งใจมาค้นหา  ไม่ได้มาสำเร็จรูปง่ายๆ อย่างที่หวังไว้เลย  ผมคิดว่าผมต้องออกเดินทางเพราะงานเหนื่อย  สับสน  ต้องหาทางผ่อนคลายให้ได้  และผมจะพบทุกอย่างที่หวังไว้ในการเดินทางครั้งนี้  นี่!!ไม่ใช่อย่างที่ผมหวังไว้เลย  แต่ผมกลับได้พบกับหนึ่งในความสุขที่สุดในชีวิตผมอย่างไม่คาดฝัน  ผมใช้เวลากับการบันทึกเรื่องราวต่อไปอย่างไม่รู้สึกกังวลกับเวลาที่ผ่านเลยไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

     ใกล้เที่ยงคืนแล้ว .... รวมเวลากว่า 6 ชม.ที่ติดในเวเนเชี่ยน  ร้านค้าเริ่มปิดตั้งแต่ 5 ทุ่ม และมุมทุกมุมในโรงแรมถูกสำรวจจนหมดสิ้น  ความทรมานจากการอดนอนเริ่มเข้าจู่โจม ทำให้ผมหาแหล่งที่จะสิงสถิตย์ในช่วงสุดท้าย คือ Starbuck ซึ่งมีกำหนดปิดตอนตี 3  มหากาพย์แห่งมาเก๊าถูกร่างลงบนคัมภีร์ถุงกระดาษ และทุกอย่างเท่าที่เจ้าหน้าที่ร้านสตาร์บัคจะอนุเคราะห์ให้ผมได้  ได้คุยกับมิตรต่างแดนที่เคยมาเที่ยวเมืองไทย..

 

 

 

     และแล้ว...ช่วงเวลาตี 3 เมื่อถึงเวลาที่สตาร์บัคต้องปิด  และความอดทนของผมก็มาถึงที่สุด.....ผมแบกศักดิ์ศรีของผมทั้งหมดที่มีในช่วงหัวค่ำ.....คลานกลับไปหาแท๊กซี่บริเวณหน้าโรงแรม.....ไม่ว่าตอนนี้ราคาเท่าไหร่....ผมก็ยอมแล้วคร้าบ  T_T


     บริเวณหน้าโรงแรมในขณะนี้ ฝนเริ่มสงบแล้ว  แต่ทางการยังไม่มีประกาศยกเลิกการห้ามเดินรถอื่นยกเว้นแท๊กซี่  จึงยังมีนักท่องเที่ยวมากมายต่อรองกับ Taxi ด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายเพราะไม่อยากจ่าย 300 MOP$ ต่อการเดินทางข้ามฝั่ง  ผมเดินไปหาแท๊กซี่คันนึงด้วยความนอบน้อม แล้วถามเค้าว่าราคาเท่าไหร่  ผมขอ 150 MOP$ ได้ไหม  ผมไปคนเดียว  ไม่ได้แชร์กับใครเลยจ่ายไม่ไหว  คนขับแท๊กซี่กระซิบบอกผมเบาๆ ว่า 200 MOP$ ละกัน  ผมพยักหน้ารับ  เค้าตะโกนเสียงดังให้ทุกคนในลานได้ยินว่า  “ตกลงคนนี้ไปแล้ว จ่าย 250 MOP$ ”  ผมชื่นชมเล็กๆ ว่า  เค้าทำเพื่อเพื่อนผู้ประกอบการเดียวกัน  ไม่ให้ดูตัดราคา และเร่งให้นักท่องเที่ยวคนอื่นตัดสินใจไปแบบผม

     พอรถกำลังวิ่งจะข้ามสะพาน  คนขับตะโกนบอกผมให้จ่ายค่ารถก่อนเลยก่อนขึ้นสะพาน  ผมตกใจครับ  แต่ก็วัดใจกันว่าเลือกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องเชื่อใจกันว่าจะไปส่ง  คงไม่หลอกเอาเงินไปเฉยๆ  ทางเค้าเองก็กลัวว่า  ถ้าข้ามสะพานไปส่งแล้วเราจะเบี้ยวจ่ายค่ารถไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้   เป็นช่วงเวลาแห่งชีวิตที่ซื่อตรงแบบไม่คาดคิดมาก่อน  และผมก็ได้เข้าใจอะไรบางอย่าง......


     รถได้พาผมวิ่งผ่านอุโมงค์ใต้สะพานที่วิ่งได้ทางเดียวที่ไม่มีทางย้อนกลับ ซึ่งจะไม่มีโอกาสได้วิ่งถ้าไม่เกิดพายุ  วินาทีนั้นผมย้อนกลับมาคิดว่า  ในคืนนั้นเขาออกมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะรับใครได้อีกไหม เราลำบากจ่ายแต่เขาก็ยังมีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่เบื้องหลัง  ตอนที่ฝนตกหนัก  แท็กซี่เองก็มีชีวิตที่จะต้องเสี่ยงมาส่งเราเหมือนกัน  ในขณะที่สภาพอากาศทำให้รถทุกคันต้องหยุด  มีเพียงเขาเท่านั้นที่อาสาออกมาส่ง  เราเองก็เป็นหนี้บุญคุณเขา  ทำให้รู้สึกละอายเล็กน้อยที่ได้แต่มองในมุมมองของตัวเอง


     ผมถึงโรงแรมในเวลาไม่กี่นาที ...... โดยสวัสดิภาพ


Day 3 …Happy Shopping Day
มรสุมผ่านพ้นไป..... มาเก๊ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ

     ผมนอนชดเชยบนเตียงนุ่มๆ ของโรงแรม หลังจากที่อดอยากมานานและตื่นสบายๆ หลัง 10 โมง  ตั้งใจจะออกไปสำรวจเมืองสบายๆ ซึ่อของตาม List ที่คิดเอาไว้  นั่งรถเมล์ให้สบายใจเพราะคุ้นเคยแล้ว  วันที่ 3 จึงผ่านไปอย่างสบายๆ และผ่อนคลายมากขึ้น 

โบสถ์เซนต์ดิมินิค & Downtown Shopping / Photo

 

      วันนี้ขออุทิศทั้งวันให้กับการท่องเที่ยวแบบไร้การวางแผน  เน้นตามสะดวกเดินทาง / สภาพอากาศ และเวลา  เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่ธรรมชาติที่สุด (ตามใจอยาก) และน่าจะเหมาะกับ Backpacker ที่สุดแล้วครับ

      เริ่มจาก Senado Square ที่อยู่ใกล้โรงแรมมากที่สุด และเข้าสู่โบสถ์เซนต์ดอมินิค (St. Domingos Church) : ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1590 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่มีศิลปกรรมทางศาสนาที่งดงามที่สุด คือมีลักษณะการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลและบารอค ตั้งอยู่ภายใน เซนาโด้ สแควร์  ภายในเป็นโถงอาคารสูงสำหรับทำพิธีกรรมของชาวคริสต์ทั้งหลาย  ที่หลั่งไหลมาหลายประเทศด้วยพลังศรัทธา  แม้ว่าเราจะเป็นชาวพุทธก็ขออนุญาตมาชื่นชมความงามด้วยเหมือนกัน  ที่ไม่ควรพลาดคือ พิพิธภัณฑ์ในส่วนชั้นบน  ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเยี่ยมชม วัตถุโบราณและของล้ำค่าทางศาสนา  เพื่อการติดตามเรื่องราวในเชิงประวัติศาสตร์เบื้องลึกอีกด้วย  ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับสถานที่ที่เราเที่ยวและเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้น ตามผมมาเลยดีกว่าครับ

 


     จากนั้นก็เป็นทัวร์จับจ่ายกับเลือกซื้อของกินตามตัวเมือง แล้วแต่ตามชอบใจใน Guide Book แล้ววางแผนเองเลยดีกว่าครับ อาหารที่นี่หากินง่าย  อร่อยๆมากมาย ทั้งทาร์ตไข่,ตั่น-หนา (Milk-Pudding) , PorkChopBun, ลูกชิ้นในน้ำแกงกะหรี่เหมือนโอเด้ง , ยากิโทริจาก 7-11 หรือข้าวหน้าอูนางิ (ปลาไหลย่าง)จากร้านฟาสต์ฟู้ด ซึ่งย่อมเยาในราคา รองลงมาในเรื่องรสชาติ ( ฮิฮิ... ซื้อกินแบบไม่เคย ก็ต้องมีลุ้นบ้าง  จะอร่อยเลิศทุกมื้อ คงเป็นไปไม่ได้)  ขอให้เน้นดูสะอาด ซึ่งถ้าเราเป็นคนกินสะดวก ก็ยิ่งไม่มีปัญหาครับ

 

 


    แหล่ง Shopping ที่ง่ายที่สุดก็คือ Senado Square ที่นี่จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมไว้ซึ่งร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งแฟชั่น แบรนด์เนม ร้านแผงลอย เฟอร์นิเจอร์โบราณ อัญมณี เครื่องประดับ ของที่ระลึก ฯลฯ เรียกว่าจะหาซื้ออะไรในมาเก๊า มาที่นี่ที่เดียวก็ได้ครบครัน ราคาไม่สูงมาก และของฝากท้องถิ่นที่น่าซื้อ ได้แก่ หมูแผ่นย่าง ขนมอร่อยตำรับชาวจีน (ที่ผมไม่รู้ชื่อ)  และอื่นๆมากมายรวมในแหล่งเดียวสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย  แต่ถ้าร้านเฉพาะทางเช่น ของเล่น/ตัวต่อโมเดล ก็มี Toy Kingdom ด้านข้างซ้ายของประตูโบสถ์ St.Pual หรือ ตามร้านโมเดลแฟรนไชส์ ที่ต้องสืบเสาะเอง  ผมได้ชุดมินิโมเดลของ MJ มาไว้สะสมด้วย ซึ่งถือว่าเป็นของที่ระลึกที่เป็นตำนานไปแล้ว

 

 

    แต่ที่ถูกใจผมจริงๆ คือ การเดินเที่ยวในตัวเมืองยามค่ำคืน  พอเจอสถานที่สวยๆ ก็ลงจากรถเมล์ เดินย้อนไปค้นหาพร้อมกับถ่ายภาพไปเรื่อยๆ  เริ่มปล่อยตัวปล่อยใจให้หลงทางพร้อมกับจงใจค้นพบเส้นทางใหม่  ยิ่งได้ภาพสวยๆยิ่งสนุกครับ  เป็นการตอกย้ำอีกครั้งถึงเสน่ห์ยามค่ำคืนของมาเก๊า  ความตื่นเต้นจากการค้นพบที่ใหม่ๆนอกแผนที่ท่องเที่ยว  ทำให้อดหัวใจพองโตไม่ได้ว่า  “มีแต่เราเท่านั้นที่ค้นพบสถานที่นี้ และเห็นความงามของมันในยามนี้ ”

 

 

 

 

      อิ่มอกอิ่มใจแล้วก็กลับเข้าสู่  เตรียมเก็บข้าวเก็บของเพื่อเตรียมเดินทางกลับ......ก่อนที่จะพบว่า  โปรแกรมเที่ยวแบบ Non-Stop ในวันสุดท้าย  มันต้องมีอะไรให้ตื่นเต้นทุกนาทีกันจริงๆเลย...ทริปนี้ !!!

 


[ติดตามต่อในตอน 3 นะครับ ]

ณัฐภณ วุฒิกานากร...(เอ บ้านผางาม)...เรื่อง / ภาพ
www.pangam.com

  • สามารถติดตามการผจญภัยและเรื่องราวของผมทุกๆวันใน
    www.twitter.com/meawba หรือ Follow@meawba นะครับ
    ส่วนข่าวสารของที่บ้านผม บ้านผางาม เมืองผจญภัย
    www.twitter.com/pangam  หรือ Follow@pangam ครับ
  • เอาแต่เที่ยวไม่ทำงานเลย ต้องโดนดุแน่ครับ !! T_T ขอฝากประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่ บ้านผางาม ไว้ 2 เรื่องนะครับ
  • 13-14 ก.พ. 52 “ วิวาห์ผจญภัย และ บันทึกรักกลางภูผาปีที่ 7 ”
    เปิดรับสมัครคู่บ่าวสาวที่ต้องการพิสูจน์รักแท้และจดทะเบียนสมรสกลางหน้าผา เพียง 3 คู่ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย [ ที่พัก+อาหาร+กิจกรรม ] ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pangam.com
  • 20-21 ก.พ. 52 กับการรวมตัวผจญภัยครั้งแรกของชาว Twitter กลางฟ้ากว้างบนยอดขุนเขาในงาน “TwitPJ” ที่บ้านผางาม เมืองผจญภัย
Advertisement Replay Ad
ช้อปจัดหนัก เฮงรับปีระกา! ที่ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ image

ช้อปจัดหนัก เฮงรับปีระกา! ที่ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์

Alex Face’s Alive: การกลับมาของศิลปินกราฟิตี้และเด็กหญิงสามตาของเขา image

Alex Face’s Alive: การกลับมาของศิลปินกราฟิตี้และเด็กหญิงสามตาของเขา

สถานีเฝ้าชมเมฆ โดย Phormwiharn Bumroongthin

สถานีเฝ้าชมเมฆ โดย Phormwiharn Bumroongthin

สุขเงียบๆ ในจังหวัดพิษณุโลก

สุขเงียบๆ ในจังหวัดพิษณุโลก

เฟรเซอร์ รีสอร์ท พัทยา

เฟรเซอร์ รีสอร์ท พัทยา

ศิลปะแห่งการถ่ายภาพ

ศิลปะแห่งการถ่ายภาพ

สีสันตะวันออก

สีสันตะวันออก

เข้าไปในเมืองลับแล

เข้าไปในเมืองลับแล

เทศกาลกินหมี่ ประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.โชคชัย

เทศกาลกินหมี่ ประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.โชคชัย

วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา

เคนธีระเดช หน่อยบุษกร คู่รักหวานเที่ยวอิตาลี

เคนธีระเดช หน่อยบุษกร คู่รักหวานเที่ยวอิตาลี

5 บูทีคโฮเทล ริมหาดสุดโรแมนติกในวันฝนฉ่ำ สำหรับคู่รัก

5 บูทีคโฮเทล ริมหาดสุดโรแมนติกในวันฝนฉ่ำ สำหรับคู่รัก

ยโส(ธร)... เมื่อเดือน ๓ (ตอนจบ)

ยโส(ธร)... เมื่อเดือน ๓ (ตอนจบ)

ยโส(ธร)... เมื่อเดือน ๓ (ตอนที่สอง)

ยโส(ธร)... เมื่อเดือน ๓ (ตอนที่สอง)

ยโส(ธร)... เมื่อเืดือน ๓

ยโส(ธร)... เมื่อเืดือน ๓

หลากอารมณ์ที่...สกลนคร (ตอนจบ)

หลากอารมณ์ที่...สกลนคร (ตอนจบ)

หลากอารมณ์ที่...สกลนคร (ตอนแรก)

หลากอารมณ์ที่...สกลนคร (ตอนแรก)

สะหวันนะเขต (ตอนจบ)

สะหวันนะเขต (ตอนจบ)

สะหวันนะเขต

สะหวันนะเขต

งานบุญผะเหวดที่ร้อยเอ็ด

งานบุญผะเหวดที่ร้อยเอ็ด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์