ล้อมรอบด้วยความสุข “จิ่วจ้ายโกเมืองไทย”

ล้อมรอบด้วยความสุข “จิ่วจ้ายโกเมืองไทย”

ล้อมรอบด้วยความสุข “จิ่วจ้ายโกเมืองไทย”

ล้อมรอบด้วยความสุข “จิ่วจ้ายโกเมืองไทย”


      หลังเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิร่อนลงจอดรันเวย์สนามบินสุราษฏร์ธานีเป็นที่เรียบร้อย ด้วย เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ครั้งนี้ฉันขอเดินทางมาท่องเที่ยวคนเดียว เพราะอยากหลบมุมมานอนพักผ่อนเงียบ ๆ สบาย ๆ แค่ตื่นกินนอนดื่มด่ำธรรมชาติ ขอลาขาดความจอแจวุ่นวายของกรุงเทพฯ สัก 2-3 วัน ก็พอ แต่ก่อนอื่นขอแวะเช่ารถกับ Budget ซึ่งที่สนามบินสุราษฎร์ธานี Budget ตั้งอยู่ในสนามบิน

      ฉันจึงเดินเข้าไปติดต่อเพื่อขอใช้บริการรถเช่ากับทาง Budget แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า การใช้บริการรถเช่าของ Budget ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง เนื่องจากการบริการของ Budget เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริการของพนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ในรถซึ่งทาง Budget ได้จัดเตรียมให้กับลูกค้าทุกท่านที่ได้เลือกใช้บริการ ซึ่งในครั้งนี้ทาง Budget ได้เลือกรถ Toyota Vios เป็นพาหนะที่จะนำฉันไปยังสถานที่ ที่สวยงามและน่าค้นหา สายแล้วไปกันเลยดีกว่า เดี๋ยวไปไม่ทันกันพอดี   


      ฉันออกสตาร์ทรถขับไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4 อย่างเย็นใจ พอถึงสี่แยกก็เลี้ยวขวาไปอำเภอพนม (เส้นทาง 401) จนถึง กม.6 แล้วก็เลี้ยวขวาอีกที เบ็ดเสร็จใช้เวลาเพียง 40 นาที ก็ถึงจุดมุ่งหมายแล้ว


      เวลานี้มองทางไหนเห็นแต่ภูเขาเขียวขจี ฟ้าสีคราม ตัดกับผืนน้ำใสสีเขียวมรกต พระอาทิตย์ดวงโตกำลังห้วยตัวคล้อยไปมุมด้านซ้ายของศีรษะ ประมาณบ่ายสองโมง ที่จริงอากาศน่าจะร้อนกว่านี้แต่ทุกอย่างของที่นี่กลับแปรเปลี่ยนเป็นสายลมเย็น ๆ ที่พัดพาเอาความชุ่มเย็นเข้ามาใบหน้า จนทำให้อาการเมื่อยแข้งเมื่อยขาจากการเดินทางทริปนี้หายเป็นปลิดทิ้ง


      “เขื่อนรัชชประภาสวยอย่างทีเขาว่ากันจริง ๆ ”


      แต่ก่อนจะชื่นชมกับความงามให้สำราญใจ ฉันต้องจัดแจงหาที่จอดรถเหมาะ ๆ ตรงลานด้านหน้า จุดรับ-ส่ง เรือหางยาวนักท่องเที่ยวไปยังแพที่พักก่อน ทั้งยังต้องเสียค่าผ่านด่านคนละ 20 บาทก่อน ซึ่งพี่เจ้าหน้าที่กระซิบมาว่าในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการขึ้นราคาค่าผ่านด่านเป็นคนละ 40 บาท หลังสอดส่องสายตาหาเรือหางยาวลำเหมาะ ๆ ไม่นานเกินรอเรือหางยาวเหมาจ้างในราคา 1,500 บาท (ไป-กลับ 1 เที่ยว) ก็พาฉันออกตัวทะยานไปตามผืนน้ำกว้างใหญ่


      พี่คนขับเรือคงเป็นคนใต้จริง ๆ เพราะดูนิ่ง ๆ ดุ ๆ น้ำเสียงแข็ง ๆ พูดเร็ว ๆ ตอนแรกฉันอดหวั่นใจไม่ได้ว่านี่เขาโกรธอะไรฉันรึเปล่าหนอ? เพราะการตะแคงหูฟังแล้วถามซ้ำไปมาหลายรอบด้วยไม่ชินกับสำเนียง อาจก่อให้เกิดมรสุมทางอารมณ์ได้ แต่เปล่าเลยเวลาแกกลับตอบคำถามพร้อมกับยิ้มให้ จนเห็นฟันเรียงกันตั้ง 32 ซี่ ถึงใจชื้นขึ้นว่านี่เป็นบุคลิกของคนใต้ละมั้ง


      เขื่อนรัชชประภา โอบล้อมด้วยธรรมชาติรอบด้าน ภูเขาเขียวขจีสูงใหญ่ทอดตัวสลับซับซ้อนล้อมรอบสายน้ำใสสีเขียวมรกตตัดกับฟ้าครึ้ม ๆ ของวันนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามให้ใหม่ว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน มีพื้นที่ทั้งหมด 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 200 เกาะ ตั้งอยู่ที่บ้านเชี่ยวหลาน ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จังหวัดสุราษฏร์ธานี

      โดยอยู่ในจุดใจกลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นเขื่อนแบบหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวตามสันเขื่อน 761 เมตร มีสนามกอล์ฟมาตรฐาน 8 หลุม และมีตัวเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาด 5 แห่ง ซึ่งนี่เองที่ทำให้เขื่อนรัชชประภาเกิดทัศนียภาพสวยงามบริเวณเกาะแก่งต่าง ๆ จนได้รับการขนานนามว่า “จิ่วจ้ายโกเมืองไทย”


      พี่คนขับเรือหางยาวพาฉันค่อย ๆ ขับเรือลัดเลาะตามซอยซอยระหว่างภูเขา กระทั่งจนมาเจอภูเขา 3 ลูกขนาดไม่ใหญ่ ที่เขาบอกว่านี่ล่ะเป็นสัญลักษณ์ของจิ่วจ่ายโก กำลังทรงตัวตั้งสมาธิยกกล้องขึ้นถ่ายภาพจู่ ๆ เสียงน้ำด้านข้างก็ตู้ม ๆๆ!! ขึ้น จนฉันถึงกับสะดุ้งร้องเสียงหลง ดีนะที่กล้องถ่ายภาพเพิ่งถอยมาใหม่ไม่หลุดมือตกน้ำ ไม่งั้นมีหวังได้ลงไปงมหาใต้น้ำลึกไม่ต่ำกว่า 50 เมตรแน่ ๆ

      พอมองหาที่มาเสียง ก็เห็นบรรดาชะนีต่างกำลังสนุกสนานในการเห็นห้อยโหยกิ่งไม้แล้วลู่ตัวลงสู่ผืนน้ำ เฮ๊ย! เล่นซะตกใจ พอตั้งสติได้ก็เริ่มถ่ายภาพภูเขา 3 ลูกมุมนั้นมุมนี้จนสำเร็จ ต่อด้วยด้วยการถ่ายภาพวิวทัศน์ตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังแพที่พัก ยังไงวันนี้ขอพักเอาแรงก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำอะไรต่อค่อยว่ากันอีกที


      เช้าตรู่บรรยากาศที่นี่ยังคงปกคลุมด้วยหมอกหนา สายหมอกขาวกำลังลอยวนอยู่บนยอดไม้ แว่วเสียงชะนีร้องมาเป็นระยะ ๆ ไม่เสียแรงที่ฉันอุตส่าแหกตาตื่นมานั่งนิ่ง ๆ ปล่อยสมองโล่ง ๆ ปล่อยใจชื่นชมกับธรรมชาติรอบทิศทางตรงหน้า พี่เจ้าของแพพักบอกว่าช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับการพักผ่อนเลยทีเดียว


      พอสายประมาณ 10.00 น. แสงแดดค่อยแยงฟ้าครึ้มลงมาได้ไม่มาก นักท่องเที่ยวบางคนอาศัยเวลานี้ใส่เสื้อชูชีพลงไปลอยตุ๊บป่องในน้ำหน้าแพ บางคนก็กำลังเพลิดเพลินกับการเอามือช้อนปลาตะเพียรห่างแดงเล่น บางคนกำลังยายเรือแคนนู แต่ฉันขอนั่ง ๆ นอน ๆ ดูคนอื่นสนุกดีกว่า ก็บอกแล้วว่าการมาเที่ยวทริปนี้ขอแค่มานอนพักสบาย ๆ กินให้อิ่ม นอนให้หลับ แล้วก็กลับเท่านั้นเอง


      กระทั่งพี่สาวนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเดินมาถามว่าช่วงบ่ายแก่ ๆ แกงค์ 4 สาว มีโปรมแกรมเดินทางไปชม “ถ้ำน้ำทะลุ” ที่ว่ากันว่าใครมาเที่ยวเขื่อนรัชชประภาแล้ว ต้องไม่พลาดการมาเที่ยวชม ใจหนึ่งไม่อยากไปจะไป เพราะตั้งปณิธารเอาไว้แล้วว่าไม่อยากลุย แต่แล้ววินาทีสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนใจ


      เรานั่งเรือออกจากเขื่อนรัชชประภาช่วงบ่ายแก่ ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที ต่อด้วยการเดินเท้าไปตามเส้นทางขรุขระอีกเกือบ 2 กิโลเมตร บางคนขอนั่งพักดมยาระหว่างทางสักครู่ ดีที่สังขารฉันทึกใช้ได้ก็เลยทำให้ไม่มีปัญหาในการออกกำลังเท้า ในที่สุดเราก็มาถึงปากถ้ำพี่สาวนักท่องเที่ยวบอกว่า ต้องค่อย ๆ เดิน เพราะพื้นข้างในค่อนข้างลื่นอาจจะหกล้มแข้งขาหักเอาได้


      ภายในถ้ำน้ำทะลุเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย โขดหินต่าง ๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำ จนเกิดเป็นรูปทรงตามแต่จินตนาการ อุณหภูมิภายในฉ่ำเย็นกว่าด้านนอกหลายเท่าประกอบกับสายน้ำใสยาว 500 เมตรไหลผ่านตลอ ช่วยให้เราลืมความเมื่อยในการเดินเท้า 2 กิโลเมตร เมื่อครู่ได้อย่างสบาย เราเดินลัดเลาะดูมุมนั้นมุมนี้จนทั่ว ก่อนจะออกมายืนอยู่บนยอดเขามุมสูง ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามคล้ายภาพวาดศิลปินจีน


      ฉันยืนมองวิวทิวทัศน์นิ่ง  ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ไว้เต็มปอด พี่สาวนักเดินทางบอกว่าช่วงเดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม เป็นช่วงจังหวะดี ๆ ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส “จิ่วจ้ายโกเมืองไทย” ในมุมความสวยไต่ระดับมากขึ้นกว่าเดือนที่ผ่าน ๆ มา ก่อนเราจะทยอยเดินลงเรือหางยาวเพื่อกลับแพที่พัก


      ค่ำคืนอันแสนสงัด มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืด ความเงียบ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ทุกอย่างถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง หลังกินข้าวเสร็จสรรพเรียบร้อย พี่สาวนักท่องเที่ยวที่นอนแพข้าง ๆ บอกว่าคืนนี้ไม่ได้นั่งจ้อด้วย เพราะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ ขอกินยาเข้านอนพักเอาแรงก่อน


      ฉันเองก็ต้องรีบเข้านอนเหมือนกัน เพราะพรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว ใจจริงยังไม่อยากอยู่ต่ออีกสักเดือน แต่แค่ได้เว้นระยะหลีกหนีความจอแจจากเรื่องราวมากมายบ้าง เท่านี้ก็ถือว่าระดับความสุขยังคงสภาพไว้ได้ดีพอสมควร แม้จะเป็นการมาเที่ยวเพียงไม่กี่วัน แต่ฉันกลับรู้สึกถึงการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะธรรมชาติรอบทิศทางต่างปลอบใจของฉันให้สำราญ ในการมุ่งหน้ากลับมากรุงเทพฯ ได้ดีทีเดียว


      ฉันขับรถออกจากเขื่อนรัชชประภาย้อนกลับตามเส้นทางเดิมในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะส่งรถเช่าคืนที่ศูนย์บริการ Budget Car & Truck Rental สาขาสนามบินสุราษฏร์ธานี


      ...เครื่องบินกำลังพาฉันกลับสู่กรุงเทพฯ เอาไว้โอกาสหน้าค่อยหาเวลาสักหนึ่งอาทิตย์สองอาทิตย์มานอนพักผ่อน ให้ใจสำรวจกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ดูไม่ได้ชมบ้าง...และไม่ใช่แค่หวังว่า...แต่ฉันคงต้องหาเวลามาเที่ยวที่นี่ใหม่อีกครั้งให้ได้จริง ๆ ค่ะ


การเดินทาง


**รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยตลอดผ่าน จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 ถึงสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 แยกเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสก หน่วยพิทักษ์ ขส.2 แก่งเชี่ยวหลาน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57-58 เข้าสู่ถนนลาดยางไปประมาณ 12 กม. ก็จะถึงหน่วยพิทักษ์ฯ ขส.2 (แก่งเชี่ยวหลาน) รวมระยะทางประมาณ 730 กม. และจาก ขส.2 ต้องจ้างเหมาเรือลำละ 1,500 บาท เพื่อชมความงามในเขื่อนหรือไปส่งยังแพบ้านพัก


**ทางรถโดยสาร บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-12 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถ.บรมราชชนนี โทร. 0-2435-1200  


**ทางรถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทาง 650 กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน แล้วต่อรถประจำทางหรือแท็กซี่ เข้า จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 13 กม. ติดต่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0-2223-7010 สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน โทร. 0-7731-1213  


**ทางอากาศ

      1.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวันใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง กับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ๆ ละ 2 เที่ยว สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 1566, 0 -2280-0060, 0-2628-2000, 0-2356-11 สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7727-2610, 0-7727-3710 ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7725-3500 ต่อ 262 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.thaiairways.com 
      2.สายการบินบางกอกแอร์เวย์  เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ  กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง  1 ชั่วโมง 10 นาที สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ 0-2229-3456 หรือ 0-7742-5010, 0-7742-5029-30 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokair.com 
      3.สายการบินวันทูโก  สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่  โทรศัพท์ 1126 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.fly12go.com  


ที่พัก ที่พักในเขื่อนรัชชประภา มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ คือ 


1.ที่พักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ( เขื่อนเชี่ยวหลาน) มีหลายลักษณะและหลายราคา ( ห้องแอร์ทั้งหมด ) เหมาะสำหรับครอบครัว สอบถามรายละเอียดหรือจองที่พักได้ที่  โทรศัพท์ 0-7724-2561 
2.ที่พักแบบเรือนแพ ของทางอุทยานแห่งชาติเขาสก คือ แพนางไพรเป็นแพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด และวิวหน้าแพสวยที่สุด โทรศัพท์  0-7709-5025, 0-7729-9318, 0-7739-5139 ,แพคลองคะ อยู่ถัดจากแพนางไพรเข้าไป ใกล้กับน้ำตกคลองคะ โทรศัพท์ 0-7729-9078-9 ,แพไกรสร  เป็นแพที่อยู่ไกล แต่เป็นธรรมชาติมาก โทรศัพท์ 0-7739-5139
3. ที่พักแบบเรือนแพของกรมป่าไม้ แพคลองแสง เป็นแพที่อยู่ไกลและเป็นแหล่งตกปลา โทรศัพท์  0-8659-33440  
4.ที่พักแบบเรือนแพ ของทางเอกชน คือแพเพลินไพร โทรศัพท์ 0-7734-6097, 08-1892-6321,แพสายชล โทรศัพท์ 0-7734-1013,แพเชี่ยวหลาน โทรศัพท์ 08-9132-0007, 08-1978-3494 ,แพภูตะวัน โทรศัพท์ 08-6281-9655, 08-1606-9007


***ค่าใช้จ่ายที่พักจะเริ่มต้นที่ คนละ 560 บาทต่อคืน พร้อมอาหาร 3 มื้อ หากประสานติดต่อไม่ได้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสมศักดิ์ ประทุมมาลย์ 08-9648-7914, 08-6946-8684 (ชมรมเรือหางยาวเขื่อนรัชชประภา) 
 
Guide Story & Photo: kan_ni26

ขอขอบคุณ : นิตยสาร weekend


Advertisement Replay Ad
รีวิวพิพิธภัณฑ์บ้านดำ จ.เชียงราย ของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่ท่องเที่ยว ที่ควรไปเยือนสักครั้ง image

รีวิวพิพิธภัณฑ์บ้านดำ จ.เชียงราย ของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่ท่องเที่ยว ที่ควรไปเยือนสักครั้ง

เที่ยวทะเล "ตราด" กินง่าย อยู่ง่าย แต่สุขเวอร์

เที่ยวทะเล "ตราด" กินง่าย อยู่ง่าย แต่สุขเวอร์

เที่ยวใกล้กรุง กับเงิน 500 บาท

เที่ยวใกล้กรุง กับเงิน 500 บาท

นอนกลิ้งกลางดงดอกไม้ดงนาทาม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี

นอนกลิ้งกลางดงดอกไม้ดงนาทาม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี

กินดีอยู่ดี @ ภูเก็ต

กินดีอยู่ดี @ ภูเก็ต

10 สุดยอดที่เที่ยวหน้าหนาว

10 สุดยอดที่เที่ยวหน้าหนาว

เชียงคาน สวรรค์บนดินของคนรักสงบ

เชียงคาน สวรรค์บนดินของคนรักสงบ

เที่ยวสวนผึ้ง แวะไร่กุหลาบอุษาวดี

เที่ยวสวนผึ้ง แวะไร่กุหลาบอุษาวดี

เสียมราฐในแสงตะวัน

เสียมราฐในแสงตะวัน

เกาะตาชัย จ.พังงา ความงดงามแห่งท้องทะเลใต้

เกาะตาชัย จ.พังงา ความงดงามแห่งท้องทะเลใต้

สถานีเฝ้าชมเมฆ โดย Phormwiharn Bumroongthin

สถานีเฝ้าชมเมฆ โดย Phormwiharn Bumroongthin

ทริปเกาะยาวใหญ่ เกาะห้อง เกาะผักเบี้ย กระบี่

ทริปเกาะยาวใหญ่ เกาะห้อง เกาะผักเบี้ย กระบี่

คุณก็เป็นนักเขียนของ สนุก!ท่องเที่ยว ได้

คุณก็เป็นนักเขียนของ สนุก!ท่องเที่ยว ได้

ชี้แจง เรื่อง การโพสต์กระทู้บนหน้าเว็บบอร์ด

ชี้แจง เรื่อง การโพสต์กระทู้บนหน้าเว็บบอร์ด

"อุทัยธานี-ห้วยขาแข้ง"จากเมืองที่น่าค้นหา สู่ผืนป่ามรดกโลก

"อุทัยธานี-ห้วยขาแข้ง"จากเมืองที่น่าค้นหา สู่ผืนป่ามรดกโลก

Let’s Go To The Beach...Krabi

Let’s Go To The Beach...Krabi

แอ่วเชียงดาวกับเส้นทางสุดม่วน

แอ่วเชียงดาวกับเส้นทางสุดม่วน

แก่งลานนกยูง จ.นครสวรรค์

แก่งลานนกยูง จ.นครสวรรค์

วันเหงาเหงา ภูเขากับทะเล

วันเหงาเหงา ภูเขากับทะเล

ยลความงามเมืองทาลลินน์ เมืองมรดกโลก

ยลความงามเมืองทาลลินน์ เมืองมรดกโลก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์