เดินทางเที่ยว เกาะสีชัง เกาะใหญ่กลางทะเล จังหวัดชลบุรี

เดินทางเที่ยว เกาะสีชัง เกาะใหญ่กลางทะเล จังหวัดชลบุรี

เดินทางเที่ยว เกาะสีชัง เกาะใหญ่กลางทะเล จังหวัดชลบุรี

เกาะสีชัง นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเอง และชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางไปพักผ่อนกันอย่างแพร่หลาย นั่นก็เป็นเพราะว่าบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติก มีวิวสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปเล่นอัพโหลดลงโซเชียลแสดงแสนยานุภาพว่าฉันมีความสุขมากที่ได้มาที่นี่ รวมถึงการเดินทางมาก็ง่ายแสนง่าย จะไปกลับ หรือค้างคืนก็ไม่มีปัญหา วันนี้ สนุก! ท่องเที่ยว จะพาไปทำความรู้จักกับ เกาะสีชัง กันอีกครั้ง เผื่อว่าใครมีแพลนท่องเที่ยวก็จะได้ตีตั๋วมาที่นี่แบบไม่ต้องคิดเลย

เกาะสีชัง

วิวเกาะสีชัง

เกาะสีชัง ประวัติ

เกาะสีชัง หรือ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เป็นเกาะใหญ่กลางทะเลที่มีสถานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นสถานที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ อีกทั้งยังเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวโดยให้ความรู้สึกแบบท้องถิ่น พื้นถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถแวะมาท่องเที่ยวแบบไป-กลับวันเดียว หรือจะพักค้างคืนก็ได้ ซึ่งชาวบ้านที่อยู่บนเกาะนี้ก็ให้ข้อมูลมาเพิ่มเติมว่า ที่พักบนเกาะนี้ราคาเริ่มที่ 800 ขึ้นไป ต่อให้เป็นช่วงเทศกาล หรือไม่เทศกาล ราคาที่พักก็จะคงที่ไม่มีปรับขึ้นอย่างแน่นอน ชุมชนเกาะสีชัง ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินด้วยรถสามล้อเครื่อง หรือสกายแล็ปไปยังจุดต่างๆ บนเกาะสีชัง เอาล่ะ เมื่อรู้จักกับเกาะสีชังกันเป็นอย่างดีแล้ว เราจะพาไปเที่ยวยังสถานที่สำคัญต่างๆ บนเกาะกัน ดูซิว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ตั้งอยู่บนเขาคยาศิระ ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางเหนือของเกาะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนทั้งในและต่างประเทศให้ความเคารพสักการะ ศาลเจ้ามีลักษณะเป็นอาคารใหญ่ทรงวิหารจีน รวมถึงภายในที่เป็นถ้ำได้ถูกดัดแปลงเป็นศาสนสถานที่ผสมผสานไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนและไทย เมื่อขึ้นไปบนศาลมองลงมาจากด้านบนจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์บ้านเรือด้านหน้าเกาะได้อย่างชัดเจน นอกจากที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าของเขาใหญ่แล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่อเฮ่งเจีย เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจาย โดยในช่วงตรุษจีนจะมีผู้คนเดินมาทางมาสักการะบวงสรวงอย่างเนืองแน่น ด้วยความเชื่อที่ว่าจะทำให้กิจการการค้าเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังเชื่อว่าหากใครได้ไปกราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี จะได้โชคลาภอันวิเศษอีกด้วย

เจ้าพ่อเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นรูปทรงหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อหลายหมื่นปีที่ผ่านมา ซึ่งจากจารึกภาษาจีนโบราณที่ นายอุ้งเซ็ง แซ่อึ้ง ภาษาแต้จิ๋ว หรือ นายยุ่นเซิ้ง เซิ้นหวง ภาษาจีนกลาง ชาวอำเภอบุงเชียง จังหวัดไหหลำ เกาะไหหลำ ประเทศจีน เป็นผู้จารึกเอาไว้บนไม้สักเก่าแก่เมื่อราว ค.ศ. 1883 หรือ ปี พ.ศ. 2426 รวมอายุประมาณ 133 ปี และได้มีการเก็บรักษาจารึกนี้ไว้ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง โดยซินแสสูงอายุท่านหนึ่งที่เดินทางมาทำหน้าที่เป็นเสมียนจีนในเทศกาลไหว้เจ้าได้แปลความหมายเอาไว้ว่า ขณะที่จอดเรือทอดสมออยู่หน้าเกาะได้เห็นแสงไฟอยู่บนเขาจึงได้ปีนขึ้นไปดู พบรูปหินย้อยลักษณะเหมือนศีรษะคนตรงตามตำราจีนว่าเป็นเจ้าพ่อที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ อยู่ในถ้ำกลางทะเลและหันหน้าไปทางทิศตะวันออกซึ่งมีน้ำอยู่ ข้างหน้าตามที่ชาวจีนโบราณเชื่อถือกันว่า “เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มหัศจรรย์”

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ โดยส่วนใหญ่ชาวจีนที่เดินเรือจะให้ความเคารพนับถือมาก เพราะทุกครั้งที่มีการเกิดอุบัติเหตุทางเรือ เรือรั่วน้ำเข้าเรือ ทุกคนก็จะบนบานกับเจ้าพ่อเขาใหญ่ให้ช่วยเพื่อมิให้เรือต้องอับปางกลางทะเล ปรากฏว่ามีแมงกะพรุนลอยมาปะที่รูรั่วทำให้น้ำหยุดไหลเข้าเรือทันที จนเมื่อเดินทางมาถึงเกาะสีชังก็จะนำเรือเข้าเกยตื้น จากนั้นก็จะทำการอุดรูรั่ว ด้วยความศักดิ์สิทธิ์นี้เองจึงทำให้เจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นที่นับถือของผู้คนทั่วทุกสารทิศโดยเฉพาะคนจีนย่านเยาวราช ในทุกๆ ปีจะมีผู้คนเดินทางมาที่นี่เพื่อสักการะเป็นจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละปีนั้นก็จะมีผู้ที่บนบานไว้นำลิเกมาเล่นถวายเป็นแรมเดือน เพราะสิ่งที่ได้บนบานเอาไว้เป็นไปได้จริงดังใจสมตามความปราถนา

มณฑปรอยพระพุทธบาท

ตั้งอยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาคยาศิระ ซึ่งเป็นยอดเขาเดียวกันกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ โดยรัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้บนยอดเขาไปสำหรับให้ผู้คนขึ้นมาชมและสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งด้านบนของยอดเขานั้นยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบอีกด้วย

ช่องเขาขาด

ช่องเขาขาด

ช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสุดฮิตบนเกาะสีชัง มีลักษณะเป็นช่องเขาที่ขาดออกจากกันสังเกตให้ได้จากการนั่งเรือผ่าน ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งสามารถมองเห็นได้ทั้งเกาะ หน้าผา และทะเล อีกทั้งยังทรงใช้เป็นหอดูดาวอีกด้วย ในบริเวณเดียวกันจะมีสะพานปูนสีขาวทอดยาวไปตามหน้าผาลงไปถึงริมทะเลด้านล่าง สามารถลงไปเดินเล่นดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกได้ มีลมพัดเย็นสบาย นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังมีแหลมวชิราวุธ หรือแหลมสลิดเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงาม ลักษณะคล้ายคลึงกับแหลมพรมเทพแต่มีขนาดเล็กกว่า เป็นอีกหนึ่งแหลมที่มีความสวยงาม ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลาที่นี่กันมาก เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยโขดหินซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงปลาหลายชนิด มีความสวยงาม อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็นได้อีกด้วย ซึ่งในช่วงหน้าหนาวเราจะได้เห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำที่มีดวงใหญ่โตเป็นพิเศษ

พระจุฑาธุชราชฐาน

พระจุฑาธุชราชฐาน

พระจุฑาธุชราชฐาน หรือพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน

เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่บนเกาะแห่งเเดียวในประเทศไทย อยู่ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 5 โดยเริ่มก่อสร้างเป็นอาคารที่พักหลังต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 และใช้เป็นที่แปรพระราชฐานเพื่อประทับในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมไปถึงพระราชวงศ์ โดยภายในมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง ตึกผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม ตึกอภิรมย์ และวัดวัดอัษฎางค์นิมิตรบนยอดเขาซึ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก จนมาถึงการเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (เหตุการณ์ รศ. 112) ได้มีกองทหารบุกขึ้นเกาะสีชังและปิดอ่าวไทย ทำให้การก่อสร้างพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ ต้องยุติลง ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้รื้อถือการก่อสร้างพระราชวังที่ทำด้วยไม้สักไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆ กรุงเทพฯ แต่นั้นมาก็เป็นอันเลิกพระราชวังที่เกาะสีชัง นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ และประภาคาร

หาดถ้ำเขาพัง

หาดถ้ำเขาพัง

ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ มีลักษณะเป็นชายหาดกว้าง สะอาดและมีความสวยงาม มีทรายเม็ดละเอียด น้ำใสเหมาะแก่การเล่นน้ำเป็นอย่างมาก

การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะนั้น เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังตั้งอยู่ห่างกันพอสมควร บริเวณท่าเทียบเรือจะมีรถสามล้อ หรือสกายแล็ปให้เช่าเพื่อนั่งไปยังสถานที่เที่ยวต่างๆ บนเกาะ ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษก็สามารถเที่ยวชมได้ทั้งหมด สำหรับค่าเช่ารถสามล้อจะคิดเป็นรอบ รอบละประมาณ 150 - 250 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง หรือถ้าใครมากันเป็นหมู่คณะที่มีจำนวนมากๆ ก็สามารถเช่ารถสองแถวได้ โดยราคาคิดเป็นรอบเช่นกัน รอบละประมาณ 500 บาท

เกาะสีชัง

การเดินทางไปเกาะสีชัง

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเกาะสีชังนั้น สามารถขึ้นรถจากสถานีขนส่งเอกมัยมุ่งหน้าตรงไปที่ศรีราชา หรือจะขึ้นรถที่ท่ารถตู้อนุสาวรีย์ก็ได้เช่นเดียวกัน โดยลงรถที่หน้าห้างโรบินสันศรีราชา แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือสามล้อเครื่องมายังท่าเรือเกาะลอยเพื่อทำการต่อเรือไปยังเกาะสีชัง ซึ่งจะมีเรือโดยสารมุ่งหน้าไปยังเกาะสีชังทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า - 2 ทุ่ม จะออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท และเรือโดยสารจากเกาะสีชังมายังเกาะลอยฝั่งศรีราชาจะมีเรือโดยสารบริการ ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า - 6 โมงเย็น สามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรือสีชังพาเลซ โทร. 0-3821- 6276-82 หรือ เรือแสงประทีปบริการ โทร. 0-3831- 3687

การเดินทางไปเกาะสีชัง

คราวนี้เพื่อนๆ ก็ได้รู้จักกับ เกาะสีชัง กันเป็นอย่างดีแล้ว ยังไงหากมีเวลาว่าง หรือมีช่วงวันหยุดยาวก็เตรียมแพ็คกระเป๋า ชวนเพื่อน ออกเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจ ชมบรรยากาศดีๆ เล่นน้ำทะเลใสๆ กินอาหารทะเลริมทะเลอร่อยๆ กันได้เลย แล้วอย่าลืมเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ กลับมาฝากกันด้วยนะ หรือใครที่ไหนเด็ดๆ เพิ่มเติมอีกก็ปักหมุดไว้เอามาแนะนำเพื่อนๆ ต่อได้เลย

6 ข้อควรรู้ก่อนมาเที่ยวเกาะสีชัง?

เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปที่ไหนสักแห่งนั้น จะต้องมีการหาข้อมูล หรือได้รับแรงกระตุ้นความอยากเที่ยวมาจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต หรือตามนิตยสาร เช่นเดียวกัน เกาะสีชัง ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกพูดถึงในเรื่องของความสวยงาม และทัศนียภาพที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสให้ได้สักครั้ง เอาเป็นว่าข้อมูลที่เราจะบอกนี้ เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเกาะสีชัง ที่เผื่อว่าใครมาที่นี้ครั้งแรก ยิ่งต้องอ่านเอาไว้

  1. สำหรับผู้ที่หาข้อมูลเกี่ยวกับเกาะสีชังผ่านทางอินเตอร์เน็ท นักท่องเที่ยวแต่ละคนก็จะค้นเจอแต่สิ่งดีๆ ที่แต่ละเจ้าของจัดให้ ไม่ว่าจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ทำให้เรารู้สึกว่าอยากเที่ยว อยากไป อยากพัก
  2. สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้เดินทางมาเหยีบที่เกาะสีชัง อีกทั้งไม่ได้หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แต่รู้กันปากต่อปากมาว่าเกาะสีชังนั้นน่าเที่ยว เมื่อมาถึงที่แล้วก็จะพบกับกลุ่มสามล้อรับจ้าง หากข้อมูลการเที่ยวในครั้งนั้นๆ ของเรายังไม่เพียงพอ กลุ่มสามล้อนี่แหละก็จะเป็นผู้จัดการให้กับเราเอง (มีแอบกระซิบมาว่า หากที่พักบนเกาะแห่งไหนให้ค่าจ้างกับสามล้อมากที่สุด สามล้อก็จะพาคุณไปพักที่นั่น) ถ้าหากว่าคุณไม่รู้อะไรเลยจริงๆ
  3. หากที่พักบนเกาะสีชังแห่งไหนมีราคาถูก ขอให้ระลึกเอาไว้เสมอว่าต้องทำใจในเรื่องของความสะดวกสบาย รวมถึงเรื่องของที่นอนด้วย (ประมาณว่าทำไมนอนแล้วไม่สบายตัว) อาจจะไม่ได้มาตรฐานเรื่องของที่พักและเรื่องของความสะอาด
  4. เกาะสีชัง ตั้งอยู่ในประเทศไทย มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนมากกว่าหนาว หากจะเลือกที่พัก ก็ขอให้เลือกที่พักที่ติดแอร์จะดีกว่า
  5. การแบ่งระดับสำหรับนักท่องเที่ยว
    - หากเป็นวัยรุ่น งบน้อย เน้นของถูก ทนทุกสภาพดินฟ้าอากาศ ก็เหมาะกับการเลือกที่พักที่มีราคาตั้งแต่ 100 - 600 บาท
    - หากเป็นวัยทำงาน วัยหนุ่มสาว มีเงิน ก็เหมาะกับการเลือกที่พักที่มีราคาตั้งแต่ 800 - 1,000 บาท
    - หากเป็นวัยผู้ใหญ่ สิ่งที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ คือ เรื่องของความสะดวกสบาย ความปลอดภัย บรรยากาศที่ดี มีความสะอาด มีความใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องพัก อาทิ ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น ก็เหมาะกับการเลือกที่พักที่มีราคามากกว่า 2 ระดับข้างต้นขึ้นไป
  6. ข้อสำคัญต่างๆ สำหรับพิจารณาในเรื่องค่าใช้จ่ายของที่พัก
    - สภาพแวดล้อม
    - ความเก่า - ใหม่ของที่พัก
    - ความปลอดภัย
    - ความสะอาด
    - การบริการ

ข้อมูลเพิ่มเติม Student.nu.ac.th, Kosichang.sadoodta.com, Chillpainai.com, Chula.ac.th

ขอบคุณภาพจาก boomchannel

"ประเพณีพ้อต่อ" ประเพณีแห่งศรัทธา..หนึ่งเดียวใน ภูเก็ต image

"ประเพณีพ้อต่อ" ประเพณีแห่งศรัทธา..หนึ่งเดียวใน ภูเก็ต

10 พระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด image

10 พระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด

เส้นทางวัดใจคนกล้า...ไต่ภูผาพิชิต "เขาเย็น" image

เส้นทางวัดใจคนกล้า...ไต่ภูผาพิชิต "เขาเย็น"

งดงาม..ดุจภาพวาด "วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง" โบสถ์ไม้สักท่ามกลางขุนเขา  จ. เลย image

งดงาม..ดุจภาพวาด "วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง" โบสถ์ไม้สักท่ามกลางขุนเขา จ. เลย

ชม 5 เสน่ห์...เมืองเก่า สไตล์ชิโนโปรตุกีส บน "เกาะภูเก็ต" image

ชม 5 เสน่ห์...เมืองเก่า สไตล์ชิโนโปรตุกีส บน "เกาะภูเก็ต"

กินอะไรดี..??  ถ้าวันนี้จะไป "วังหลัง"

กินอะไรดี..?? ถ้าวันนี้จะไป "วังหลัง"

รับควันหลงวันแม่กับกิจกรรมดีๆรางวัลโดนๆ รวมมูลค่า 14.2 ล้านบาท !!

รับควันหลงวันแม่กับกิจกรรมดีๆรางวัลโดนๆ รวมมูลค่า 14.2 ล้านบาท !!

ชม "ทุ่งดอกกระเจียวยักษ์" ความงามที่ซ่อนอยู่ ในป่าชุมชน

ชม "ทุ่งดอกกระเจียวยักษ์" ความงามที่ซ่อนอยู่ ในป่าชุมชน

Traveloka ช่วยประหยัดค่าที่พักอย่างไร

Traveloka ช่วยประหยัดค่าที่พักอย่างไร

10 หาดสวย..ทะเลใส image

10 หาดสวย..ทะเลใส

10 หาดสวย ทะเลใส

10 หาดสวย ทะเลใส

10 ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นฉ่ำตลอดฤดู image

10 ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นฉ่ำตลอดฤดู

มุมธรรมชาติสุดฟิน อิน "แม่แจ่ม" ไม่เช็คอินไม่ได้แล้ว!

มุมธรรมชาติสุดฟิน อิน "แม่แจ่ม" ไม่เช็คอินไม่ได้แล้ว!

สุดสัปดาห์นี้เรามีที่เดินเล่นใหม่กับตลาดน้ำสำเพ็ง 2

สุดสัปดาห์นี้เรามีที่เดินเล่นใหม่กับตลาดน้ำสำเพ็ง 2

“ชุมชนอุทยานตำนานศิลป์ วันสังคโลก ครั้งที่ ๑

“ชุมชนอุทยานตำนานศิลป์ วันสังคโลก ครั้งที่ ๑

หนาวก่อนใคร..ในสยาม "อุทยานแห่งชาติภูเรือ" จ.เลย image

หนาวก่อนใคร..ในสยาม "อุทยานแห่งชาติภูเรือ" จ.เลย

มหัศจรรย์เมืองกระบี่ กับ 6 สถานที่สุดฟิน ที่ต้องไปเช็คอินก่อนตาย image

มหัศจรรย์เมืองกระบี่ กับ 6 สถานที่สุดฟิน ที่ต้องไปเช็คอินก่อนตาย

10 ตลาดใกล้กรุง image

10 ตลาดใกล้กรุง

7 สิ่งต้องห้ามพลาด เมื่อมาเยือนสังขละบุรี image

7 สิ่งต้องห้ามพลาด เมื่อมาเยือนสังขละบุรี

ททท. ชงขอ "วันหยุดยาว" 26-27 กันยายน หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย

ททท. ชงขอ "วันหยุดยาว" 26-27 กันยายน หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

send