ตะลุยเมืองมนตรา.....ลังกาวี

ตะลุยเมืองมนตรา.....ลังกาวี

ตะลุยเมืองมนตรา.....ลังกาวี

ตะลุยเมืองมนตรา.....ลังกาวี...โดย แอ๋ม

     เกาะลังกาวี เคยเป็นเกาะที่อยู่ในอาณาเขตประเทศสยามก่อนสงครามโลก แต่ด้วยเหตุการณ์ผันแปรจากเล่ห์เพทุบายของประเทศฝรั่งอาณานิคม ทำให้เกาะลังกาวีต้องตกไปเป็นของประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน ประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นชาวมาเลย์นับถือศาสนาอิสลาม ชาวจีน ชาวอินเดีย และชาวไทยอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก..

     ลังกาวี เมืองแห่งตำนานพระนางเลือดขาว มัสซูรี หรือ ปะไหมสุหรี แห่งศุลต่านลังกาวี ที่ถูกประหารชีวิตตั้งแต่วัยสาว ด้วยคมกริช เพราะความริษยาของผู้อื่น ในขณะที่สวามีออกรบในสงคราม  ไม่มีผู้ใดให้ความช่วยเหลือนางได้เนื่องจากนางเป็นคนต่างแดน ที่มาจากจังหวัดภูเก็ตประเทศไทย ซึ่งมีภาพถ่ายยืนยันในช่วงที่นางอาศัยอยู่ในภูเก็ตด้วย (ไม่ยืนยันความถูกต้องเนื่องจากได้ข้อมูลมาจากไก๊ด์)

     มีเรื่องราวตำนานที่เล่าขานกันว่า ตอนที่พระนางมัสซูรี ถูกประหารชีวิตด้วยคมกริช นางมีความรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง ไม่มีความยุติธรรม และความเจ็บปวดทรมานจากคมกริช ก็ได้อธิษฐานว่า ถ้านางไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาว่า มีชู้จริง ก็ขอให้เลือดหลั่งออกมาเป็นสีขาว พร้อมกับขอสาปแช่งให้ลังกาวีไม่มีความเจริญไม่ให้พบกับสันติสุขไปจนถึง 7 ชั่วโคตร ซึ่งปรากฎหลักฐานคำสาปแช่งหลังนางถูกประหาร  ลังกาวีก็เงียบเหงาอยู่ในมนตรา หาดทรายก็เป็นสีดำ (จริง ๆ แล้วหาดทรายมีแร่เหล็กมากก็เลยมีสีดำมาก)  ปัจจุบันพ้นเวลาแห่งคำสาป หาดทรายดำในปัจจุบันจึงเหลือสีดำเพียงน้อยนิด เกาะลังกาวีก็กลับฟื้นคืนชีวิต  กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างชาติเข้ามามากมายในแต่ละปี  ซึ่งอาจจะเกิดจากประเทศมาเลเซียทุ่มเงินจำนวนมหาศาล เพื่อสร้างเมืองลังกาวีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เป็นคู่แข่งของจังหวัดภูเก็ตของไทย และเขาก็กำลังจะทำได้ในไม่ช้า เนื่องจากยังคงมีธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลใสสะอาด  และมีเกาะแก่งที่ยังคงสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เช่นที่ Pulau Payer อุทยานทางทะเลที่ต้องใช้เวลาเดินทางจากฝั่งประมาณ 2 ชั่วโมง  ที่นั่นจะสามารถสัมผัสกับปลาทะเลหลากสีรวมทั้งปลาฉลาม แต่พวกเราไม่ได้ไปพิสูจน์เนื่องจากไม่มีเวลาพอ  ถ้าจะไปที่นั่นต้องพักในลังกาวีถึง 2 คืน แต่คิดว่าคงไม่แตกต่างจากทะเลอันดามันของไทยสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะที่เกาะพีพี หรือ ทะเลตรัง  ที่ยังคงมีปลาทะเลสีสวยมาว่ายน้ำให้เห็นกันมากมาย.. 

     วันแรกของการเดินทาง 4 มิถุนายน 2544      ณ จุดนัดพบ สถานีรถไฟหัวลำโพง-กรุงเทพฯ เดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษ กรุงเทพ ฯ -บัสเตอร์เวอร์ส พวกเราใช้บริการตู้นอนชั้น 1 เนื่องจากเป็นการเดินทางโดยรถไฟครั้งแรกในชีวิต ทำให้เกิดเหตุหน้าแตกอย่างแรงขึ้นในโบกี้รถไฟ  เหตุเกิดหลังจากที่ขนสัมภาระเข้าไปในห้องที่อยู่ในตู้นอนพิเศษเรียบร้อย  ด้วยความรอบคอบก็ต้องสำรวจสถานที่กันตามระเบียบ จากข้อมูลที่ได้จากบริษัททัวส์บอกว่า ในตู้นอนบนรถไฟชั้นพิเศษ จะมีอ่างล้างหน้า และห้องน้ำอยู่ด้านในด้วย ภายในห้องพิเศษชั้น 1 มีโซฟายาว 1 ตัว  ตอนกลางคืนจะปรับเปลี่ยนเป็นเตียงนอน  มีชั้นเล็ก ๆ ยื่นออกมาเป็นโต๊ะ  มีแจกันดอกกุหลาบน่ารัก 2 ดอก โต๊ะนี้ใช้สำหรับวางอาหาร มีอ่างล้างหน้าเล็ก ๆ ข้างประตูทางเข้า และด้านผนังตรงข้ามโซฟาที่นั่งมีบานประตู 2 บานติดกันซึ่งเปิดได้ พวกเรามั่นใจเต็ม 100 ว่านั่นคือห้องน้ำ..ชัวส์      เราช่วยกันเปิดสลักออก ทั้งผลัก ทั้งดัน แต่ประตูก็ไม่เปิด พยายามอยู่เป็นนาน  มีเจ้าหน้าที่รถไฟเดินผ่านพวกเราก็รีบสอบถามทันทีว่า  ทำไมประตูสองบานนี้เปิดไม่ได้ นี่คือเหตุการณ์หน้าแตกค่ะ  เพราะประตูสองบานเป็นห้องพักผู้โดยสารอีกห้องที่ติดกัน เค้ามีไว้สำหรับผู้โดยสารที่มากันเป็นครอบครัวได้เปิดหากันได้ ส่วนห้องน้ำอยู่หลังโบกี้ (ภาพประตูห้อง ที่คุณแอ๋มออกแรงผลักอยู่นาน ลุงจิ๊บ แห่งสบาย.คอม แถมให้เป็นพิเศษ ครับ)  

     ทิวทัศน์สองข้างทางรถไฟ แตกต่างจากเส้นทางรถยนต์เป็นอย่างมาก  สำหรับในกรุงเทพ ฯ สองข้างทางจะมีแต่บ้านเรือนเป็นเพิงเล็ก ๆ มีคนอาศัยอยู่หนาแน่นติดทางรถไฟ พอรถไฟข้ามสะพานพระราม 6 เข้าสู่เขตทวีวัฒนา บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นสวนผักสวนผลไม้ ยิ่งไกลออกไปตามต่างจังหวัดประมาณช่วงจังหวัดเพชรบุรีใกล้ดวงอาทิตย์ตก จะเป็นท้องทุ่งนาเขียวขจีสวยงามมาก      รถไฟออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพง 14.20 น. ถึงสถานีหาดใหญ่ 08.30 น. วันรุ่งขึ้น  มีรถตู้ของบริษัททัวส์มารับที่สถานีรถไฟ  ได้พบกับผู้ร่วมเดินทางอีก 4 ท่าน คือ คุณลุง กับ คุณป้า มาจากจังหวัดขอนแก่น เป็นนักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาหลังเกษียรอายุท่องเที่ยว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ  คุณลุงคุณป้าเป็นนักท่องเที่ยวที่อัธยาศัยดีมากที่สุดเท่าที่เคยร่วมท่องเที่ยว ที่ใช้บริการบริษัททัวร์ ส่วนอีก 2 คนเป็นหนุ่มสาวเมืองกรุง ที่ใช้เวลาวันหยุดร่วมทางไปกับพวกเราด้วย  อีกครอบครัวหนึ่ง พ่อ+แม่+ลูกสาววัย 10 ขวบ  ได้ล่วงหน้ามาทางเครื่องบินมารออยู่ที่โรงแรมในตัวเมืองหาดใหญ่  ส่วนไก๊ด์ป้าแอ๊ด เป็นไก๊ด์มือโปรรุ่นเก๋า ที่เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก..

      จากหาดใหญ่เดินทางสู่อำเภอสะเดา แวะแลกเงินเหรียญมาเลเซีย อัตราแลกเปลี่ยนในวันนั้น เงินไทย 12.95 บาทแลกได้ 1 Ringgit ที่ด่านสะเดามีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากมายรอคิดเข้าตรวจเอกสารหนังสือเดินทาง (Passport) ใช้เวลาที่ด่านนานพอสมควร  จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่รัฐกัวลาปะลิศ เพื่อขึ้นเรือเฟอรี่ไปยังเกาะลังกาวี ได้ขึ้นเรือเที่ยว 10.45 น ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง บรรยากาศบนเรือเฟอรี่จะติดแอร์ทั้งหมดมี 2 ชั้น นั่งได้ทั้งลำประมาณ 150 คน คลื่นลมปกติ  ถึงท่าเรือเกาะลังกาวีก็ต้องตะลึงกับความใหญ่โตโอ่อ่าของท่าเรือ ซึ่งไม่มีที่ไหนในเมืองไทยเทียบเท่า

     จากท่าเรือใช้บริการรถตู้ท้องถิ่นที่มีมากมาย นำพวกเราไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารจีนใกล้ชายหาดแห่งหนึ่ง หลังอาหารแวะ Shopping ที่ตลาดกั๊วใกล้ ๆ ร้านอาหาร เป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่สุดในลังกาวี สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นผ้าโสร่งปาเต๊ะ ผ้านวม สุรา บุหรี่ และขนมช็อคโกเล็ตหลายอย่าง แต่เมื่อเทียบราคากับตลาดหาดใหญ่ราคาผ้าสะโหร่งปาเตะจะแพงกว่าที่หาดใหญ่มาก  หรือ อาจจะเป็นเพราะพวกเราไม่มีความรู้เรื่องการเลือกซื้อผ้าปาเต๊ะก็ได้จึงคิดว่าราคาแพง  คุณพิศหาซื้อผ้าสะโหร่งปาเต๊ะไปฝากคุณย่า กับคุณยายแล้วก็คุณน้าหลายผืน ราคาอยู่ที่ 15-17 Ringgit ส่วนแอ๋มก็ไม่พ้นขนม และช็อคโกเล็ตไปฝากพี่ ๆ ที่ทำงานและเพื่อนซี๊ จากนั้นก็เดินทางไปที่สุสานของพระนางมัสซูรี ซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของเกาะลังกาวี ภายในบริเวณเดียวกัน  นอกจากสุสาน ยังมีเรือนไม้โบราณ  ด้านบนเรือนไม้จะมีการจัดห้องนอน และห้องนั่งเล่น ให้ชมบรรยากาศในสมัยที่พระนางมัสซูรียังมีชีวิตอยู่  ส่วนใกล้ ๆ  กันจะมีการแสดงดนตรีโบราณ  และมีอาคารนิทรรศการที่มีภาพระนางมัสซูรีหลายภาพ รวมทั้งภาพถ่ายสมัยอยู่ในภูเก็ต.

     ออกจากสุสานเดินทางไปชมชีวิตสัตว์น้ำที่ Under Water World ซึ่งเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ โดยทั่วไปคล้าย ๆ กับที่บางแสนของไทย แต่จะมีจุดสนใจที่แปลกมากคือ ม้าน้ำที่มีครีบข้างๆ เป็นใบไม้เล็ก ๆรอบตัว น่าเสียดายที่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านในศูนย์แสดงสัตว์น้ำ.     ภายในบริเวณเดียวกับ Under Water World มีห้างสรรพสินค้าที่เป็น Duty Free มีสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์และ อาหาร เครื่องประดับหลายอย่าง สินค้าส่วนใหญ่จะราคาสูง ยกเว้นเครื่องสำอางค์ที่เป็นยี่ห้อต่างประเทศ สุรายาเมาต่าง ๆ จะราคาต่ำกว่าในเมืองไทยมาก     ใกล้ ๆ กับห้างสรรพสินค้ามีร้านไอศครีม และภัตตาคารอาหารจีน ซึ่งบริการอาหารรสจัดสไตล์คนไทย  อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะเมนู ผัดเต้าฮู้ (คล้ายเต้าฮู้น้ำแดงในไทย) ปลาราดพริก ผัดผัก ( แต่ก็ยหารในเมืองไทยไม่ได้)  หลังอาหารเย็นเดินทางไปยังที่พักที่เป็นรีสอร์ทหรู อยู่ติดกับอ่าวจอดเรือยอร์ช  บรรยากาศของรีสอร์ทหรูหราเทียบเท่าโรงแรมระดับ 5  ดาว แถวพัทยา ด้านหน้ารีสอร์ทตอนเย็นถึงประมาณ 5 ทุ่ม จะมีรถจำหน่ายอาหารหลายอย่าง อาทิ ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว โรตี ขนมหวาน เครื่องดื่ม แต่ราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะน้ำดื่มที่นี่ขนาดขวดธรรมดาที่ไม่ใช่น้ำแร่ราคาขวดละ 2 Ringgid เทียบเงินไทย 23 บาทกว่า

     เช้าวันที่ 2 วันที่ 5 มิถุนายน 2544     การเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนต้องใช้เวลาคุ้มค่ามากที่สุด ต้องจัดตารางเวลาเป็น 6-7-8 เกือบทุกวันคือ ตื่นนอน 6 โมง ทานอาหารเช้า 7 โมง และออกเดินทาง 8 โมง พวกเราตื่นเต้นกับบรรยากาศที่สวยซึ้งของรีสอร์ท Awana ตื่นนอนกันตั้งแต่ตี 4 กว่า รีบลงมาทานอาหารเช้า แล้วก็นั่งรอชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าด้านหน้ารีสอร์ทที่สวยงามมาก  ที่นี่คุณพิศตากล้องเจ้าเก่าเฝ้าเก็บภาพไว้หลายภาพสวย ๆ ทั้งน๊าน     08.00 น. ออกจากโรงแรมด้วยรถตู้คันเดิมที่ใช้บริการเมื่อวันวาน  พาพวกเราไปสู่หัวใจของเกาะนี้นั่นคือ ลานกว้างที่จุดชมวิวใกล้ ๆ กับท่าเรือ มีสัญลักษณ์นกอินทรีย์ตัวใหญ่ยืนสง่างาม .     หลังเก็บภาพกับนกอินทรีย์ก็เดินทางมายังท่าเรือ นั่งเรือออกจากลังกาวีเวลา 10.00 น. เรือลำนี้เป็นเรือเฟอรี่ติดแอร์เหมือนกันแต่มีชั้นเดียว  นั่งได้ประมาณ 100 กว่าคน ขากลับวันนี้คลื่นลมแรงเนื่องจากได้รับแจ้งว่าอีก 2 วันจะมีพายุเข้าที่เกาะลังกาวี ..     เรือโคลงมาก หลายครั้งที่เอียงไปตามเกลียวคลื่นน่าหวาดเสียว ทำเอาพวกเราต้องลุ้นแทบแย่กว่าจะมาถึงฝั่ง ซึ่งใช้เวลาเท่าตอนมาเมื่อวานนี้คือ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปยัง Genting Highland บ่อนคาสิโนหรูราวศูนย์การค้าใหญ่ของไทย  บนยอดภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 6000 ฟุต ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

     ข้อมูลการเดินทาง     ลังกาวีอยู่ห่างจากเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล 8 กิโลเมตร หรือ จะเดินทางจากอำเภอสะเดาจังหวัดสงขลาไปลงเรือที่ท่าเรือเมืองคันการ์  รัฐกัวลาปะลิศระยะทาง 42 กิโลเมตร (ตามเส้นทางที่พวกเราเดินทาง) มีสนามบินบนเกาะลังกาวี  และยังมีเรือสำราญสตาร์ครูซ์สจัดสายการท่องเที่ยวไปยังเกาะลังกาวีเช่นกัน

คอยพบกับบันทึกเรื่องเที่ยว  ทุ่งดอกไม้ป่าเมืองไทย   เร็วๆ นี้ เที่ยวที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าเมืองไทย..เฮ้อ !!

"  แอ๋ม "

ส่งเรื่องท่องเที่ยวมาร่วมสนุกเรามีรางวัลให้ครับ

ภาพซ้าย : เรือยอร์ชสวยหลายลำเทียบท่าหน้ารีสอร์ท
ภาพซ้าย : โรเมนติก ชมดวงจันทร์ยามค่ำคืน บนระเบียงห้องพัก

ภาพขวา : ห้องพักกว้างใหญ่ พักกันแค่ 2 คน

ภาพซ้าย : อรุณเบิกฟ้าลังกาวี

ภาพขวา : อู่เรือยอร์ชกลางแสงแดดอ่อนยามเช้า

 

ภาพซ้าย : ลานนกอินทรีย์มองจากด้านหลัง

ภาพขวา : รูปปั้นนกอินทรีย์สัญลักษณ์ประจำเกาะลังกาวี

ภาพซ้าย : แอ๋มกะคุณพิศหน้ารูปนกอินทรีย์

ภาพขวา : ภาพพระนางมัสซูรีเมื่อคราวที่อาศัยในภูเก็ต

ภาพซ้าย : ทิวทัศน์ริมท่าเทียบเรือ ลังกาวี

ภาพขวา : ท่าเรือกัวลาปะลิศ

ภาพซ้าย : เรือเฟอรี่ลำนี้แหละค่ะ ที่นำพวกเราไปเกาะลังกาวี

ภาพขวา : ที่นั่งภายในเรือติดแอร์...เล่นเกมกดหลับสบาย.

ภาพซ้าย : ท่าเรือลังกาวี มองจากลานนกอินทรีย์

ภาพขวา : สุสานพระนางมัสซูรี

ภาพซ้าย : บรรยากาศภายในห้องโดยสารรถไฟชั้น 1

ภาพขวา : ทิวทัศน์ริมทางรถไฟ ช่วงจังหวัดเพชรบุรี

ภาพซ้าย : บริเวณทางเข้าชมชีวิตสัตว์ทะเล

ภาพขวา : ภาพใต้ทะเลสีสดใส หน้าทางเข้าชมโลกใต้ทะเล

ภาพซ้าย : ทิวทัศน์ด้านหน้าทางเข้าลานนกอินทรีย์

ภาพขวา : คุณพิศ ผู้ร่วมตะลอนทัวส์ท่ามกลางดอกไม้สวย

Advertisement Replay Ad
เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมพลังจิตอาสากว่า 500 คนสร้างบ้านปลา

เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมพลังจิตอาสากว่า 500 คนสร้างบ้านปลา

กางเต็นท์ตากหมอก นอนข้างริมโขง บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

กางเต็นท์ตากหมอก นอนข้างริมโขง บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

นครชุมเมืองแห่งวิถีชีวิตที่ใครก็ต้องตกหลุมรัก

นครชุมเมืองแห่งวิถีชีวิตที่ใครก็ต้องตกหลุมรัก

กฎเหล็ก 9 ข้อ จัดทริปประหยัดในราคาที่โดนใจ

กฎเหล็ก 9 ข้อ จัดทริปประหยัดในราคาที่โดนใจ

เริ่มแล้ววันนี้ ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ "งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์" จ.สมุทรปราการ

เริ่มแล้ววันนี้ ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ "งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์" จ.สมุทรปราการ

หนาวลม ห่มฟ้า สบตากับสายหมอก ที่สวนยาหลวง จังหวัดน่าน

หนาวลม ห่มฟ้า สบตากับสายหมอก ที่สวนยาหลวง จังหวัดน่าน

ยกมันส์ขึ้นเหนือ เตรียมสนุกกับงานวิ่งสุดมันส์ “LEORunไตร” วิ่ง ร้อง เต้น ที่เชียงใหม่

ยกมันส์ขึ้นเหนือ เตรียมสนุกกับงานวิ่งสุดมันส์ “LEORunไตร” วิ่ง ร้อง เต้น ที่เชียงใหม่

7 ร้านชุมชนริมน้ำจันทบูร

7 ร้านชุมชนริมน้ำจันทบูร

5 เรื่องที่สาวๆ ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

5 เรื่องที่สาวๆ ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

รวม 5 ดอยวิวสวยสุดอลังการ กางเต็นท์ชมทะเลหมอกยามเช้าชมหมู่ดาวในยามค่ำคืน

รวม 5 ดอยวิวสวยสุดอลังการ กางเต็นท์ชมทะเลหมอกยามเช้าชมหมู่ดาวในยามค่ำคืน

เกาะมันนอก เกาะส่วนตัวกลางทะเลอ่าวไทย ในระยอง

เกาะมันนอก เกาะส่วนตัวกลางทะเลอ่าวไทย ในระยอง

สวยงามเหลือเชื่อ ทุ่งดอกเก๊กฮวยเชียงใหม่ 1 ปีมีครั้งเดียว

สวยงามเหลือเชื่อ ทุ่งดอกเก๊กฮวยเชียงใหม่ 1 ปีมีครั้งเดียว

อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมา! เรือรบนานาชาติกว่า 50 ลำ ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ 2017

อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมา! เรือรบนานาชาติกว่า 50 ลำ ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ 2017

เที่ยวต้อนรับลมหนาว ขสมก. จัดทริปไหว้พระ 9 วัด เริ่มตั้งแต่พ.ย. - ม.ค. 61

เที่ยวต้อนรับลมหนาว ขสมก. จัดทริปไหว้พระ 9 วัด เริ่มตั้งแต่พ.ย. - ม.ค. 61

4 เหตุผลต้องมางาน ปลูกเพ(ร)าะสุข Farmer Market 14 พ.ย. นี้

4 เหตุผลต้องมางาน ปลูกเพ(ร)าะสุข Farmer Market 14 พ.ย. นี้

กรุงเทพฯ ทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 จาก 100 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมจากทั่วโลก!

กรุงเทพฯ ทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 จาก 100 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมจากทั่วโลก!

เตรียมชมซากุระประเทศไทยกลางหุบเขา ดอกพญาเสือโคร่งขุนช่างเคี่ยน

เตรียมชมซากุระประเทศไทยกลางหุบเขา ดอกพญาเสือโคร่งขุนช่างเคี่ยน

นกนางนวลมาแล้ว! พร้อมกับลมหนาวที่สถานตากอากาศบางปู

นกนางนวลมาแล้ว! พร้อมกับลมหนาวที่สถานตากอากาศบางปู

เตรียมตัวให้พร้อม กำหนดการเปิดเขาคิชฌกูฎ 17 มกราคม - 17 มีนาคม 2561

เตรียมตัวให้พร้อม กำหนดการเปิดเขาคิชฌกูฎ 17 มกราคม - 17 มีนาคม 2561

Make Awake Travel Story ภูเก็ต จุดเช็คอินแห่งใหม่ ตอนที่ 1

Make Awake Travel Story ภูเก็ต จุดเช็คอินแห่งใหม่ ตอนที่ 1

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์