ประเพณีวันสงกรานต์

ประเพณีวันสงกรานต์

ประเพณีวันสงกรานต์

ประวัติ สงกรานต์ แปลว่า การย้าย เคลื่อนที่ คือเป็นวันที่พระอาทติย์โคจรย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ตามการคำนวณของโหรผู้รู้ทางโหราศาสตร์ ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 แต่ทางจันทรคตินี้ เมื่อเทียบกับวันทางสุริยคติในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน จึงถือเอาวันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันสงกรานต์ เพื่อเป็นการสะดวกสำหรับการนับวันตามปฏิทิน ในสมัยโบราณได้ถือวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่นั้น เนื่องจากประเทศที่อยูในแถบร้อนถือว่าช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูร้อนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ด้วยว่างเว้นจาก การทำการเกษตร อีกทั้งอากาศที่หนาวเย็นก็ผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยในช่วงฤดูหนาวนั้นเป็นช่วงที่ทุก ๆ อย่างนั้น หยุดนิ่งไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ก็หยุดผลิดอกออกผล สัตว์ทั้งหลาย ก็หยุดนิ่งนอนจำศีล ด้วยอากาศที่หนาวเย็นนั้นไม่สะดวกในการใช้ชีวิต หรือการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนั่นเอง วันสงกรานต์จึงเป็นประเพณีการขึ้นปีใหม่ในประเทศแถบร้อน ซึ่งแตกต่างจากประเทศแถบหนาวดังที่กล่าวไว้ในเรื่องของวันปีใหม่ วันสงกรานต์มีทั้งหมด 3 วันด้วยกัน ได้แก่ วันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ หมายถึง ก้าวหรือย่างขึ้นครั้งใหญ่ คือ สงกรานต์ปี การที่พระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีเมษ วันที่ 14 เมษายนเป็นเนา หมายถึง อยู่คือวันที่ถัดมาจากวันมหาสงกรานต์ 1 วัน การที่พระอาทิตย์เข้ามาอยู่ในราศีเมษเรียบร้อยแล้ว และวันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก หมายถึง วันขึ้นศกใหม่แต่ในส่วนของตำนานวันสงกรานต์รวมถึงประเพณีที่เกี่ยวข้องกับนางสงกรานต์นั้น มีหลักฐานปรากฏในหลักศิลาจารึกของวัดพระ เชตุพนวิมลมังคลารามจะกล่าวพอสังเขปดังต่อไปนี้ ตำนานกำเนิดสงกรานต์ มีท่านเศรษฐีผู้หนึ่งไม่มีบุตรแต่ต้องการบุตรมาก ด้วยถูกนักเลงสุราที่บ้านใกล้กันนั้นกล่าวคำหยาบช้าต่อเศรษฐี ท่านเศรษฐีจึงกล่าวถามว่า "เหตุใดท่านจึงกล่าวดูถูกเราผู้มีสมบัติมาก" นักเลงสุราตอบกลับว่า "ถึงแม้ท่านเป็นผู้มีสมบัติมาก แต่ท่านก็ไม่มีบุตร เมื่อเสียชีวิตแล้ว สมบัติเหล่านี้ก็สูญเปล่า เรานั้นมีบุตร ย่อมประเสริฐกว่า" ท่านเศรษฐีจึงได้จัดพิธีบวงสรวงขอบุตรจากพระอาทิตย์ และพระจันทร์ รอนานสามปีก็มิได้เกิดบุตร เมื่ออาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ท่านเศรษฐีจึงพาบริวารไปบวงสรวงขอบุตรจากพระไทร พระไทรมีความเมตตาสงสารเศรษฐีผู้นี้ จึงได้ขึ้นไปบนสวรรค์ทูลขอบุตรจากพระอินทร์ให้แก่เศรษฐีผู้นั้น พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตรลงมาเกิดเป็นบุตรของท่านเศรษฐี เมื่อภรรยาของท่านเศรษฐีคลอดบุตร ท่านเศรษฐีได้ปลูกปราสาทเจ็ดชั้นให้อยู่ใต้ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำ และตั้งชื่อให้ว่า "ธรรมบาลกุมาร" ธรรมบาลกุมารนี้เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉลียวฉลาดอย่างมาก เรียนรู้ไตรเทพจบเมื่ออายุ 7 ขวบ อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานกได้อีกด้วย ความดังกล่าวได้ล่วงรู้ถึงท้าวกบิลพรหม ท่านจึงต้องการที่จะทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร ท้าวกบิลพรหมจึงได้เสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ถามปัญหาธรรมบาลกุมาร 3 ข้อคือ ข้อที่ 1 เช้าราศีสถิตอยู่แห่งใด ข้อที่ 2 เที่ยงราศีสถิตอยู่แห่งใด ข้อที่ 3 ค่ำราศีสถิตอยู่แห่งใด และตกลงกันว่า ถ้าธรรมกุมารสามารถตอบปัญหา 3 ข้อนี้ได้ ภายใน 7 วัน จะตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบปัญหาได้ ธรรมบาลกุมารต้องตัดศีรษะของตนบูชาท้าวกบิลพรหมเช่นกัน เวลาล่วงเลยไปถึง 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ ด้วยความกลัวอาญาท้าวกบิลพรหม ธรรมบาลกุมารจึงได้หนีไปแอบซ่อนอยู่ใต้ต้นตาลและบนต้นตาลนั้นมีนกอินทรี 2 ตัว ผัวเมียทำรังอยู่นกอินทรีทั้งสองได้สนทนากันอยู่ในเรื่องการออกไปหากินในวันพรุ่งนี้ "พรุ่งนี้เราจะไปหากินที่ไหนกันดี" นกอินทรีตัวเมียถาม "พรุ่งนี้เราไม่ต้องออกไปหากินไกลหรอก ด้วยพรุ่งนี้ธรรมบาลกุมารจะต้องตัดศรีษะบูชาท้าวกบิลพรหม เนื่องจากตอบปัญหาไม่ได้" นกอินทรีตัวผู้ตอบ "น่าสงสารกุมารน้อยยิ่งนัก ท้าวกบิลพรหมก็ช่างถามปัญหาที่มนุษย์เกินจะตอบได้" นกอินทรีตัวเมียรำพึง นกอินทรีรู้สึกหมั่นไส้นางนกอินทรีจึงได้บอกถึงคำตอบที่ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารให้นางนกอินทรีได้รู้ "ราศีแห่งมนุษย์นั้นจะสถิตอยู่ที่ร่างกายต่างวาระกัน คือ เวลาเช้าจะสถิตอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีสถิตอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องปะพรมน้ำที่หน้าอก และเวลาค่ำสถิตอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้า จึงจะพ้นอัปรีย์จัญไรทั้งปวง" ธรรมบาลกุมารเมื่อได้ยินดังนั้นก็ได้จดจำคำตอบและนำไปบอกแก่ท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร แต่เศียรของท้าวกบิลพรหมมีพิษมาก คือ ถ้าตัดแล้วตั้งไว้บนแผ่นดิน แผ่นดินก็จะลุกเป็นไฟ ถ้าโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าฝนก็จะตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล และถ้าทิ้งลงมหาสมุทรน้ำก็จะเหือดแห้ง ท้าวกบิลพรหมจึงรับสั่งเรียกธิดาทั้ง 7 เพื่อให้นำเศียรของท้าวกบิลพรหมไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วจึงนำไปเก็บไว้ในมณฑปถ้ำธุลีเขาไกรลาศ ครั้นครบกำหนด 365 วัน (โลกสมมุติว่าเป็น 1 ปี) เป็นสงกรานต์ ซึ่งหมายถึงขึ้นปีใหม่นั้นเอง นางสงกรานต์ก็จะต้องนำเศียรของท้าวกบิลพรหมแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี นางสงกรานต์ เป็นธิดาของท้าวกบิลพรหมหรือท้าวมหาสงกรานต์ และเป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช (สวรรค์ชั้นที่ 1 ในทั้งหมด 6 ชั้น) ซึ่งมีหน้าที่ในการรับศรีษะของท้าวกบิลพรหมแห่รอบเขาพระสุเมรุในแต่ละรอบปี หรือในวันสงกรานต์นั้นเอง โดยมีเกณฑ์กำหนดที่ว่าวันสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน ตรงกับวันใดก็ให้นางสงกรานต์ประจำวันนั้นเป็นผู้แห่ นางสงกรานต์มีทั้งหมด 7 องค์ ได้แก่ 1. นางสงกรานต์ทุงษเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์ ทัดดอกทับทิม มีปัทมราค (แก้วทับทิม) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ อุทุมพร (มะเดื่อ) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือสังข์ เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์ครุฑ 2. นางสงกรานต์โคราดเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ ทัดดอกปีป มีมุกดาหาร (ไข่มุก) เป็นเครื่องประดับภักษาหาร คือ เตละ (น้ำมัน) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า เสด็จประทับเหนือพยัคฆ์ (เสือ) 3. นางสงกรานต์รากษสเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอังคาร ทัดดอกบัวหลวง มีโมรา (หิน) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ โลหิต (เลือด) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายถือธนู เสด็จประทับเหนือวราหะ (หมู) 4. นางสงกรานต์มัณฑาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพุธ ทัดดอกจำปา มีไพฑูรย์ (พลอยสีเหลืองแกมเขียว) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ นมและเนย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือเหล็กแหลม พระหัตถ์ว้ายถือไม้เท้า เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์คัสพะ (ลา) 5. นางสงกรานต์กิริณีเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี ทัดดอกมณฑา (ยี่หุบ) มีมรกตเป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ ถั่วและงา อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือปืน เสด็จไสยาสน์เหนือปฏษฎางค์ชสาร (ช้าง) 6. นางสงกรานต์กิมิทาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันศุกร์ ดัดดอกจงกลนี มีบุษราคัมเป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ กล้วยและน้ำ อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือพิณ เสด็จประทับยืนเหนือมหิงสา (ควาย) 7. นางสงกรานต์มโหทรเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ ทัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) มีนิลรัตน์เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ เนื้อทราย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือตรีศูล เสด็จประทับเหนือมยุราปักษา (นกยูง) กิจกรรมน่าสนใจ งานสงกรานต์ที่ทำที่ปฏิบัติเป็นทุกปีของชาวกรุงเทพมหานคร ขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันเป็นประจำทุกปี มีการสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ การทำบุญตักบาตร ร่วมขบวนแห่สงกรานต์ กิจกรรมการบันเทิงต่างๆ อีกมากมาย โดยในปี 2546 นี้ จะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายนไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ ๑๕ เมษายน ซึ่งจะมีการจัดงานยิ่งใหญ่ในหลายจุดและเป็นการรวมพลังของประชาคมสำคัญๆในกรุงเทพมหานคร หลายพื้นที่ ได้แก่ ประชาคมบางลำพู ประชาคมวิสุทธิ์กษัตริย์ จะร่วมกันจัดประกวดเทพีสงกรานต์ที่สวนสันติชัยปราการ เป็นต้น และยังมีการจัดประกวดขบวนพาเหรด รถบุปผชาติและน้ำพุเงินรางวัลชนะเลิศถึง ๑ ล้านบาท พร้อมกิจกรรมหลากหลายให้ประชาชนได้มีความสุขกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งให้ชาวต่างชาติได้เห็นความปลอดภัยและสงบสุขของประเทศไทย ภาพน้ำพุสงกรานต์ที่ถนนราชดำเนิน รายละเอียดของงานเทศกาล มหาสงกรานต์ เบิกบานวิถีไทย 2546 8 สถานที่คัดสรรเพื่อสงกรานต์ของชาวกรุง E-Card วันสงกรานต์ วันสงกรานต์ เล่นปืนฉีดน้ำ ระวังติดคุกฟรี ห้ามสาวนุ่งสั้น-สายเดี่ยวเล่นน้ำสงกรานต์

บ้านป่าบงเปียง : นาขั้นบันไดที่สวยที่สุดในประเทศไทย image

บ้านป่าบงเปียง : นาขั้นบันไดที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เต็มอิ่มกับทะเลหมอกที่ "อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง"

เต็มอิ่มกับทะเลหมอกที่ "อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง"

9 โรงแรมบรรยากาศดี "สระว่ายน้ำ" สวยมาก image

9 โรงแรมบรรยากาศดี "สระว่ายน้ำ" สวยมาก

จิบกาแฟ..สูดกลิ่นไอฝน ชมทุ่งดอกเวอร์บีน่า @ ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่ image

จิบกาแฟ..สูดกลิ่นไอฝน ชมทุ่งดอกเวอร์บีน่า @ ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่

เที่ยวสังขละบุรี ห้ามพลาด ขนมจีนหยวกกล้วยมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ห้ามพลาด ขนมจีนหยวกกล้วยมอญ

ใช้ชีวิตช้าๆ เดินเล่นฆ่าเวลา ใน 5 เขตดังประจำเมืองกรุง

ใช้ชีวิตช้าๆ เดินเล่นฆ่าเวลา ใน 5 เขตดังประจำเมืองกรุง

‘บ้านข้างวัด’ ชุมชนชิคๆ @ เชียงใหม่ image

‘บ้านข้างวัด’ ชุมชนชิคๆ @ เชียงใหม่

ไปดูปลาพลวงหิน @ น้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี image

ไปดูปลาพลวงหิน @ น้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี

"Eathai" แหล่ง กิน..เที่ยว..ช้อป 4 ภาค สำหรับคนกรุงที่ไม่ควรพลาด! image

"Eathai" แหล่ง กิน..เที่ยว..ช้อป 4 ภาค สำหรับคนกรุงที่ไม่ควรพลาด!

ทำไมใครๆ ก็รัก KAWS? 6 เหตุผลจาก 6 แฟนตัวจริง

ทำไมใครๆ ก็รัก KAWS? 6 เหตุผลจาก 6 แฟนตัวจริง

‘กิน ช้อปปิ้ง ดนตรีสด’… 6 ตลาดกลางคืน เอาใจคนเหงา image

‘กิน ช้อปปิ้ง ดนตรีสด’… 6 ตลาดกลางคืน เอาใจคนเหงา

ไปครบยัง ? รวม 5 ถนนคนเดิน 4 ภาค image

ไปครบยัง ? รวม 5 ถนนคนเดิน 4 ภาค

"เกาะหวาย" สุขใจ..สบายกระเป๋า image

"เกาะหวาย" สุขใจ..สบายกระเป๋า

มหัศจรรย์..บึงกาฬ เที่ยว "น้ำตกถ้ำพระ" อะเมซอนแห่งภาคอีสาน! image

มหัศจรรย์..บึงกาฬ เที่ยว "น้ำตกถ้ำพระ" อะเมซอนแห่งภาคอีสาน!

ไหว้พระ 9 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 9 รัชกาล

ไหว้พระ 9 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 9 รัชกาล

อันซีน! หมู่บ้าน “บ้านโต” ในตำนาน..หลังจมใต้บาดาลนาน 36 ปี image

อันซีน! หมู่บ้าน “บ้านโต” ในตำนาน..หลังจมใต้บาดาลนาน 36 ปี

“กัลปพฤกษ์เรืองแสง” จากพุทธศิลป์สู่ อันซีนอินไทยแลนด์ ณ เมืองอุบล image

“กัลปพฤกษ์เรืองแสง” จากพุทธศิลป์สู่ อันซีนอินไทยแลนด์ ณ เมืองอุบล

ตะลุยถิ่น..ภูเขาไฟ ชมความงาม "ปราสาทสองยุค" จ. บุรีรัมย์ image

ตะลุยถิ่น..ภูเขาไฟ ชมความงาม "ปราสาทสองยุค" จ. บุรีรัมย์

เมื่อผู้ชายนวลๆ ชวนไป "ฮักเลย" @ เชียงคาน image

เมื่อผู้ชายนวลๆ ชวนไป "ฮักเลย" @ เชียงคาน

ไหว้พระ 9 วัด ใกล้เมืองกรุง ทริปดีๆ ต้อนรับวันเข้าพรรษา จ.อ่างทอง image

ไหว้พระ 9 วัด ใกล้เมืองกรุง ทริปดีๆ ต้อนรับวันเข้าพรรษา จ.อ่างทอง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

send