Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

ท่องเที่ยว > เที่ยวทั่วไทย > ภาคอีสาน > เดินเท้าขึ้นสู่ภูกระดึง

เดินเท้าขึ้นสู่ภูกระดึง

20 พ.ย. 43  เดินเท้าขึ้นสู่ภูกระดึง

          เมื่อคืนนี้เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ  มายังอุทยานแห่งชาติภูกระดึง  เดินทางมาถึงประมาณตี 2 เราเลยต้องกางเต็นท์นอน เอาแรงกันก่อน เพื่อที่จะเดินขึ้นสู่ยอดภูในตอนเช้า

          อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีเนื้อที่ประมาณ  348 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 217,581 ไร่ บนยอดจะมีที่ราบ  60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 37,500 ไร่  มีลักษณะเป็นพื้นที่กว้างใหญ่เป็นแอ่งกระทะ  ระดับความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 เมตร   ที่ราบบนยอดภูกระดึงนั้นประกอบด้วยเนินลูกเตี้ยๆหลายสิบลูก ลูกที่สูงที่สุดมีชื่อว่า  ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร

          การเดินทางไปที่ภูกระดึงนั้นเราใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ สระบุรี  เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ  ผ่านหมวกเหล็กถ้าใครมีเวลาไม่รีบมากนักก็อาจจะแวะซื้อกระหรี่พัฟกินก่อนก็ได้ จากนั้นก็ผ่านกลางดง ปากช่อง สีคิ้ว แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านทางหลวงหมายเลข 201 ป้ายจะบอกว่าไปชัยภูมิ  ผ่านด่านขุนทด  หนองบัวจัตุรัส  ชัยภูมิ แก่งค้อ ภูเขียว ชุมแพขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะผ่านผานกเค้า และถึงทางแยกเข้าภูกระดึงตรงหลักกิโลเมตรที่ 133 เลี้ยวซ้ายอีกทีผ่านตลาดอำเภอภูกระดึง ตรงไปเรื่อยๆก็จะถึงด่านตรวจอำเภอภูกระดึงเสียค่าธรรมเนียมก่อนเข้า จากนั้นตรงสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

          การเตรียมตัวก่อนเดินขึ้นภู ถ้าใครยังไม่เคยขึ้น หรือเคยแต่นานมาแล้ว ผมขอแนะนำให้ไปฟังคำบรรยายจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน เมื่อฟังคำบรรยายเสร็จแล้วก็ควรจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้ท่านนำกระเป๋าหรือสำภาระ ที่ต้องการจะจ้าง หาบ ไปยังฝ่ายจัดหาบสำภาระหลังศาลาประชาสัมพันธ์เพื่อชั่งนำหนักและนับจำนวนชิ้น   หรือใครที่ต้องการที่จะหาบไปเองก็ได้ สำหรับ ค่าจ้างหาบนั้นจะอยู่ที่กิโลละ 10 บาท  ส่วนเสื้อผ้าที่จะใส่เดินขึ้นภูนั้น  เสื้อก็ควรจะใส่เสื้อที่บางและเบา   กางเกงก็ควรจะเป็นขาสั้น หรือใส่แล้วมีความสบายคล่องตัว  ถุงเท้าก็ให้หนาสักนิด  รองเท้าก็ควรจะเป็นรองเท้าผ้าใบ  ถ้าใครเป็นโรคประจำตัว เช่น หอบ ก็ควร จะนำยาติดตัวไปด้วย  ยาแก้เคล็ดขัดยอก  กระติกน้ำหรือขวดน้ำขนาดพอดีมือ  เมื่อมีอุปกรณ์เหล่านี้ครบก็ออกเดินขึ้นสู่ยอดภูได้ แต่ก่อนที่จะเดินขึ้นนั้นก็ควรจะเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเสียก่อน !!!
          พอเราทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จก็เดินขึ้นภูกันเลย  ตรงปากทางขึ้นภูจะต้องเสียค่าธรรมเนียมก่อนขึ้น แล้วลงชื่อไว้ว่าขึ้นไปกี่คน ระยะทางเดินขึ้นจากที่ทำการถึงหลังแปรประมาณ 5.5 กิโลเมตร  และจากหลังแปรไปศูนย์ฯวังกวางประมาณ 3.8 กิโลเมตร เดินขึ้นไปเรื่อยๆตามทางที่เจ้าหน้าที่ทำให้เป็นขั้นบันไดก็จะมาถึงซำแฮกหรือซำตาแหก  ซำในที่นี้ภาษาชาวบ้านท้องถิ่นแปลว่า แหล่งน้ำเล็กๆ ที่ซึมออกมาจากใต้ดิน  ไม่ว่าหน้าอะไรก็ไม่มีวันแห้ง  ชาวบ้านจะไปขุดคุ้ยให้เป็นแอ่งเล็กๆ ไว้ให้น้ำซึมออกมาขัง ไว้กิน ในฤดูแล้ง ส่วนซำแฮกก็แปลได้ตรงตัวเลยว่า  เดินขึ้นมาจะหอบแฮกๆ ขนาดไหน

       จากนั้นเราก็เดินขึ้นมาถึงจุดแยกเส้นทางศึกษาธรรมชาติแล้วเลี้ยวขวา  เดินตรงไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ   ก็จะมาเจอร้าน อาหารชั่วคราว  แต่ก็ไม่ได้แวะกินอาหารกัน เพราะยังไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ จากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเริ่มที่จะเหนื่อยกันบ้างแล้วจนมา ถึงซำต่อไปซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า ซำกกโอ  ความหมายของซำนี้ก็คือ  ตรงบริเวณนี้เมื่อก่อนได้มี ชาวบ้าน นำต้นส้มโอขึ้นมาปลูกเอาไว้สองต้นจึงได้เรียกกันต่อมาว่าซำกกโอ เราแวะทานน้ำและพักเหนื่อยสักครู่จึงออกเดินทางต่อ ซึ่งทางเดินต่อไปนั้นเป็นทางเสือผ่านเราเดินกันอย่างเร็ว อาจเพราะกลัวเล็กน้อย ทางต่อไปก็เป็นดงจงอาง ถัดมาก็เป็นดงช้าง ซึ่งทางที่เราเดินมาแต่ละซำนั้นเดินทางยากลำบากมากเพราะทางเดิน แทบจะไม่มีทางเดินแบบเรียบๆ เลยจะเป็นทางชันเหมือนทางขึ้นเขาตลอดระยะในการเดิน ยิ่งเราเดินไกลมากทางจะยิ่งชันมากขึ้น พวกเราแทบเดินไม่ไหว โดยเฉพาะ Wcm ของเราต้องแบกกระเป๋าโน๊ตบุก ซึ่งมีน้ำหนักมากแต่ก็ยังดีที่มีคุณ B ช่วยถือของบ้างเล็กน้อย ซึ่งทั้งสองคนก็เหงื่อตก หายใจแทบไม่ทันคงเพราะเหนื่อยในการขึ้นกันมาก 

       เดินมาอีกก็ถึง ซำกกโดน ความหมายของซำนี้ว่ากันว่าซำนี้จะมีต้นกระโดนเยอะมาก  ชาวบ้านจะนำใบและยอดมากินกันได้  เราก็แวะ พักเหนื่อยกันตามเคย  เพราะแรงในการเดินขึ้นไปนั้นเราดูทางกันแล้ว  ชันมากมีหินเยอะมากจะเดินลำบากมากขึ้นทุกที ที่ซำนี้เราแวะกิน น้ำกันและกินผลไม้ที่นี่นิยมกินคือ มะเฟื่อง  ซึ่งในกรุงเทพบ้านเราไม่ค่อยนิยมกินกัน หรืออาจจะหากินยาก แม่ค้านำมาให้เราลองชิมกัน และคนที่ติดใจก็คงเป็น wcm ของเรา เห็นบอกว่ากินแล้วชุ่มคอดีมาก  เลยเหมาแม่ค้าหมดเลย  พักกันอยู่ครู่ใหญ่มากพอหายเหนื่อยก็ต้อง ทำใจแบกของ และเดินขึ้นภูกันต่อ ซึ่งทางต่อไปเรื่อยๆเราเดินต่อไปจนถึงซำสุดท้ายที่เรียกกันอีกว่า ซำแคร่  ก็มีความอีกเช่นกันว่า ตรง บริเวณนั้นจะมีต้นแคร่ขึ้นอยู่ตามซำนี้   ถ้าเราคิดกันอีกที  ที่ชาวบ้านเรียกซำแต่ละซำความหมายก็คือว่า ชื่อนำมาจากแหล่งกำเนิดน้ำวึ่งเราเรียกกันว่า ซำ 

          เราเดินกันมาจนแทบไม่ไหวแล้วคนที่เหนื่อยมากและดูจะปวดขามากถึงขนาดต้องทายา แก้เคล็ดไปตลอดทาง (หมดไปหลายหลอด ) ก็คือคุณ B ไง แต่เพื่องานก็สู้เดินต่อไป  เรานึกว่าจะถึงกันแล้วความหวังพังทลาย  เพราะทางขึ้นด่านสุดท้ายสุดยอดสำหรับพวกเรา (กำลังจะตาย)

         ทางขึ้นแสนจะลำบากสุด ๆ  ขอบอก...สำหรับคนที่มีความคิดที่จะไปเที่ยวภูกระดึง  แต่มันก็คงเป็นความภาคภูมิใจ อีกอย่างที่เราทำได้ ทางขึ้นสุดท้ายเราไม่สามารถเดินไปได้ เพราะส่วนมากแทบจะปีนขึ้นมากกว่าการเดิน ก่อนถึงจะมีบันได อยู่ประมาณ 4 จุด  ผสมกับการปีนขึ้นซึ่งจะชันมาก  ทางเดินที่ชันและยังเป็นทางแคบอีก  เราต้องระวังในการปีน เป็นอย่างมาก  จนในที่สุดพวกเรา สามคนก็มาถึงหลังแปร  ความรู้สึกแสนที่จะบรรยาย  เรามีความรู้สึกที่ดีเป็นอย่างมาก จากการที่เราเหนื่อยและลำบากกันมานาน เราหายเหนื่อยกันเลยกลับมีความรู้สึกสดชื่นแทน จะมีป้ายเป็นเอกลักษณ์ให้ทุกคนที่ขึ้นมารู้สึกภูมิใจ ป้ายจะเขียนว่าเราเป็นผุ้พิชิตภูกระดึง

        เรามาถึงกันมืดแล้วจึงรีบเดินต่อเลยจากหลังแปรเดินอีกประมาณ 3.8 กิโลเมตร กว่าจะถึงที่พักก็เล่นเอาพวกเราเหนื่อยกันแทบใจขาด แต่ก็ยังดีที่ทางเดินไปที่พักเป็นทางเรียบเดินได้สะดวก ไม่อย่างนั้นคุณ B คงแย่เพราะยาหมดหลอดแล้ว ส่วนทาง WCM หลังแทบหักในการแบกของแล้ว เราเดินกันจนถึงที่ทำการ ก็ติดต่อทำเรื่องที่พัก และรับของที่ลูกหาบแบกขึ้นมาให้ แล้วขนของเดินไปที่พัก จัดของและนอนหลับกันเป็นตาย

WEBCAMMAN

ติดตาม Sanook! Travel

ท่องเที่ยว เที่ยวทั่วไทย เดินเท้าขึ้นสู่ภูกระดึง

  1. เที่ยวแนวใหม่ ‘มินิมูร่าห์ฟาร์ม‘ ฟาร์มควายนม..เชิงท่องเที่ยวแห่งแรกในไทย เที่ยวแนวใหม่ ‘มิน…

    สำหรับมินิมูร่าห์ฟาร์มนั้น ถือเป็นฟาร์มสาธิตเพื่อการเรียนรู้ และจำลองขั้นตอน กระบวนการเลี้ยงความยนมสายพันธุ์มูร่าห์มาจาก มูร่าห์ฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
  2. อย่างเจ๋ง! ‘จังเกิ้ล คอสเตอร์‘ (Jungle Coaster) รถไฟรางไม้แห่งแรกในไทย จ.เชียงใหม่ อย่างเจ๋ง! ‘จังเกิ…

    นาทีนี้ใครที่ยังไม่รู้จักสวนสนุก "จังเกิ้ล คอสเตอร์" (Jungle Coaster) คงต้องรีบทำความรู้จักกันซะหน่อยแล้ว เพราะที่ จังเกิ้ล คอสเตอร์ Jungle Coaster เป็นสวนสนุกที่มีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องเล่น ที่เป็นรถ…

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>