6 พระราชวัง วัง และพระตำหนักสำคัญ สถานที่แห่งความผูกพันของ ในหลวง ร.9

6 พระราชวัง วัง และพระตำหนักสำคัญ สถานที่แห่งความผูกพันของ ในหลวง ร.9

6 พระราชวัง วัง และพระตำหนักสำคัญ สถานที่แห่งความผูกพันของ ในหลวง ร.9

Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

1.พระตำหนัก จิตรลดารโหฐาน กรุงเทพมหานคร

22657300_10204015294579930_36

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (Chitralada Villa Royal Residence) เป็นพระตำหนักในพระราชวังดุสิต ตั้งอยู่ที่แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณทุ่งส้มป่อย ซึ่งเป็นทุ่งนาระหว่างพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า สวนจิตรลดา

พระราชทานนามพระตำหนักว่า “พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน”

22686576_10204015295339949_67

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

22752255_10204015294539929_70

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับถาวร โปรดเกล้าฯให้สร้างโรงเรียนจิตรลดา เมื่อ พ.ศ. 2501

เป็นสถานศึกษาชั้นต้นสำหรับพระโอรส พระธิดาและบุตรหลานข้าราชสำนัก โปรดเกล้าฯให้สร้างศาลาดุสิดาลัย เป็นศาลาอเนกประสงค์

22685096_10204015294699933_82

ทุกตารางนิ้วของสวนจิตรลดา คือ พื้นที่ทรงงาน และสถานที่ทดลองของโครงการทดลองส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร นับแต่โปรดเกล้าฯ ให้พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับถาวรมาเกือบ 60 ปี

22711249_10204015294979940_57

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (Chitralada Villa Royal Residence) เป็นพระตำหนักในพระราชวังดุสิต ตั้งอยู่ที่แขวงสวนจิตรลดาเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ภายในพื้นที่พระราชวังแห่งนี้ คงไม่มีที่ใดในโลกเปรียบเหมือน เพราะนอกจากจะเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ และที่ทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแล้ว

พระองค์ยังสร้าง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาขึ้นภายในบริเวณโดยรอบด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ดำเนินงาน เพื่อศึกษา ทดลองและวิจัยหาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานทางด้านการเกษตรต่างๆ ซึ่งผลการศึกษาสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการนำไปปฏิบัติตาม

2.วังสระปทุม : ตำหนักใหม่

22710132_10204015295019941_28

วังสระปทุมเป็นวังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่ามกลางห้างสรรพสินค้าและโรงแรมสมัยใหม่ซึ่งเป็นวังที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เคยประทับสมัยทรงพระเยาว์

แต่เดิมวังแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินให้เป็นที่สร้างวังของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ พระราชโอรสในพระองค์ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

แต่ยังมิได้มีการสร้างวังขึ้น ณ ขณะนั้น เนื่องจากสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ได้เสด็จไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ หลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้เสด็จออกมาประทับนอกพระบรมมหาราชวัง ทรงเริ่มสร้างพระตำหนักขึ้น ณ วังสระปทุม และเสด็จประทับเป็นการถาวรตลอดพระชนม์ชีพพร้อมด้วยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์และครอบครัว

ปัจจุบัน วังสระปทุมเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

22686455_10204015295219946_58

และเหตุการณ์สำคัญอีกหนึ่งเหตุการณ์คือ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (พระยศขณะนั้น) และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร (พระยศขณะนั้น) จัดขึ้นในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม

โดยสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงเป็นองค์ประธาน ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในทะเบียนสมรสและโปรดให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรลงนามในทะเบียนนั้น

พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชสักขีลงนามในทะเบียนนั้นด้วย หลังจากนั้น สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จออกในพระราชพิธีถวายน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทรงรดน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์แด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรขึ้นเป็น “สมเด็จพระราชินี”

22711210_10204015295059942_17

ในหลวง-ราชินี ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า วังสระปทุม

22657240_10204015294619931_89

วังสระปทุมมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษตั้งอยู่บริเวณเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยอาณาเขตทางด้าน 
ทิศเหนือติดคลองแสนแสบ 
ทิศตะวันออกติดคลองอรชรริมวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร 
ทิศใต้ติดถนนพระรามที่ 1 
ทิศตะวันตกติดถนนพญาไท 
ปัจจุบัน พื้นที่ของวังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกเป็นพื้นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่ให้เช่าทำศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน

3.พระบรมมหาราชวัง

22657482_10204015294739934_16

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังหลวงขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศและเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ การก่อสร้างพระราชวังหลวงเริ่มขึ้นพร้อมกับการสร้างพระนครเมื่อ พ.ศ. 2325 โดยสร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นที่อยู่ของพระยาราชาเศรษฐีและชาวจีนทั้งหลาย ดังนั้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่สถานที่แห่งใหม่ตั้งแต่คลองใต้วัดสามปลื้มจนถึงคลองเหนือวัดสามเพ็ง เริ่มดำเนินการในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 หลังพระราชพิธียกเสาหลักเมือง 1 วัน และมีการเฉลิมพระราชมนเฑียรในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325 แต่ขณะนั้นพระราชมนเฑียรสร้างด้วยเครื่องไม้และสร้างเสาระเนียดรายรอบพระราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก

22657356_10204015294899938_13

พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกในสมัยโบราณ

22657209_10204015295179945_14

ต่อมาใน พ.ศ. 2326 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชมนเทียร พระมหาปราสาท เปลี่ยนเสาระเนียดจากเครื่องไม้เป็นก่อกำแพงอิฐ สร้างประตูรายรอบพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนสร้างพระอารามในพระราชวังหลวง คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เมื่อสร้างพระราชนิเวศน์มนเฑียรเป็นการถาวรแล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มตามแบบแผนราชประเพณีอีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2328

22657344_10204015294859937_14

พระบรมมหาราชวังได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขยายอาณาเขตและบูรณปฏิสังขรณ์มาในทุกรัชกาล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชอนุชา ขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงบัญญัติให้เรียกพระราชวังหลวงว่า พระบรมมหาราชวัง นั่นคือ ทรงบัญญัติให้ใช้คำว่า “บรม” สำหรับฝ่ายวังหลวง และ “บวร” สำหรับฝ่ายวังหน้า พระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้าจึงเรียกว่า “พระบวรราชวัง” เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว พระราชวังหลวงก็ยังคงใช้ว่า พระบรมมหาราชวัง มาจนกระทั่งปัจจุบัน

4.วังไกลกังวล : พระตำหนักเปี่ยมสุข

22686721_10204015294939939_20

“วังไกลกังวล” สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.๗) โปรดเกล้าฯ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ ให้สร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดย หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ผู้อำนวยการศิลปากรสถานในขณะนั้นเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง เพื่อใช้งานในการแปรพระราชฐานมาพักในจังหวัดริมทะเล โดยรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า สวนไกลกังวล และประทับตราสัญลักษณ์ของวังเมื่อ พ.ศ. 2472

22686693_10204015294219921_13

พื้นที่ภายในวังไกลกังวลประกอบด้วยพระตำหนักและอาคารประกอบหลายอาคาร เช่น พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นพระตำหนักตึกแบบสเปนสูงสองชั้นพร้อมทั้งหอสูง เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และยังเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ยังมี พระตำหนักน้อย พระตำหนักปลุกเกษม พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีย์ ศาลาเริง และ ศาลาราชประชาสมาคม สำหรับให้ข้าราชการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทได้โดยไม่ต้องเสด็จฯกลับกรุงเทพมหานคร เช่น พิธีพระราชทานกระบี่ของนักเรียนนายร้อย เป็นต้น ในปี พ.ศ. 2556 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามว่า “ศาลาราชประชาสมาคม” ซึ่งหมายถึง พระมหากษัตริย์และประชาชนเกื้อกูลระหว่างกัน เพื่อใช้ในการเสด็จออกมหาสมาคมในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในต่างจังหวัดและในวังแห่งนี้ เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่ ๙ นอกจากนี้ยังใช้ประกอบพิธีและพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ได้หลายครั้ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่วังไกลกังวลแห่งนี้ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ของทุกปีเพื่อจะทรงติดตามงานในโครงการส่วนพระองค์ๆต่างๆในพื้นที่แถบนี้

22657227_10204015294779935_21

 วันที่ 5 ธันวาคม 2556 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จออกมหาสมาคมนอกพระนครครั้งแรก และนับเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของพระองค์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ในศุภวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

“ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพร และไมตรีจิตทั้งนั้น ด้วยใจจริงเช่นกัน

บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือ ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย

ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป”

วันที่ 5 ธันวาคม 2559 เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ 
พระองค์สถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยตราบนิรันดร์

5.พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

22709736_10204015294819936_15

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๕๐๔และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่าภูพิงคราชนิเวศน์ โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ“พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์” พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

22709727_10204015294299923_15

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

6.บ้านไร่ ของในหลวง

22709872_10204015294659932_41

บ้านหลังนี้มิใช่ที่ประทับแบบถาวร แต่เกิดจากโครงการในพระราชดำริ “โครงการชั่งหัวมัน” ซึ่งเมื่อหลายคนเห็นชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน” ก็คงจะเกิดความสงสัยไปตามๆกันว่าโครงการนี้เกี่ยวกับอะไร แล้วทำไมพระองค์ถึงพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน”

22657280_10204015294339924_11

ที่มาของโครงการนี้เกิดจากชาวบ้านได้นำหัวมันเทศมาถวายขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ วังไกลกังวล และก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมีพระราชประสงค์ให้นำหัวมันเทศไปไว้บนตาชั่งแบบโบราณ หลังจากนั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับมายังวังไกลกังวลอีกครั้งทรงพบว่าหัวมันเทศนั้นได้มีใบงอกออกมาจึงมีพระราชดำรัสว่า “มันอยู่ที่ไหนก็งอกได้” และรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกใส่กระถางไว้ในวังไกลกังวล แล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ

22686450_10204015294259922_17

เมื่อ ปี พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซื้อที่ดินจากราษฎรบริเวณอ่างเก็บน้ำ หนองเสือ ประมาณ 250 ไร่ และต่อมา ปี พ.ศ. 2552 ทรงซื้อแปลงติดกันเพิ่มอีก 130 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด 250 ไร่ โดยให้เป็นพื้นที่ทดลองปลูกมันเทศและเน้นพันธุ์พืชเศรษฐกิจในจ.เพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงมาปลูกไว้ที่นี่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2552 เป็นต้นมา และพระราชทานพันธุ์มันเทศซึ่งออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวลให้นำมาปลูกไว้ที่นี่

22686712_10204015295139944_11

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมโครงการนี้ด้วยพระองค์เองเป็นระยะๆ มีพระตำหนักทรงงานที่ตั้งอยู่ภายในโครงการ เป็นบ้านไม้สองชั้นเรียบง่ายที่ใช้ทรงงานและพักผ่อนพระอิริยาบถเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมโครงการนี้ รวมถึงรถที่ทรงใช้ทรงงานก็จอดอยู่ภายในบริเวณพระตำหนักด้วย

22711300_10204015295259947_96

ทะเบียนบ้านเลขที่ 1 เป็น บ้านพักส่วนพระองค์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลถือโฉนดและมีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 5 บ้านหนองคอกไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยทรงขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรทำไร่

บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นวังหรือพระตำหนักอย่างที่เราคุ้นตากันแต่เป็นบ้านที่เกิดจากความทุ่มเทและตั้งใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อทำให้พสกนิกรได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดารจนเป็นพื้นที่สีเขียวสามารถเพาะปลูกทำมาหากินได้

สำหรับทั้ง 5 สถานที่นี้ นอกจากจะเป็นสถานที่ในความผูกพันของในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้ว ก็ยังมีสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่สวยงามและน่าสนใจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้คนไทยได้ลำรึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อีกด้วย

 
 

 

 
 

Advertisement Replay Ad
พาเที่ยวภูเตาโป่ง ป่าชุมชนที่คงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

พาเที่ยวภูเตาโป่ง ป่าชุมชนที่คงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

7 ความอัศจรรย์ในดินแดนแห่งม่านหมอก “แม่ฮ่องสอน”

7 ความอัศจรรย์ในดินแดนแห่งม่านหมอก “แม่ฮ่องสอน”

รวม 5 ที่เที่ยวหน้าหนาวสุดโรแมนติก พาแฟนไปสวีทได้แบบฟินๆ

รวม 5 ที่เที่ยวหน้าหนาวสุดโรแมนติก พาแฟนไปสวีทได้แบบฟินๆ

คุณกล้าพอไหม? ครั้งหนึ่งในชีวิตเดินเท้าขึ้นพิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาว

คุณกล้าพอไหม? ครั้งหนึ่งในชีวิตเดินเท้าขึ้นพิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาว

มุมถ่ายรูปสุดฟิน ทุ่งดอกปอเทืองสีทอง จังหวัดนครสวรรค์

มุมถ่ายรูปสุดฟิน ทุ่งดอกปอเทืองสีทอง จังหวัดนครสวรรค์

สวรรค์ชัดๆ มหัศจรรย์ทะเลหมอกแห่งภูทับเบิก

สวรรค์ชัดๆ มหัศจรรย์ทะเลหมอกแห่งภูทับเบิก

ดอยนี้สีเหลือง! ชมภาพทุ่งดอกบัวตองบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ดอยแม่อูคอ

ดอยนี้สีเหลือง! ชมภาพทุ่งดอกบัวตองบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ดอยแม่อูคอ

เปิด Unseen แห่งใหม่ของจันทบุรี เดินเล่นกลางทะเลที่จุดชมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลม

เปิด Unseen แห่งใหม่ของจันทบุรี เดินเล่นกลางทะเลที่จุดชมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลม

กลับมาอีกครั้งแล้ว "ทริปรถไฟลอยน้ำ" ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

กลับมาอีกครั้งแล้ว "ทริปรถไฟลอยน้ำ" ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

7 เคล็ดลับจัดกระเป๋าเดินทางให้ง่ายและประหยัดพื้นที่

7 เคล็ดลับจัดกระเป๋าเดินทางให้ง่ายและประหยัดพื้นที่

9 ข้อที่ BACKPACKER ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้งบไม่บาน

9 ข้อที่ BACKPACKER ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้งบไม่บาน

เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมพลังจิตอาสากว่า 500 คนสร้างบ้านปลา

เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมพลังจิตอาสากว่า 500 คนสร้างบ้านปลา

กางเต็นท์ตากหมอก นอนข้างริมโขง บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

กางเต็นท์ตากหมอก นอนข้างริมโขง บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

นครชุมเมืองแห่งวิถีชีวิตที่ใครก็ต้องตกหลุมรัก

นครชุมเมืองแห่งวิถีชีวิตที่ใครก็ต้องตกหลุมรัก

กฎเหล็ก 9 ข้อ จัดทริปประหยัดในราคาที่โดนใจ

กฎเหล็ก 9 ข้อ จัดทริปประหยัดในราคาที่โดนใจ

เริ่มแล้ววันนี้ ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ "งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์" จ.สมุทรปราการ

เริ่มแล้ววันนี้ ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ "งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์" จ.สมุทรปราการ

หนาวลม ห่มฟ้า สบตากับสายหมอก ที่สวนยาหลวง จังหวัดน่าน

หนาวลม ห่มฟ้า สบตากับสายหมอก ที่สวนยาหลวง จังหวัดน่าน

ยกมันส์ขึ้นเหนือ เตรียมสนุกกับงานวิ่งสุดมันส์ “LEORunไตร” วิ่ง ร้อง เต้น ที่เชียงใหม่

ยกมันส์ขึ้นเหนือ เตรียมสนุกกับงานวิ่งสุดมันส์ “LEORunไตร” วิ่ง ร้อง เต้น ที่เชียงใหม่

7 ร้านชุมชนริมน้ำจันทบูร จันทบุรี

7 ร้านชุมชนริมน้ำจันทบูร จันทบุรี

5 เรื่องที่สาวๆ ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

5 เรื่องที่สาวๆ ต้องรู้ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์