เสน่หา จำปาสัก ตอนแรก : ต้องมนต์จำปา ที่ปราสาทวัดภู

เสน่หา จำปาสัก ตอนแรก : ต้องมนต์จำปา ที่ปราสาทวัดภู

เสน่หา จำปาสัก ตอนแรก : ต้องมนต์จำปา ที่ปราสาทวัดภู

เสน่หา จำปาสัก (1) ตอน : ต้องมนต์จำปา ที่ปราสาทวัดภู
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2547 14:53 น.
ซุ้มต้นจำปาทางขึ้นสู่ปรางค์ประธานที่เมื่อเดินผ่านแล้วจะหอมเย็นชื่นใจ
...โอ้ดวงจำปา บุปผาเมืองลาว งามดังดวงดาว ซาวลาวปลื้มใจ เมื่อตกอยู่ใน แดนดินล้านช้าง ไม่รู้เป็นอะไร เวลาผู้จัดการท่องเที่ยวเดินทางข้ามโขงไปยังดินแดนสปป.ลาว คราใด ไอ้เจ้าอาการชอบร้องเพลง ดวงจำปา หนึ่งในเพลงที่สุดแสนจะคลาสสิคของชาวลาว เป็นต้องเกิดขึ้นเสมอในช่วงที่เรานึกอะไรไม่ค่อยออก ก็อย่างที่หลายๆคนรู้กันดีว่า ดวงจำปานั้น เป็นดอกไม้ประจำชาติลาว หรือที่บ้านเรารู้จักมาแต่ก่อนเก่าว่า ดอกลั่นทม ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น ดอกลีลาวดี เมื่อไม่นานมานี้ อันดวงจำปานี่ สำหรับ ผู้จัดการท่องเที่ยวแล้ว นับเป็นดอกไม้ที่เปี่ยมเสน่ห์ไม่น้อย เพราะนอกจากทรวดทรงสีสันของดอกจะดูสวยงามแล้ว ฟอร์มของต้น กิ่ง ก้าน ใบ ก็ดูเท่ไม่เบา และที่เราชอบมากๆก็เห็นจะเป็นกลิ่นที่หอมเนียน หอมเย็น หากเปรียบกับหญิงสาวแล้ว ก็ประมาณว่าดวงจำปาเธอเป็นหญิงงามที่แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นงามหยดย้อยหยาดเยิ้มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งดำกฤษณา แต่ก็เป็นหญิงงามที่เรียบร้อยนุ่มนวล ชายใดเห็นต้องอดไม่ได้ที่จะเหลียวมอง
ในปรางค์ประธานศิวลึงค์ถูกแทนที่ด้วยพระประธานและพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่เคารพของชาวพุทธทั่วไป
จะว่าไปแล้วอารมณ์หญิงงามในสไตล์ดวงจำปานี่ เราดูๆไปก็คล้ายๆกับ ลิ่มซีอิม ในเรื่อง ฤทธิ์มีดสั้น(ยุทธจักรนิยายชิ้นมาสเตอร์พีซของ โก้วเล้ง) สมัยช่วงที่เธอสาวๆ และยังไม่ตรอมใจกับ ลี้คิมฮวง(นี่เป็นความคิดส่วนตัวที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด) นั่นก็เป็นเรื่องของดวงจำปาที่ ผู้จัดการท่องเที่ยวนำไปเปรียบกับหญิงงาม แต่ว่าหากเป็นความงามแบบเพียวๆของมวลหมู่ดวงจำปาแล้วละก้อ ณ วันนี้เรายังไม่เคยเห็นดวงจำปาที่ไหนจะงดงามเทียบเท่ากับที่ ปราสาทวัดภู แห่งแขวงจำปาสัก เลย เหตุที่เราหลงใหลในความงามของมวลหมู่ดวงจำปาที่นี่ ก็เพราะว่าองค์ประกอบของความงามหลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง มันใช่เลย ดวงจำปาที่วัดภูนี่ไม่ได้ขึ้นต้นเดียวโดดๆ แต่จะขึ้นเป็นคู่ไล่เรียงสเต็ปเป็นดังซุ้มต้นไม้ไปตามขั้นบันไดทางขึ้นตัวปราสาท โดยอายุของแต่ละต้นชาวบ้านแถวนั้นก็บอกว่า ปาไปร้อยกว่าปีแล้ว
ลวดลายสลักหินศิลปะขอมที่ยังคงปรากฏเด่นชัดบนทับหลังปรางค์ประธาน
ในวันใดที่ฟ้าใสดวงจำปาสีขาวใจกลางสีเหลือง ที่บานสะพรั่งบนกิ่งก้านที่แผ่สลาย ก็จะมองเห็นโดดเด่นท่ามกลางฟ้าสีครามดูงดงามเหลือคณา ส่วนวันใดที่ฟ้าหม่น ดวงจำปาที่นี่ก็หาได้หม่นตาม แต่ทว่าก็ยังคงงามอย่างนุ่มนวลส่งกลิ่นหอมเย็นอยู่ไม่ได้ขาด แม้กระทั่งดอกที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นก็ตาม นอกเหนือไปจากความงามอันสุดแสนจะคลาสสิคแล้ว ดวงจำปาที่ปราสาทวัดภูก็ยังดูขรึมขลังไม่น้อย ที่ดูขลังก็ไม่ใช่ว่าต้นจำปาที่นี่จะให้เลข ให้ลาภอะไรหรอก แต่ว่ามวลหมู่ต้นจำปาที่นี่ เป็นต้นจำปาที่ขึ้นเคียงคู่กับปราสาทวัดภู ที่เป็นสถาปัตยกรรมขอมอันยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในลาว มีอายุพันกว่าปี และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2545 ซึ่งนับเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของลาว ถัดมาจากหลวงพระบาง
รูปเคารพพญากรมทาที่ในแต่ละวันจะมาชาวลาวมาเคารพกราบไหว้มิได้ขาด
แม้ว่าปราสาทวัดภูอาจจะดูไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับปราสาทหินพนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพิมาย ในบ้านเรา แต่ว่าเรื่องราวความน่าสนใจของปราสาทหินวัดภูก็อยู่ที่ ศาสนาสถานแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นปราสาทก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นวัดในเวลาต่อมา ก่อนที่หลายๆคนจะงง ว่าตกลงจะเป็นปราสาทหรือเป็นวัดกันแน่ ผู้จัดการท่องเที่ยวขอเล่าคร่าวๆถึงความเป็นมาของปราสาทหินวัดภูจากข้อมูลที่ศึกษามาว่า ก่อนที่อาณาจักรขอมจะเรืองอำนาจแบบสุดขีดในยุคพระนคร ขอมได้แบ่งเป็น 2 อาณาจักร คือ เจนละบก(พื้นที่ตั้งแต่อุบลราชธานี บุรีรัมย์ จำปาสัก ไล่ไปจนถึงเขมร) และเจนละน้ำ (อยู่บริเวณเขมรตอนกลางกับตอนล่างในปัจจุบัน ) เจนละบกในยุคนั้น(ราว 1,300 ปีก่อน) มีปราสาทวัดภูเป็นศูนย์กลาง สมัยนั้นศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด มีอิทธิพลอย่างมากในดินแดนแถบนี้ ชาวขอมเมื่อสร้างศาสนสถาน ก็ได้สร้างศิวลึงค์ที่เปรียบดังตัวแทนขององค์ศิวเทพไว้ที่ใจกลางปรางค์ประธานให้เป็นที่เคารพสักการะ ในบริเวณภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายศิวลึงค์ หรือ ลึงค์บรรพต ซึ่งชาวลาวเรียกภูเขาลูกนี้ว่า ภูเกล้าเพราะชาวลาวมองแล้วเหมือนดังเกล้ามวยผมของผู้หญิง ครั้นสิ้นยุคของเจนละ ชาวลาวที่มาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ ซึ่งนับถือพุทธก็ได้ปรับเปลี่ยนปราสาทขอมให้เป็นวัดในศาสนาพุทธ ศิวลึงค์ถูกแปรเปลี่ยนเป็นพระประธาน พร้อมๆกับการเรียกขานชื่อเป็น ปราสาทวัดภู
ชาวลาวนิยมนำน้ำธรรมชาติที่ไหลมาจากภูเกล้าดื่มกินและล้างหน้าล้างตาเพราะเชื่อกันว่านี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์
กระนั้นร่องรอยความเป็นศิลปะขอมก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป ไล่ไปตั้งแต่เมื่อเราเดินทางมาถึงก็จะเห็นบารายขนาดใหญ่ ถัดจากบารายก็จะผ่านร่องรอยของเสานางเรียง(ย้ำเหลือเพียงร่องรอย) จากนั้นก็จะเป็นปราสาทหลังใหญ่ 2 หลัง ที่แม้ว่าจะพุพังไปตามกาลเวลา แต่ร่องรอยของความงามในอดีตอย่างพวกลวดลายสลักหินต่างๆก็ยังคงมีให้เห็น ในรายละเอียดและความงาม เลยจากปราสาท 2 หลังออกไป ก็ถึงทางเดินขึ้นสู่ปราสาทประธานบนยอดเขา ที่เป็นบันไดหินสูงชันในแบบขอม โดยที่เชิงทางขึ้นบันไดช่วงที่มีซุ้มต้นจำปาที่เราชอบมากนั้น จะมีรูปเคารพของ พญากรมทา ซึ่งแม่เฒ่าที่ขายเครื่องสักการบูชาข้างๆรูปเคารพได้บอกว่า พญากรมทานี่แหละเป็นคนที่เปลี่ยนจากศาสนสถานแห่งนี้ปราสาทมาเป็นวัด ด้วยเหตุนี้จึงมีชาวลาวแวะเวียนมาสักการะอยู่เสมอ(จริงเท็จประการใด ใครสงสัยคงต้องไปถามป้าเอาเอง) เมื่อเดินผ่านความงามและความหอมเย็นของซุ้มต้นจำปา สู่ปราสาทปรางค์ประธาน บนนั้นก็จะเป็นปราสาทเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยลวดลายแกะสลักศิลปะขอมที่แสดงถึงความเป็นฮินดูอยู่ครบครันไม่ว่าจะเป็น รูปนางอัปสร รูปทวารบาล รูปพระศิวะ รูปพระนารายณ์ รูปหน้ากาล แต่ว่าในสิ่งก่อสร้างที่เป็นฮินดูนั้น ณ วันนี้ก็มีวิถีแห่งความเป็นพุทธอยู่เต็มเปี่ยม สิ่งนี้ ผู้จัดการท่องเที่ยว ดูได้จากปราสาทปรางค์ประธาน ที่น่าจะเรียกว่าโบสถ์มากกว่า เพราะในนั้นมีพระพุทธรูปทั้งพระประธานและพระพุทธรูปองค์เล็กๆอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่กราบไหว้บูชาของทั้งคนลาว คนไทย และนักท่องเที่ยวที่นับถือศาสนาพุทธ
รูปสลักนางอัปสราที่ผนังด้านหนึ่งของปรางค์ประธาน
ส่วนที่ด้านข้างๆของปรางค์ประธานก็มีพระพุทธรูปขนาดเท่าคนประดิษฐานไว้ให้สักการบูชาอีกหนึ่งจุด และสิ่งที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวหลายๆคนมักจะมองข้ามไป ก็คือที่เชิงเขาด้านหลังทางฝั่งซ้ายของปรางค์ประธาน จะมีซอกหินที่มีน้ำธรรมชาติหยดติ๋งๆ ลงมาจากยอดภูเกล้าชาวลาวเขาถือกันว่านี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครได้ดื่มกินล้างหน้าล้างตา ก็จะเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต เรื่องนี้จะจริงหรือเท็จประการใด ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ว่าการที่เราเดินขึ้นไปบนปราสาทวัดภูเหนื่อยๆ เมื่อได้น้ำธรรมชาติเย็นๆล้างหน้าล้างตา มันก็ช่วยให้ร่างกายสดชื่นขั้นมามากโข นอกจากนี้ที่บนยอดเขาปรางค์ประธานนี่ก็ถือเป็นจุดชมวิวชั้นดี คือเมื่อมองย้อนทางเดินขึ้นลงไปก็จะเห็นบารายขนาดใหญ่ เห็นท้องทุ่งกว้าง เห็นคนเดินขึ้นเขา เห็นดวงจำปาที่ขึ้นเป็นซุ้มสวยงาม รวมถึงเห็นทิวทัศน์ส่วนหนึ่งของแขวงจำปาสัก ที่ไม่ใช่มีดีแค่ปราสาทวัดภูและมวลหมู่ดวงจำปาที่ขึ้นอย่างงดงามเท่านั้น แต่ว่าจำปาสักยังมีสิ่งน่าสนใจให้เที่ยวชม อย่าง มหานที สี่พันดอน ที่มีน้ำตก คอนพะเพ็ง น้ำตกใหญ่ที่ได้รับฉายาว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ที่ถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของจำปาสัก ซึ่งจะยิ่งใหญ่น่าเที่ยวชมขนาดไหนคงต้องมาติดตามกันต่อในตอนหน้า

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ปราสาทวัดภู ตั้งอยู่ในแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ที่ด้านหน้าของทางเข้าปราสาทวัดพูจะมีพิพิธภัณฑ์ภายในแสดงชิ้นส่วนประติมากรรมและสถาปัตยกรรมที่ขุดได้จากปราสาทวัดพู สำหรับการเดินทางสู่ปราสาทวัดพูจากเมืองไทย ข้ามชายแดนที่ด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ข้ามไปด่านในสปป.ลาว จากนั้นเดินทางสู่เมืองปากเซประมาณ 50 กม.(ทางหมายเลข 13 ใต้) หากนั่งรถโดยสารค่ารถคนละ 5,000 กีบ( 1 บาท ประมาณ 250 กีบ) จากปากเซไปอีกประมาณ 30 กม. หรือ หลัก 30 ในภาษาลาว ก็จะมีทางแยกไปแพขนานยนต์ (คนลาวเรียกว่า บั๊ก) ข้ามระหว่างท่าบ้านม่วง-บ้านพระพีน ค่าข้ามคนละ 2,000 กีบ เมื่อข้ามแม่น้ำแล้วก็จะถึงเมืองเก่าจำปาสัก จากจำปาสักไปอีกประมาณ 10 กม.ก็จะถึงยังปราสาทวัดภู หากนั่งรถโดยสารจากปากเซไปปราสาทวัดภูจะเสียค่ารถประมาณ 7,000 กีบ สำหรับค่าเข้าชมปราสาทวัดภูนั้นชาวต่างชาติ 5,000 กีบ(20 บาท) คนลาว 500 กีบ สอบถามรายละเอียดการเดินทางจากอุบลฯเข้าลาวได้ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในจำปาสักได้ที่ ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 โทร.0-4524-3770 สามารถติดต่อขอวีซ่าเข้าสปป.ลาวได้ที่สถานทูตลาว โดยต้องกรอกใบสมัครพร้อมติดรูป 2 ใบ ยื่นพร้อมกับหนังสือเดินทาง และต้องยื่นเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น หากไม่ทำวีซ่าก็สามารถไปทำบอร์เดอร์พาสที่ด่านชายแดนได้ แต่จะอยู่ในลาวได้เพียง 3 วัน 2 คืน สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานทูตลาว 0-2539-6667-8, 0-2539-7341

ร้อนนักใช่ไหม? ไปเที่ยวเมืองหิมะกันเถอะ 5 เมืองหิมะสุด "Cool" ในไทย

ร้อนนักใช่ไหม? ไปเที่ยวเมืองหิมะกันเถอะ 5 เมืองหิมะสุด "Cool" ในไทย

เด็กบ้านนอกเข้ากรุง ชมบอลไทย - ซาอุดิอาระเบีย ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

เด็กบ้านนอกเข้ากรุง ชมบอลไทย - ซาอุดิอาระเบีย ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

5 วัดงาม!! ทำบุญเสริมโชค ต้อนรับปีใหม่ไทย

5 วัดงาม!! ทำบุญเสริมโชค ต้อนรับปีใหม่ไทย

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "นอนบ้านดิน ถิ่นชิมชา ชุมชนจีนยูนนาน" บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "นอนบ้านดิน ถิ่นชิมชา ชุมชนจีนยูนนาน" บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน

ตะลุยเมืองเก่าภูเก็ต ย่านชิโนโปรตุกีสสุด Classic!!!

ตะลุยเมืองเก่าภูเก็ต ย่านชิโนโปรตุกีสสุด Classic!!!

พาใจไปพัก สวรรค์บนพื้นน้ำ ที่ "หมู่เกาะสิมิลัน"

พาใจไปพัก สวรรค์บนพื้นน้ำ ที่ "หมู่เกาะสิมิลัน"

Losin Island สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใต้ทะเล

Losin Island สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใต้ทะเล

Unseen Thailand!! พาชมเครื่องบิน Landing เหนือชายหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต

Unseen Thailand!! พาชมเครื่องบิน Landing เหนือชายหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต

พาลุย 8 สตรีทมาร์เก็ตเมืองกรุง บรรยากาศน่าไป โดนใจวัยรุ่น!!

พาลุย 8 สตรีทมาร์เก็ตเมืองกรุง บรรยากาศน่าไป โดนใจวัยรุ่น!!

หอคำหลวงที่เที่ยวสุดฮิต โลเคชั่นถ่ายทำเพลิงพระนางปิดให้เข้าชมชั่วคราว!!

หอคำหลวงที่เที่ยวสุดฮิต โลเคชั่นถ่ายทำเพลิงพระนางปิดให้เข้าชมชั่วคราว!!

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ปั่นชมวิถีชีวิต พื้นที่กระเพาะหมูสีเขียว"  ชุมชนบางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ปั่นชมวิถีชีวิต พื้นที่กระเพาะหมูสีเขียว" ชุมชนบางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ

ปรับปรุงแล้ว รถไฟไทยโดยสารชั้น 3 พร้อมต้อนรับสงกรานต์

ปรับปรุงแล้ว รถไฟไทยโดยสารชั้น 3 พร้อมต้อนรับสงกรานต์

ยิ่งใหญ่! “ช้าง – บุรีรัมย์ มิดไนท์ สงกรานต์” จัดเต็มความมันส์เต็มรูปแบบ 13-14 เมษายนนี้

ยิ่งใหญ่! “ช้าง – บุรีรัมย์ มิดไนท์ สงกรานต์” จัดเต็มความมันส์เต็มรูปแบบ 13-14 เมษายนนี้

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "พระเมตตาสร้างอาชีพ ศูนย์ศิลปาชีพเซรามิกเลื่องชื่อ" บ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "พระเมตตาสร้างอาชีพ ศูนย์ศิลปาชีพเซรามิกเลื่องชื่อ" บ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร

5 ที่หมายมหัศจรรย์ กับการท่องเที่ยวโดยรถไฟ

5 ที่หมายมหัศจรรย์ กับการท่องเที่ยวโดยรถไฟ

"บุโหลน" เกาะลึกลับแห่งทะเลอันดามัน! คนไทยน้อยคนนักที่จะรู้จัก

"บุโหลน" เกาะลึกลับแห่งทะเลอันดามัน! คนไทยน้อยคนนักที่จะรู้จัก

สืบทอดวัฒนธรรมไทย สกลนครจัดงานยิ่งใหญ่ "ผู้ไทโลก"

สืบทอดวัฒนธรรมไทย สกลนครจัดงานยิ่งใหญ่ "ผู้ไทโลก"

10 สวนน้ำใกล้กรุงเทพ ไปคลายร้อนต้อนรับสงกรานต์กันเถอะ!!!

10 สวนน้ำใกล้กรุงเทพ ไปคลายร้อนต้อนรับสงกรานต์กันเถอะ!!!

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ผ้าโบราณหลักล้าน วัฒนธรรมที่ยังคงสืบสาน" ชุมชนไทยวน จ.สระบุรี

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ผ้าโบราณหลักล้าน วัฒนธรรมที่ยังคงสืบสาน" ชุมชนไทยวน จ.สระบุรี

เส้นทางใหม่ที่ไวกว่า! พัทยา - หัวหิน

เส้นทางใหม่ที่ไวกว่า! พัทยา - หัวหิน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์