ภูสอยดาว

ภูสอยดาว

ภูสอยดาว

เอ็มเว็บ:ท่องเที่ยว! เที่ยวไทยไปกับนายสบาย

โดย...คุณ Kitti Bupachaise 16 ตุลาคม 2543

ชีวิตคือการเดินทางความใฝ่ฝันที่จะเข้าถึงธรรมชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมและเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์ ต้องออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมาย ในครั้งนี้เราได้มีโอกาสเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ที่ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ การเดินทางไปภูสอยดาว ในครั้งนี้ เรามีสมาชิกเพียง 2 คนเท่านั้น

ซึ่งถือว่าหนักมากทีเดียว สำหรับการเดินทางสู่ขุนเขาที่มีความสูงประมาณ 1,600 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประกอบกับความชันเกือบ 85 องศา เส้นทางเดินเท้าเป็นดินกับหินประมาณ 6.5 กิโลเมตร

ในการเดินทางครั้งนี้ ผมกับเพื่อนได้ตัดสินใจว่าจะขนสัมภาระขึ้นไปเอง โดยไม่ได้จ้างลูกหาบ เหตุผลหนึ่งที่ไม่จ้างลูกหาบนั้น เป็นเพราะอยากสัมผัสความยากลำบากที่ถึงขีดสุดแล้วว่าเป็นอย่างไร 10.15 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม 2543 การเดินทางผจญภัยบททดสอบจากบท เรียนธรรมชาติ เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมและเพื่อนแบ่งสัมภาระว่าใครจะรับผิดชอบอะไร เมื่อแบ่งเสร็จแล้ว น้ำหนักของสัมภาระที่แต่ละคนรับผิดชอบนั้นร่วม 10 กิโลกรัม และเมื่อผมแบกสัมภาระขึ้นหลังแล้วผมรู้ได้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้คงจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

เราเริ่มต้นเดินทางไปตามทาง เดินลัดเลาะไปตามน้ำตกภูสอยดาว ธารน้ำตกที่ไหลรินสร้างความสดชื่นให้กับผมเป็นอย่างมาก ผมและเพื่อนเดิน และ เดิน ไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเนินส่งญาติ โดยทางขึ้นจะเป็นทางชันสูงมาก มองดูแล้วก็หวั่นใจอยู่ เหมือนกับว่ามนุษย์ตัวน้อยอย่างเราจะขึ้นไปถึงเหรอ ความหิว เริ่มมาเยือน

ผมและเพื่อนจึงตัดสินใจพักทานอาหารกันก่อน เพราะยังไม่ได้ทานเลยตั้งแต่เช้า อาหารมื้อนั้นเรากินกันที่ทางขึ้นเนินส่งญาติ เราทำอาหารประจำแค้มป์ก็คือ มาม่า เจ้าเก่านั่นเอง

ระหว่างนั่งต้มมาม่า ก็จะเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เดินลงมาจากภูหลายคน เราก็ทักทายกันประสาคนเดินทาง แต่ทุกครั้งที่คุยเสร็จ จะสร้างความกดดันให้ผมและเพื่อนอย่างมาก เพราะมีแต่คนถามว่ามากัน 2 คนเหรอ ขนสัมภาระขึ้นไปเอง เหรอ และคำถามยอดฮิต ที่ทุกคนถามผมและเพื่อน ก็คือจะไปกันไหวเหรอ นับสิบครั้งที่มีคนเดินผ่านมาเห็นและถาม

ผมและเพื่อนก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่ยิ้มตอบไป ในใจผมก็คิดแต่ว่าจะต้องไปให้ถึงให้ได้ แต่ทุกครั้งที่มีคนถาม ผมก็ยอมรับว่าหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อทานอาหารเสร็จ เราก็เริ่มไต่ความชันของเนินส่งญาติขึ้นไป เนินส่งญาตินี้มีระยะทางไกลพอสมควร หยดเหงื่อเริ่มซึมออกมาบ้างแล้ว ความเมื่อยล้าเริ่มถาโถมเข้าสู่ร่างกาย ขาของผมเริ่มตึง ๆ แล้ว ผมคิดในใจว่าสงสารขาตัวเองเหลือเกิน ที่ต้องแบกน้ำหนักร่วม 80 กิโลกรัม ขึ้นทางชันขนาดนี้ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะก็ใจมันอยากไปนี้ เนินต่อมาเป็นเนินลานหิน ทางยังชัน รก ทึบ เหมือนเดิม เส้นทางที่เดินลำบากมาก ควรใช้รองเท้าผ้าใบสำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ ขอเน้นว่ารองเท้า Combat อย่าใส่ครับเพราะหนักมาก จะเป็นอุปสรรคในการเดินทางขึ้นสู่ที่สูง ที่ต้องเน้นเพราะว่าผมใส่ Combat ผ้าไป เกือบไม่รอดเหมือนกัน ลำพังเครื่องหลังก็หนักอยู่แล้วยังมาหนักรองเท้าอีก

เนินต่อไปก็เป็นเนินปราบเซียน ตลอดเส้นทางเป็นทางขึ้นบ้างลงบ้าง แต่จะเป็นทางชันเป็นส่วนใหญ่ มีรากไม้ ก้อนหินให้เดินเตะสะดุดตล เส้นทางค่อนข้างไกล ก็นับว่าปราบเซียนสมชื่อจริง ๆ ตอนนี้เสื้อของผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว เครื่องหลังก็รู้สึกว่าจะหนักขึ้นทุกที ๆ แต่ก็กัดฟันเดินมาถึงเนินป่าก่อเนินนี้ยังไม่หนักหนาอะไร

เนินต่อไปเป็นเนินเสือโคร่ง เนินนี้ผมประทับใจมาก เดินไป 2-3 ก้าวต้องหยุดแล้ว เพราะเมื่อยมากขางี้ร้าวทั้งขาเลย เส้นทางเดินเป็นหินก้อนใหญ่ปนดินลื่นและชันมาก ถ้าก้าวพลาดนี่ลงไปกองที่ปลายเนินได้ง่าย ๆ เลย

ถึงตอนนี้ก็เริ่มท้อใจเหมือนกัน สภาพของผมกับเพื่อนย่ำแย่ลงทุกที เนินเสือโคร่งนี้ผมว่าหนักแล้วนะครับ แต่เนินต่อไปเป็นเนินมรณะ เป็นเส้นทางที่โหดที่สุด เป็นบทเรียนธรรมชาติบทสุดท้ายก่อนเข้าสู่ ลานสนสามใบภูสอยดาว เส้นทางจะเป็นทางดินชันเกือบ 35 องศา เส้นทางคดเคี้ยวมาก มองออกไปด้านข้างจะเป็นขอบหน้าผา สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ ตอนนี้หากเซหรือถลานี่มีโอกาสได้ลงทางลัดสู่ตีนภูแน่ ๆ ตอนนี้สายฝนเริ่มตกลงมาแล้ว หมอกลงจัดมาก ความสมบูรณ์ของร่างกายเหลือเพียง 10% เท่านั้น

ตอนนี้ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยสายฝนกับเหงื่อ อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ขาเริ่มก้าวไม่ออกแล้ว แต่ก็ได้แต่ก้มหน้าเดิน เดิน และเดินอย่างเดียวเท่านั้น ตอนนี้ผมได้รู้แล้วว่าความยากลำบากเมื่อถึงขีดสุดแล้วอยู่ประมาณไหน ทั้งเหนื่อย ทั้งล้า ประกอบกับอากาศที่หนาวเย็น ฝนก็ตก จะหยุดก็หยุดไม่ได้ ตอนนี้ผมกับเพื่อนแทบจะคลานกันแล้ว เพราะไม่ไหวแล้ว เครื่องหลังมันหนัก ขาก็ไม่ไหวแล้ว แต่ก็กัดฟันเดิน ในใจคิดแต่ว่าเรา จะหยุดไม่ได้ตลอดทาง

จนมาถึงจุดชมวิวก่อนสิ้นสุดเนินมรณะ เราก็พักทานน้ำกันเพราะเพิ่งผ่านทางที่โหดที่สุดของเส้นทาง มาบริเวณจุดชมวิวจะเห็นวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ได้โดยรอบ มีหมอก จาง ๆ ลอยไปทั่วผืนฟ้า ยอดเขาแต่ละลูกจะมีเมฆสีขาวลอยปกคลุมอยู่สวยงามมาก สักพักเราเริ่มเดินทางต่ออีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงลานสนแล้ว

ตอนนี้เส้นทางเป็นทางเรียบเดินสบาย ๆ แล้ว เมื่อเข้าเขตลานสนแล้วในใจผมได้เฝ้าคิดแต่ว่ามันเป็นความฝันแน่ ๆ ทำให้ผมหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งมันไม่ใช่ความฝัน มันคือความจริง ภาพตรงหน้าเป็นป่าสนสามใบมีหมอกปกคลุม มีละอองน้ำล่องลอยเหมือนดินแดนแห่งความฝันที่อยู่ในความเป็นจริง ผมและเพื่อนใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 6 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงลานสนได้ ความเหนื่อยล้าที่มีค่อย ๆ จางหายไปกับธรรมชาติที่สวยงาม

ตกกลางคืนอากาศบนภูค่อนข้างหนาวเย็น มีดวงดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด เช้าวันรุ่งขึ้นผมและเพื่อนเริ่มออกเดินสำรวจเส้นทางรวม ๆ ลานสน ตอนแรกก็ไม่รู้จะไปไหน แต่บังเอิญได้พบกลุ่มนักศึกษา 3 คนจากกรุงเทพฯ เหมือนกันจึงตัดสินใจเดินทางสำรวจไปพร้อม ๆ กัน พวกเราเริ่มเดินทางตามเส้นทางไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่ามาไกลพอสมควร เพราะเดินกันมาเป็นชั่วโมงแล้ว

ตอนนี้พวกเราเริ่มหาทางกลับกันแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน หากเดินกลับทางเดินก็จะใช้เวลานาน และก็มีทางแยกหลายทางมาก จึงตัดสินใจเดินย้อนทางลัดเลาะสันเขาไป ตอนนี้กลุ่มของพวกเรา 5 คนกำลังยืนอยู่ขอบหน้าผา ซึ่งเป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่สวยงาม เมื่อมองออกไปจะเป็นสายหมอกปกคลุมทิวเขาไปทั่วบริเวณ สวยงามมาก จากนั้นก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ จนมาถึงที่กางเต็นท์จนได้

รุ่งเช้าวันต่อมาเป็นวันที่จะต้องเดินทางกลับแล้ว ตอนเช้าอากาศหนาวมาก มีหมอกเต็มไปหมด เมื่อเตรียมเครื่องหลังเสร็จก็เริ่มเดินทางลงจากลานสนผ่านเนินต่าง ๆ ซึ่งต้องระมัดระวังมากกว่าตอนขึ้นซะอีก เพราะฝนเพิ่งตกลงมาเมื่อวานทำให้พื้นเป็นดินแฉะและลื่นมาก ตอนลงตอนลงค่อนข้าันตรายกว่าตอนขึ้น แต่พวกเรา 5 คนก็ผ่านมาได้ด้วยดี ความเหนื่อยล้าเริ่มกลับมาอีกครั้ง สภาพของแต่ละคนย่ำแย่ลงทุกที แต่เมื่อได้ยินเสียงน้ำตก ความสดชื่นก็กลับมาอีกครั้ง พวกเราได้แวะเล่นน้ำตกภูสอยดาว และอาบน้ำชำระร่างกายก่อนจะอำลาป่าภูสอยดาว เพื่อเดินทางสู่ตัว เมืองพิษณุโลก

ตลอดการเดินทางในครั้งนี้ ขอขอบคุณ เพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์ มิตรภาพใหม่ ๆ รวมทั้งขอบคุณผืนป่า ธรรมชาติและสายหมอก ที่ทำให้บันทึกการเดินทางในครั้งนี้เกิดขึ้น

ขอขอบคุณ คุณ Kitti Bupachaise ขอบคุณครับ.. E-Mail : kib@click2siam.com

นั่งเรือยอชต์เที่ยวทะเลภูเก็ต ต่างกันไม่ใช่แค่หรู  แต่คือความฟินสุดๆ

นั่งเรือยอชต์เที่ยวทะเลภูเก็ต ต่างกันไม่ใช่แค่หรู แต่คือความฟินสุดๆ

อย่าพลาดเข้าชมวังบางขุนพรหม วังที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยฟรี!!

อย่าพลาดเข้าชมวังบางขุนพรหม วังที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยฟรี!!

เตรียมตัวชมบรรยากาศทุ่งดอกกระเจียวบาน อลังการกับสายหมอก!!

เตรียมตัวชมบรรยากาศทุ่งดอกกระเจียวบาน อลังการกับสายหมอก!!

5 สิ่งห้ามพลาด ไปตราดต้องไปลอง !!

5 สิ่งห้ามพลาด ไปตราดต้องไปลอง !!

อัพเดตล่าสุดเชคให้ชัวร์ก่อนเดินทาง!! กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติและที่พักแรม ประจำปี 2560

อัพเดตล่าสุดเชคให้ชัวร์ก่อนเดินทาง!! กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติและที่พักแรม ประจำปี 2560

สายฮิปเตอร์ต้องห้ามพลาด!! ที่ถ่ายรูปแนวใหม่ ลานตะบูน จ.ตราด

สายฮิปเตอร์ต้องห้ามพลาด!! ที่ถ่ายรูปแนวใหม่ ลานตะบูน จ.ตราด

10 น้ำตกสวยสุดอลังการในไทยไปเที่ยวได้ท้าลมฝน ไม่ไปถือว่าพลาด!!

10 น้ำตกสวยสุดอลังการในไทยไปเที่ยวได้ท้าลมฝน ไม่ไปถือว่าพลาด!!

Unseen เมืองไทย!! เกาะแก้วแห่งราไวย์ เกาะรูปหัวใจกลางทะเลอันดามัน

Unseen เมืองไทย!! เกาะแก้วแห่งราไวย์ เกาะรูปหัวใจกลางทะเลอันดามัน

"อุ่นไอมาง" ที่พักสุดโรแมนติกกลางหุบเขา

"อุ่นไอมาง" ที่พักสุดโรแมนติกกลางหุบเขา

7 ที่พักแก่งกระจาน มีกิจกรรมทางน้ำแบบจัดเต็ม พร้อมสไลเดอร์สุดมันส์!!

7 ที่พักแก่งกระจาน มีกิจกรรมทางน้ำแบบจัดเต็ม พร้อมสไลเดอร์สุดมันส์!!

5 ร้านอร่อยจัดน่าซัดเรียบ @ตลาดเลียบด่วน

5 ร้านอร่อยจัดน่าซัดเรียบ @ตลาดเลียบด่วน

พาชมแหล่งกำเนิดไร่ชาฉุยฟง แหล่งผลิตชาอันดับหนึ่งของไทย !!

พาชมแหล่งกำเนิดไร่ชาฉุยฟง แหล่งผลิตชาอันดับหนึ่งของไทย !!

เภพาเที่ยว ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่ จังหวัดสตูล

เภพาเที่ยว ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่ จังหวัดสตูล

ฝนเริ่มมา ทุ่งนาเขียวขจี ไปสัมผัสบรรยากาศดีๆกับ 5 ที่พักวิวทุ่งนา

ฝนเริ่มมา ทุ่งนาเขียวขจี ไปสัมผัสบรรยากาศดีๆกับ 5 ที่พักวิวทุ่งนา

ประกาศปิดอุทยานแห่งชาติฝั่งอันดามันชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติตั้งแต่ 16 พ.ค. เป็นต้นไป!!

ประกาศปิดอุทยานแห่งชาติฝั่งอันดามันชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติตั้งแต่ 16 พ.ค. เป็นต้นไป!!

ประมวลภาพงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่บุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2560

ประมวลภาพงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่บุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2560

6 ของฝากจากไทยที่คนญี่ปุ่นคิดว่าเก๋ เท่ห์ น่ารัก

6 ของฝากจากไทยที่คนญี่ปุ่นคิดว่าเก๋ เท่ห์ น่ารัก

ของอร่อยริมทางไม่ได้มีแค่ที่ข้าวสาร หรือ เยาวราช นะเธอ

ของอร่อยริมทางไม่ได้มีแค่ที่ข้าวสาร หรือ เยาวราช นะเธอ

Unseen ชลบุรี เพราะที่นี่มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด!

Unseen ชลบุรี เพราะที่นี่มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด!

โนราโรงครู "รากแห่งวัฒนธรรมศรัทธา มรดกอันทรงคุณค่าแห่งด้ามขวานทอง"

โนราโรงครู "รากแห่งวัฒนธรรมศรัทธา มรดกอันทรงคุณค่าแห่งด้ามขวานทอง"

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์