จันทบุรี

จันทบุรี

จันทบุรี

S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

จังหวัด จันทบุรี อยู่พื้นที่ฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทย เป็นเมื่องที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งในดินและในน้ำ มีสภาพภูมิประเทศ ถูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตร โดยเฉพาะเรื่องผลไม้ขึ้นของจันทบุรี ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลางสาด และพืชทางเกษตรอื่นๆ เช่น ยางพราคาและพริกไทย ส่วนทางชายฝั่งก็มีอาหารทะเลนานชนิดอีกด้วย


และในอีกมุมหนึ่ง จันทบุรีคือศูนย์กลางธุรกิจด้านอัญมณีที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปทั่วโลก เป็นแหล่งรวมช่างฝีมือในการเจียระไนอัญมณีและทำเครื่องประดับต่างๆ ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง และมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย ทั้งศาสนสถาน โบราณสถาน และโบราณวัตถุ จึงทำให้จันทบุรีเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศใน ปัจจุบัน


จังหวัดจันทบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 6,338 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,961,250 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 34 ของประเทศ สภาพพื้นที่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกโดยทั่วไปเป็นป่าไม้ ภูเขา และที่ราบสูง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-190 เมตร เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดที่ไหลลงสู่อ่าวไทยทางทิศใต้ ส่วนทางทิศใต้เป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งทะเล และบริเวณชายฝั่งมีลักษณะเป็นอ่าว แหลม และหาดทราย


จันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของภูมิภาค เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ตั้งแต่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังหลักฐานการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคหินขัดอายุประมาณ 2,000 ปี ในเขตอำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และที่ราบเชิงเขาที่บ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน โดยสันนิษฐานว่าเริ่มมีการตั้งเป็นชุมชนเมืองขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงประมาณ พุทธศตวรรษที่ 18 ที่บริเวณหน้าเขาสระบาป โดยชนพื้นเมืองกลุ่มแรกเป็นชนเผ่าในตระกูลมอญ-เขมร หรือเรียกว่า "ชาวชอง" ดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าขาย แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าลดน้อยลงไปมาก เพราะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ทางการเกษตร และที่ดินส่วนมากถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน อีกทั้งการเก็บของป่ากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นายพรานชาวชองจึงต้องเปลี่ยนวิถีการดำรงชีพไปเป็นแรงงานต่างๆ ในเมือง และมีบางส่วนที่ยังคงยึดอาชีพทำสวนทำนาอยู่ ปัจจุบันชาวชองรวมตัวกันอยู่ที่บ้านคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ


ในปี พ.ศ. 2200 ได้มีการย้ายเมืองมาอยู่ที่บ้านลุ่ม ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาพ่ายสงครามและตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการ ก็ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมาทางทิศตะวันออก และจัดตั้งเมืองจันทบุรีเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและกำลังพลเป็นเวลาถึง 5 เดือน ก่อนนำทัพที่ประกอบด้วยไพร่พลทั้งชาวไทยและจีนจำนวนราว 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ซึ่งการมีบทบาทในการช่วยกอบกู้เอกราชของชาติในครั้งนั้น นับเป็นเหตุการณ์ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี ปัจจุบันจึงมีโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่เกี่ยวข้องหรือจัดสร้าง ขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในครั้งนั้น
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ย้ายเมืองจันทบุรีไปตั้งบนพื้นที่สูงที่บ้านเนินวง เพื่อให้เป็นที่มั่นในการป้องกันการถูกรุกรานจากชาวญวน จนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 โปรดให้ย้ายหัวเมืองจันทบุรีกลับมาตั้งที่บ้านลุ่มตามเดิม เนื่องจากบ้านเนินวงนั้นอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ


ในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับประเทศฝรั่งเศส ชาวฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสไป เพื่อแลกเอาเมืองจันทบุรีกลับคืนมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน


ชื่อเมือง จันทบุรี หรือ "เมืองจันท์" นั้น มีความหมายว่า "เมืองที่สงบร่มเย็น เช่นเดียวกับเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์" โดยมีตราประจำจังหวัดเป็นดวงจันทร์กำลังส่องแสง มีกระต่ายน้อยอยู่ตรงกลาง
จังหวัด จันทบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ

และสำหรับ จังหวัด จันทบุรี ไม่ได้มีแค่ผลไม้และของขึ้นชื่อเท่านั้น ยังมีสถานที่เที่ยวมากมายอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น


เขาคิชฌกูฏ การขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏนั้น ต้องสวมใส่รองเท้าผ้าใบ และไม่ควรพกสิ่งของมีค่าหรือไม่จำเป็นไป เนื่องจากต้องทางเดินขึ้นเขาสูงชันและมีนักท่องเที่ยวไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาล จึงไม่สะดวก และควรไปช่วงวันธรรมดาดีกว่าวันเสาร์และอาทิตย์ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น

การชมหิ่งห้อยในป่าชายเลน ที่บ้านท่าสอน อำเภอขลุงนั้นไม่ต้องลงเรือ เพราะมีถนนคนเดินอยู่ ระยะทาง2.5กิโลเมตร เข้าไปในป่าชายเลน หิ่งห้อยนับแสน จะคอยเปล่งแสงระยิบระยับตลอดทาง ที่จอดรถก่อนเข้าป่าก็กว้างขวาง พอรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย และอื่น ที่จันทบุรีมีมากมายหลายสวนให้เลือกทานกัน ขอยกตัวอย่างมาสัก 2 ที่


สวนสละเฮียถึก
- ชมสวน บุฟเฟ่ต์ผลไม้ (ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง)
วันเปิด-ปิด : 30 เม.ย. - 15 ก.ค. 2559
ราคา : 199 บาท/คน
ที่ตั้ง : 25 ม.9 ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
เบอร์ติดต่อ : 08-1982-2551 , 08-1940-1290


บ้านสวนลุงฉลวย รีสอร์ท
- แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมสวน บุฟเฟ่ต์ ผลไม้ (ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง)
- ที่พัก
- ATV
วันเปิด-ปิด : 1 พ.ค. 2559 เป็นต้นไป
ราคา : 199 บาท/คน
ที่ตั้ง : 18 / 2 ม.7 ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
เบอร์ติดต่อ : 08-7058-7173 , 08-6357-8477

อ่าวคุ้งกระเบน ชายหาดที่ร่มรื่นไปด้วยสนทะเลเรียงรายกัน เป็นที่ตั้งของศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำหริ ที่มุ่งพัฒนาความรู้ด้านการประมงและการเกษตรในเขตพื้นที่ชายฝั่งจันทบุรี รวมถึงการอนุรักษ์ป่าชายเลน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวและได้สาระอีกด้วย


และนอกจากจะมีสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ให้ชมแล้ว ถ้าสนใจธรรมชาติของป่าชายเลน แล้วเรามีทางเดินศึกษาธรรมชาติ บนสะพานไม้ทอดยาวกว่า 1700 เมตร ท่ามกลางพรรณไมนานาชนิด และช่วงน้ำลดเราจะเห็นปูก้ามดาบด้วย และในสุดปลายทาง จะเจอวิวพาโนรามาของคุ้งน้ำรูปปลากระเบนอันเป็นที่มาของอ่าวคุ้งกระเบนอีกด้วย


ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์