จุดพลุดอกไม้ไฟ ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จุดพลุดอกไม้ไฟ ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จุดพลุดอกไม้ไฟ ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จุดพลุดอกไม้ไฟ ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จุดพลุดอกไม้ไฟ ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี สวยงามตระการตา กว่าสามหมื่นนัด

    สถานเอกราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค , บริษัท เมืองทอง ไซโก้ จำกัด , บริษัท จีสตีล จำกัด (มหาชน) , บริษัทโรงแรมอโนมา จำกัด , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด , บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เมนเนจเมนท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานจุดพลุและดอกไม้ไฟ ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี สุดยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในเมืองไทย รวม 3 วัน คือในวันที่ 9 มิถุนายน จะมีการจุดพลุและดอกไม้ไฟประกอบการบรรเลงเพลงของวง ORCHESTRA ที่สวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่ 18.00-21.00 น. พร้อมฉายพระบรมฉายาลักษณ์ และพระราชกรณียกิจต่างๆผ่านจอม่านน้ำ ส่วนวันที่ 10 มิถุนายน จุดบริเวณกลางลำน้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานพระพุทธยอดฟ้า และสะพานพระปิ่นเกล้า เวลา 20.30-21.30 น. และในวันที่ 11 มิถุนายน จุดที่บริเวณ ราชตฤนมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) เวลา 20.30-21.30 น.

    พลเอก ดร. มนตรี ศุภาพร จเรทหารทั่วไป ประธานอนุกรรมการ โครงการจุดพลุและดอกไม้ไฟ ฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี เปิดเผยว่า การจุดพลุและดอกไม้ไฟในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีกาก่อน เป็นพลุที่จุดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงสุด ไร้ควัน สีสันสวยสดใส เสียงเบา และเคลื่อนไหวได้ กิจกรรมจุดพลุฉลองครองราชย์ จะจัดขึ้น 3 วันคือ

    วันที่ 9 มิถุนายน 2549 เวลา 18.00-21.00 น. จะจุดที่บริเวณสวนเบญจกิติ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างเวลา 18.00-21.00 น. เป็นการจุดพลุประกอบการบรรเลงวง ORCHESTRA บริเวณสระน้ำของสวนเบญจกิตติ พลุที่จะใช้จุดมีทั้งหมด 5 ชุด โดยมีความสูงระหว่าง 100-200 เมตร ซึ่งพลุส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เป็นพลุที่มีจังหวะขึ้นลงตามเสียงดนตรี มีสีสันสดใส สว่างสวยงาม และมีชีวิตชีวา สะบัดเส้นสายไปมาได้ อาทิ ชุดมงกุฎเงินมงกุฎทอง ที่มีทั้งรูปดาวพระศุกร์ ดาวเสาร์ รูปจักรวาลต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ระหว่างการจุดพลุจะมีดนตรีบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ พร้อมฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์ท่านตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนถึงปัจจุบัน ผ่านจอม่านน้ำ มีทั้งหมด 5 ช่วง โดยมีชื่อช่วงต่างๆดังนี้

    ช่วงที่ 1 พระภูมินทร์แห่งสยาม ดนตรีบรรเลงเพลงแสงเทียนจอม่านน้ำฉายภาพตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนถึงขึ้นครองราช มีความยาว 3 นาที

    ช่วงที่ 2 เถลิงราช บาทบงกช บรรเลงเพลง แผ่นดินของเรา จอม่านน้ำฉายภาพบรรยากาศในพิธีขึ้นครองราชย์และการเฉลิมฉลอง ความยาว 3 นาที

    ช่วงที่ 3 เย็นศิระเพราะพระบริบาล บรรเลงเพลง สายฝน จอม่านน้ำฉายภาพพระราชกรณียกิจต่างๆ และการเยี่ยมเยียนผสกนิกรในทุกพื้นที่ ความยาว 3 นาที

    ช่วงที่ 4 พระบารมีจักรีเกริกฟ้า บรรเลงเพลงใกล้รุ่ง จอม่านน้ำฉายภาพพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านต่างๆ เช่น ด้านกีฬา ดนตรี การปกครอง ความยาว 3 นาที

    ช่วงที่ 5 สดุดีมหาราชา บรรเลงเพลง สดุดีมหาราชา (มาร์ชราชวัลลภ) เป็นการจุดพลุชุดสุดท้าย จอม่านน้ำฉายภาพพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านต่างๆ เช่น การกีฬา ดนตรี การปกครอง ความยาว 3 นาที

    ส่วนในวันที่ 10 มิถุนายน จุดบริเวณกลางลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 น.เป็นพลุที่มีสีสันสวยงามตระการตา โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีหน่วยงานกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เป็นผู้ดูแลการจุด โดยจะเริ่มจุดจากเรือท้องแบนของกรมการขนส่งทางบก 4 ลำ ขนาบซ้ายขวา มองเห็นได้จากเรือว่าพลุจะมาทิศทางไหน ซึ่งจะวิ่งเข้าหากันเป็นรูปตัววี ยิงเรียบแม่น้ำเข้ามาแตกตัวกลางลำน้ำเจ้าพระยา โดยจะจุดต่อเนื่องเป็นเวลา 15 นาที ไม่มีเว้นช่วง โดยพลุจะเปลี่ยนทุก 5 วินาที จะเริ่มจากพลุที่มีความสูงจากพื้นน้ำจนถึงท้องฟ้า 150 เมตร มีระดับจังหวะแตกต่างกันไป เป็นพลุที่มีชีวิต เคลื่อนที่ไปมาได้ รวมกว่า 200 ชนิด ท้องฟ้าในค่ำคืนนั้นจะเต็มไปด้วยสีสันสวยสดงดงามตระการ ถือเป็นการจุดพลุครั้งประวัติศาสตร์ที่มีความสวยงามใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้าร่วมเป้ฯครั้งแรกในเมืองไทย พลุในวันดังกล่าวนับเป็นเทคโนโลยีใหม่จากประเทศญี่ปุ่น เป็ฯพลุไม่มีควัน มีสีสวยสดกว่าพลุทั่วไปที่เคยเห็น เป็นพลุที่มีชีวิตเคลื่อนที่ไปมาได้ รวมกว่า 200 ชนิด และที่สำคัญ เสียงไม่ดัง มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 20,000 นัด ขณะที่ในช่วงงาน 5 ธันวาคมที่ผ่านมา เคยจุดมากที่สุดแค่ 300 นัด เราจุดพลุแบบขนิดว่ายุงบินผ่านไม่ได้ คือเราจุดทุกวินาที มีความหนาแน่นสูงและต่อเนื่อง

    วันที่ 11 มิถุนายน จะมีการจุดพลุ ณ ราชตฤนมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) เวลา 20.30-21.30 น. เป็นพลุขนาด 8,10 และ 12 นิ้ว สูง 100-350 เมตร จำนวน 1,010 นัด ใช้เวลาจุดนานถึง 20 นาที เป็นตัวเลขไทยและอารบิค 60 บนท้องฟ้า มีสีสันสวยสดงดงาม ซึ่งเป็นพลุของ บริษัท เมืองทอง ไซโก้ จำกัด มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในการจุดพลุครั้งนี้ด้วย

สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ฟรี ในวันที่ 9 มิถุนายน ที่สวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่วนในวันที่ 10 มิถุนายน จุดบริเวณกลางลำน้ำเจ้าพระยา ประชาชนสามารถรอชมได้บริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานพระพุทธยอดฟ้า และสะพานพระปิ่นเกล้า รวมทั้งแถวท่าพระจันทร์ ท่าช้าง เชิงสะพานพุทธ และในวันที่ 11 มิถุนายน ที่บริเวณ ราชตฤนมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่     สำนักงานจเรทหารทั่วไป ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โทร. 0 2271 3371 , 0 6392 5335 , 0 1780 5553 (สำหรับวันที่9,10,11)

    วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2549 เวลา 19.00-20.00 น. ณ บริเวณทะเลสาบเมืองทองธานี      เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กองทัพไทยร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชน จัดงาน"แสดงมัลติมีเดียและพลุเฉลิมพระเกียรติ 60 ปีครองราชย์" วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2549 เวลา 19.00-20.00 น. ณ บริเวณทะเลสาบเมืองทองธานี ในพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ มีความสวยงาม กว้างขวาง และมีความสะดวกในการจอดรถ สามารถเข้าชมได้หลายหมื่นคน การแสดงในครั้งนี้จัดขึ้นเพียงรอบเดียวเท่านั้น เปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าบัตรเข้าชม ได้ตามจุดต่างๆ หรือรับชมการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

กิจกรรม การแสดงพลุขนาดใหญ่ประกอบแสงสีเสียงต่อเนื่องใช้เวลาประมาณ 50 นาทีให้ชื่อว่า "ดวงประทีปแห่งความหวังและความจงรักภักดี" ผ่านสื่อมัลติมีเดียต่างๆ ทั้งม่านน้ำขนาดกว้าง 22 เมตร สูง 15 เมตร และ จอน้ำพุขนาดใหญ่ 3 จอ ยิงพลุอีก 3 จุดทางด้านหลัง ด้านซ้ายและขวาของทะเลสาบ และมีการแสดงภาพต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทยควบคู่กันไปด้วย

สำหรับลำดับการแสดงแบ่งออกเป็น 4 องค์ องค์ที่ 1 ความฝันอันสูงสุด องค์ที่ 2 ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท องค์ที่ 3 ดวงประทีปแห่งความจงรักภักดี มีการสวนสนามของขบวนยานยนต์ของทหาร 3 เหล่าทัพ องค์ที่ 4 ความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทย ภาพสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญๆ ของประเทศไทย              ซึ่งจะแสดงไปพร้อมการแสดงจุดพลุเฉลิมพระเกียรติที่มีขนาดใหญ่สุดครั้งแรกของเอเชีย จำนวน 5,000 นัด

5 ที่เที่ยวหน้าฝน คนผจญภัยไม่ควรพลาด

5 ที่เที่ยวหน้าฝน คนผจญภัยไม่ควรพลาด

5 จุดชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดในเมืองไทย!! ภาพแห่งความอัศจรรย์ยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า

5 จุดชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดในเมืองไทย!! ภาพแห่งความอัศจรรย์ยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า

เดินเล่นลงสู่กลางทะเลสีฟ้าใส พร้อมกับอาหารทะเลสด ๆ ราคาถูก ณ ท่าเรือราไวย์

เดินเล่นลงสู่กลางทะเลสีฟ้าใส พร้อมกับอาหารทะเลสด ๆ ราคาถูก ณ ท่าเรือราไวย์

ตลาดน้ำกวางโจว ตลาดน้ำกลางน้ำตกที่เดียวในโลก!!

ตลาดน้ำกวางโจว ตลาดน้ำกลางน้ำตกที่เดียวในโลก!!

“อ่างทอง จังหวะกลอง จังหวะโลก” มหกรรมกลองนานาชาติ และพิธีไหว้ครูกลอง ครั้งที่ 7

“อ่างทอง จังหวะกลอง จังหวะโลก” มหกรรมกลองนานาชาติ และพิธีไหว้ครูกลอง ครั้งที่ 7

เกาะแสมสารเปิดให้จองตั๋วออนไลน์แล้ว พร้อมขั้นตอนการจองอย่างละเอียด!!

เกาะแสมสารเปิดให้จองตั๋วออนไลน์แล้ว พร้อมขั้นตอนการจองอย่างละเอียด!!

เชื่อหรือไม่? ที่แห่งนี้อยู่ในประเทศไทย!! สันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน

เชื่อหรือไม่? ที่แห่งนี้อยู่ในประเทศไทย!! สันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน

6 ขุมทรัพย์เด็ด "ร้านอาหาร..ข้างทาง" อิ่มได้..ไม่ต้องแพง

6 ขุมทรัพย์เด็ด "ร้านอาหาร..ข้างทาง" อิ่มได้..ไม่ต้องแพง

10 ตลาดโบราณอายุ 100 ปีขึ้นที่ยังคงความคลาสสิคมาจนถึงปัจจุบัน เที่ยวง่ายใกล้กรุงเทพ!!

10 ตลาดโบราณอายุ 100 ปีขึ้นที่ยังคงความคลาสสิคมาจนถึงปัจจุบัน เที่ยวง่ายใกล้กรุงเทพ!!

Unseen น้ำตกถ้ำพระสุดอลังการ ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในป่าใหญ่!!

Unseen น้ำตกถ้ำพระสุดอลังการ ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในป่าใหญ่!!

5 จุดชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ!!

5 จุดชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ!!

เที่ยวชิลล์ๆ กับเส้นทางเดินรถไฟเที่ยวใกล้กรุง วันเดียวก็เที่ยวได้

เที่ยวชิลล์ๆ กับเส้นทางเดินรถไฟเที่ยวใกล้กรุง วันเดียวก็เที่ยวได้

สะพานแขวนเขื่อนแม่กวง แลนด์มาร์คแห่งใหม่กำลังมาแรงของเชียงใหม่!!

สะพานแขวนเขื่อนแม่กวง แลนด์มาร์คแห่งใหม่กำลังมาแรงของเชียงใหม่!!

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เมืองไทยก็มี!!

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เมืองไทยก็มี!!

15 จุดเช็คอินหัวหิน ไปฟินกันได้ทั้งปี!!

15 จุดเช็คอินหัวหิน ไปฟินกันได้ทั้งปี!!

7 สวนน้ำกลางป่า ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา มันก็จะใส ๆ หน่อย!!

7 สวนน้ำกลางป่า ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา มันก็จะใส ๆ หน่อย!!

เมืองตาก...กับชีวิตที่ช้าลง

เมืองตาก...กับชีวิตที่ช้าลง

ม่อนแจ่มหน้าฝน สวยงามอย่างไร ไปดูกัน !!

ม่อนแจ่มหน้าฝน สวยงามอย่างไร ไปดูกัน !!

ค้นพบที่เที่ยวใหม่ หินหนุ่ม หินสาว แห่งเกาะเต่า น้อยคนนักจะเคยเห็น เป็นยังไงไปดูกัน!!

ค้นพบที่เที่ยวใหม่ หินหนุ่ม หินสาว แห่งเกาะเต่า น้อยคนนักจะเคยเห็น เป็นยังไงไปดูกัน!!

รีวิวเส้นทางไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ ด้วยรถเมล์ฟรี ต้อนรับเทศกาลเข้าพรรษา!!

รีวิวเส้นทางไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ ด้วยรถเมล์ฟรี ต้อนรับเทศกาลเข้าพรรษา!!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์