งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

กำหนดจัดงาน วันที่ 19 – 30 มกราคม 2552 สถานที่จัดงาน ภายในตัวเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

กิจกรรมภายในงาน 19 ม.ค. 52 - พิธีเปิดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี พ.ศ. 2552 ณ เวทีหาดสวรรค์ลานบุญ

งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

19 - 30 ม.ค. 52 - สักการะองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ และเทพเจ้าทุกองค์ ณ ศาลเจ้าจำลอง - มหกรรมงานแสดงสินค้าของดีเมืองปากน้ำโพ ณ วัดโพธาราม - มหกรรมอาหารจีนรสเลิศปากน้ำโพ ณ ไชน่าทาวน์ (ตรอกชุนหงส์) - สักการะเสริมสิริมงคลกับสวน 12 นักษัตร,สวนเฮ่งเจีย, องค์เจ้าแม่กวนอิม ณ หาดสวรรค์ลานบุญ - การแสดงนาฏศิลป์ดนตรีไทย-จีน “ปากน้ำโพ” พร้อมแสง สี เสียง ณ เวทีหาดสวรรค์ลานบุญ - ชมภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ตำนานมีชีวิต “สายเลือดมังกร...สายน้ำแห่งศรัทธา” ณ เวทีหาดสวรรค์ลานบุญ

งานตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2552

28 ม.ค. 52 (กลางคืน) - ขบวนแห่ประเพณีอันยิ่งใหญ่อลังการ กว่า 24 ขบวน ณ ถนนสายสำคัญในเมือง

องค์สมมุติเจ้าแม่กวนอิมปี 2549

29 ม.ค. 52 (กลางวัน) - ขบวนแห่เจ้าและขบวนแห่ประเพณีอันยิ่งใหญ่ ณ ถนนสายสำคัญในเมืองอลังการกว่า 24 ขบวน ในบริเวณหาดสวรรค์ลานบุญ ยังประกอบไปด้วยซุ้มต่าง ๆ เพื่อเติมเต็มความเป็นสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ ดังนี้ - ซุ้มประตูฮกลกซิ่ว/ศาลาระบายสีภาพการ์ตูนและปูนปั้น 12 นักษัตร - ต้นส้มมงคล/ศาลา 8 เซียนบูชาโคมสวรรค์/ซุ้มมังกรทะยานฟ้า - ประติมากรรมองค์เจ้าแม่กวนอิม และศาลาบูชาเครื่องสักการะ - สวนสวรรค์เทพเฮ้งเจีย/มังกรสวรรค์ และประติมากรรม 12 นักษัตร - แท่นบูชาเจ้าพ่อกวนอู/โคมจีน (ริมน้ำ)/ธงและโคมจีน (กำแพงเมืองจีน) - โคมพระจันทร์ และโคมพระอาทิตย์

 

ตรุษจีนในประเทศไทย

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่

- วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว

- วันไหว้ คือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง คือ ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ห้าชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

ตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี (ชิวอิก) วันนี้ ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

สัญลักษณ์อีกอย่างของเทศกาลนี้ คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรอคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กันได้แก่ 新正如意 新年發財 / 新正如意 新年发财 (แต้จิ๋ว: ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย) แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่

恭喜發財 / 恭喜发财 (จีนกลาง: กงฉี่ฟาฉาย) เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน

''ตำนานงานตรุษจีนปากน้ำโพ''

นครสวรรค์ เมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่ออีกชื่อที่คนทั่วไปรู้จักคือ 'ปากน้ำโพ' เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นครสวรรค์นับว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ ส่วนปากน้ำโพจัดเป็นศูนย์ลางทางการค้า เป้นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด

ชาวจีนหลายเชื้อสายที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินจะอาศัยอยู่ตามริมแม้น้ำน่าน เรียกว่า 'แควใหญ่' และบริเวณ 'ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา' คือตลาดปากน้ำโพ ซึ่งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก

บริเวณตลาดปากน้ำโพในอดีต บรรพบุรุษของชาวจีนนับถือเทพเจ้า เมื่อมาตั้งรกรากที่ใด ได้อัญเชิญเอาเทพเจ้าที่ตนนับถือติดตัวมาด้วย ชาวจีนในตลาดปากน้ำโพก็เช่นกัน พากันนับถือ เจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าพ่อกวนอู-เจ้าแม่ทับทิม-เจ้าแม่สวรรค์ เมื่อมาอยู่ได้จัดตั้งศาลเพียงตาสำหรับเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อ-เจ้าแม่เพื่อกราบไหว้บูชา โดยตั้งขึ้น 2 ศาล คือ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออกของตลาดปากน้ำโพ และศาลเจ้าแม่หน้าผา ริมฝั่งแม่น้ำปิงที่บ้านหน้าผา ขึ้นไปทางเหนือของตลาดปากน้ำโพ

เมื่ออดีตประมาณ 100 ปีมาแล้ว ตลาดปากน้ำโพได้เกิดโรคอหิวาตกโรค ระบาดครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก บรรดาชาวจีนในปากน้ำโพ ได้นำเอา 'กระดาษฮู้' (กระดาษยันต์) จากศาลเจ้าไปเผาไฟแล้วเอาเถ้ากระดาษมาชงน้ำดื่มทำให้หายจากโรคระบาด เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว

ตั้งแต่นั้นมาชาวจีนในปากน้ำโพจึงได้อัญเชิญองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ทุกองค์แห่รอบตลาดปากน้ำโพ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีจนกลายเป็นประเพณีสืบทอดกันมากกว่า 80 ปี เพื่อเป็นศิริมงคล และความเจริญก้าวหน้าด้านการค้า การเคารพกราบไหว้เปรียบเสมือนเทพเจ้าได้มาอวยชัยให้พรยังร้านค้าอันเป็นแหล่งทำกิน ในพิธีจะมีขบวนแห่มากมาย อาทิ เช่น สิงโต จากคณะเชื้อสายจีนต่าง ๆ เอ็งกอ ล่อโก้ว มังกรทอง ขบวนสาวงาม นางฟ้า ขบวนเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม(แควใหญ่) ตั้งอยู่บนถนนสาย นครสวรรค์-ชุมแสง หันหน้าลงสู่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่มีแม่น้ำสองสี สี่สายมารวมกันเรียกว่าปากน้ำโผล่ หรือปากน้ำโพ ศาลเดิมเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง จากจารึกในระฆังโบราณคู่ศาล ระบุปีที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายใน ค.ศ. 1870 (พ.ศ. 2413) แสดงให้ทราบว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุนานกว่า 130 ปี จึงมีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง จากป้ายไม้กลางศาลเขียนว่า บุ๊นเถ่ากงเบียว ระบุปีที่สร้างศาลใหม่เป็นภาษาจีน หรือ ค.ศ. 1909 (พ.ศ.2412) ปัจจุบันลักษณะศาลเจ้าเป็นครั้งตึกครึ่งไม้ แบ่งเป็น ๓ ส่วน หน้าสุดคือส่วนที่สร้างใหม่ประดิษฐานแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดิน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั่งเดิม ตอนในสุดเป็นส่วนที่สร้างใหม่มีแท่นที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบุ๊นเถ่ากง เป็นองค์ประธานอยู่กลางเทพเจ้ากวนอู อยู่ด้านขวา เจ้าแม่ทับทิม- เจ้าแม่สวรรค์ อยู่ด้านซ้าย หลังคาศาลประดับด้วยมังกรคู่ชูลูกแก้ว ปลายสันหลังทอดยาวลงมาเป็นหัวหงายที่สวยงามตระการตา เด่นตระหง่านคู่เมืองนครสวรรค์''ประวัติมังกรทอง เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ''

มังกรทอง ของชาวจีนเป็นตัวแทนขององค์จักรพรรดิ เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรืองและความมีอำนาจ ดังนั้นจึงถือเป็นสัตว์ที่เป็นมงคล ถ้าได้พบเห็น หรือเยี่ยมกรายผ่านบ้านใคร ถือได้ว่าเสมือนได้รับพรจากมังกร คนจีนเชื่อกันว่า ฝูชี บรรพบุรุษของชาวฮั่นในตำนานเป็นลูกของมังกร คนจีนจึงถือว่าตนเป็นลูกหลานของมังกร ถ้ามองอีกแง่หนึ่งตามตำนานมังกรเป็นผู้ให้น้ำแก่โลกมนุษย์ ซึ่งน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ จึงอาจถือได้ว่ามังกรเป็นผู้ที่นำความอุดมสมบูรณ์มาให้ก็ได้ การจัดแห่มังกรทองจะทำได้ต่อเมื่อท้องถิ่นนั้นมีแม่น้ำมีภูเขา และเป็นเมืองใหญ่เท่านั้น

การแห่มังกร ของชาวปากน้ำโพได้ริเริ่มขึ้นในสมัยนายหม่งแจ๋ แซ่เล้า เป็นประธานจัดงานในปี พ.ศ. 2506 - 2517 โดยได้ปรึกษา นายเป็งไฮ้ แซ่ตั้ง และ นายเต็งลิ้ม แซ่เอ็ง ไปติดต่อให้อาจารย์ เล่งจุ้ย แซ่ลิ้ม เป็นครูสอน และมีนาย ตงฮั่ง แซ่ตั้ง เป็นผู้ทำมังกรตัวแรก ซึ่งได้ใช้จนปี 2535

ปัจจุบันได้จำลองแบบออกมาเป็นหัวมังกรที่มีความงดงามมาก มังกรทองเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพมีลีลา การเชิดที่เข้มแข็งสง่างาม ด้วยลำตัวที่ยาว 52 เมตร และผู้เล่น 180 คน ทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสถึงพลังแห่งอำนาจแห่งพญามังกรได้อย่างประทับใจไม่รู้ลืม ลีลาการเชิดมังกรทองนี้เป็นลีลาเฉพาะตัวที่แตกต่างจากที่มีการเชิดมังกรในประเทศจีนและญี่ปุ่น และถือได้ว่าเป็นต้นตำรับการเชิดมังกรในประเทศไทยซึ่งมีการแสดงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเอเซีย

 

สู่ จ.นครสวรรค์ รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท-อุทัยธานี-นครสวรรค์ ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 240 กิโลเมตร

รถไฟ มีขบวนรถไฟออกเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ - สถานีนครสวรรค์ ทุกวัน รายละเอียดติดต่อหน่วยบริการเดินทาง โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 สถานีรถไฟนครสวรรค์ โทร. 0 5628 5544  www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ ทุกวัน ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร โทร. 0 2936 2852-66 บริษัทเอกชน เช่น บริษัท วิริยะทัวร์ โทร. 0 2936 2827 บริษัท ถาวรฟาร์ม โทร. 0 2936 2945 บริษัท ทันจิตต์ โทร. 0 2936 3210 หากต้องการเดินทางไปอำเภอต่าง ๆ สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ อยู่ตรงข้ามโรงแรมพิมาน โทร.0 5622 2169 หรือ  www.transport.co.th  

ที่พักในจังหวัดนครสวรรค์ , ร้านอาหารใน จ.นครสวรรค์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://thai.tourismthailand.org

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ กองกิจการพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 5680 3567 - 70 ต่อ 701

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด โทรศัพท์ 0 5627 4525

www.chinesenewyear.in.th

 

 

 

 

Advertisement Replay Ad
มุมถ่ายรูปสุดฟิน ทุ่งดอกปอเทืองสีทอง จังหวัดนครสวรรค์

มุมถ่ายรูปสุดฟิน ทุ่งดอกปอเทืองสีทอง จังหวัดนครสวรรค์

สวรรค์ชัดๆ มหัศจรรย์ทะเลหมอกแห่งภูทับเบิก

สวรรค์ชัดๆ มหัศจรรย์ทะเลหมอกแห่งภูทับเบิก

ดอยนี้สีเหลือง! ชมภาพทุ่งดอกบัวตองบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ดอยแม่อูคอ

ดอยนี้สีเหลือง! ชมภาพทุ่งดอกบัวตองบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ดอยแม่อูคอ

เปิด Unseen แห่งใหม่ของจันทบุรี เดินเล่นกลางทะเลที่จุดชมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลม

เปิด Unseen แห่งใหม่ของจันทบุรี เดินเล่นกลางทะเลที่จุดชมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลม

กลับมาอีกครั้งแล้ว "ทริปรถไฟลอยน้ำ" ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

กลับมาอีกครั้งแล้ว "ทริปรถไฟลอยน้ำ" ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

7 เคล็ดลับจัดกระเป๋าเดินทางให้ง่ายและประหยัดพื้นที่

7 เคล็ดลับจัดกระเป๋าเดินทางให้ง่ายและประหยัดพื้นที่

9 ข้อที่ BACKPACKER ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้งบไม่บาน

9 ข้อที่ BACKPACKER ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้งบไม่บาน

เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมพลังจิตอาสากว่า 500 คนสร้างบ้านปลา

เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมพลังจิตอาสากว่า 500 คนสร้างบ้านปลา

กางเต็นท์ตากหมอก นอนข้างริมโขง บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

กางเต็นท์ตากหมอก นอนข้างริมโขง บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

นครชุมเมืองแห่งวิถีชีวิตที่ใครก็ต้องตกหลุมรัก

นครชุมเมืองแห่งวิถีชีวิตที่ใครก็ต้องตกหลุมรัก

กฎเหล็ก 9 ข้อ จัดทริปประหยัดในราคาที่โดนใจ

กฎเหล็ก 9 ข้อ จัดทริปประหยัดในราคาที่โดนใจ

เริ่มแล้ววันนี้ ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ "งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์" จ.สมุทรปราการ

เริ่มแล้ววันนี้ ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ "งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์" จ.สมุทรปราการ

หนาวลม ห่มฟ้า สบตากับสายหมอก ที่สวนยาหลวง จังหวัดน่าน

หนาวลม ห่มฟ้า สบตากับสายหมอก ที่สวนยาหลวง จังหวัดน่าน

ยกมันส์ขึ้นเหนือ เตรียมสนุกกับงานวิ่งสุดมันส์ “LEORunไตร” วิ่ง ร้อง เต้น ที่เชียงใหม่

ยกมันส์ขึ้นเหนือ เตรียมสนุกกับงานวิ่งสุดมันส์ “LEORunไตร” วิ่ง ร้อง เต้น ที่เชียงใหม่

7 ร้านชุมชนริมน้ำจันทบูร

7 ร้านชุมชนริมน้ำจันทบูร

5 เรื่องที่สาวๆ ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

5 เรื่องที่สาวๆ ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

รวม 5 ดอยวิวสวยสุดอลังการ กางเต็นท์ชมทะเลหมอกยามเช้าชมหมู่ดาวในยามค่ำคืน

รวม 5 ดอยวิวสวยสุดอลังการ กางเต็นท์ชมทะเลหมอกยามเช้าชมหมู่ดาวในยามค่ำคืน

เกาะมันนอก เกาะส่วนตัวกลางทะเลอ่าวไทย ในระยอง

เกาะมันนอก เกาะส่วนตัวกลางทะเลอ่าวไทย ในระยอง

สวยงามเหลือเชื่อ ทุ่งดอกเก๊กฮวยเชียงใหม่ 1 ปีมีครั้งเดียว

สวยงามเหลือเชื่อ ทุ่งดอกเก๊กฮวยเชียงใหม่ 1 ปีมีครั้งเดียว

อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมา! เรือรบนานาชาติกว่า 50 ลำ ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ 2017

อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมา! เรือรบนานาชาติกว่า 50 ลำ ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ 2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์