ทริปล่องใต้ดำน้ำหมู่เกาะสุรินทร์ - นอนเล่นฟินๆที่เขื่อนรัชชประภา

ทริปล่องใต้ดำน้ำหมู่เกาะสุรินทร์ - นอนเล่นฟินๆที่เขื่อนรัชชประภา

ทริปล่องใต้ดำน้ำหมู่เกาะสุรินทร์ - นอนเล่นฟินๆที่เขื่อนรัชชประภา

S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

ตะลึงในความงดงามของทะเลประเทศไทย ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างอะไรที่สวยมากไว้ที่นี่จริงๆ ไปเที่ยวอ่าวเที่ยวเกาะที่ กันเถอะ งดงามจนเกินห้ามใจจริงๆ ถ้าพร้อมแล้วตามคุณ ~MARIJUANNA~ ไปกันเลย
สวัสดีครับ บอกไว้ก่อนเลยว่าเป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกในชีวิต (แต่ขอไอดีคนอื่นมาใช้) ผิดพลาดเลวร้ายไม่ดีอะไรยังไง ขออภัยไว้ก่อนเลยนะครับ  T__T

เริ่มเกริ่นกันก่อนเลย จากกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แต่ไม่เคยจะรีวิวที่ไหนเลยซักที ได้แต่คิดอย่างเดียว แถมตอนไปก็อาศัยข้อมูลที่มีประโยชน์จากในพันทิปซะเยอะ คราวนี้กลับตัวกลับใจได้เเล้วก็เลยอยากจะมาฝากข้อมูลที่ (น่าจะ) เป็นประโยชน์ให้กับสมาชิกท่านอื่นๆได้เอาไว้ใช้บ้างนะครับผม

ทริปหมู่เกาะสุรินทร์ - เขื่อนรัชชประภา นี้เป็นทริปกลุ่มของเรา 5 คน เริ่มจากการที่เคยไปดำน้ำที่เกาะตาชัยแล้วได้คุยกับไกด์ของเม็ดทรายทัวร์ พี่ไกด์บอกว่าหมู่เกาะสุรินทร์ ดำน้ำตื้นสวยมากๆ จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะไปลองกัน เริ่มจากจองตั๋วโปรข้ามปีกันเลยของ Airasia ไปกลับ ดอนเมือง-สุราษฎร์ธานี คนละ 1200 บาท เดินทางวันที่ 24 ม.ค. 58 เวลา 18:00 น. กลับวันที่ 28 ม.ค. 58 เวลา 19:40 น.

ถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี ก็ติดต่อเช่ารถ บูธอยู่ที่สนามบินสุราษฎร์ชั้น 1 เลย พอจัดการเรื่องรถเช่าเสร็จ เราก็เข้าเมืองสุราษฎร์ไปที่ตลาดวัดไทรหาอะไรรองท้องกันก่อน แล้วก็แวะดูหิ่งห้อยที่แม่น้ำตาปี ซึ่งช่วงที่ไปมีเยอะมาก ได้ความรู้ดีด้วยครับ ราคาเช่าเรือเหมาลำ 300 บาท ติดต่อได้ที่ริมแม่น้ำแถวๆนั้นเอาได้เลย มีป้ายไวนิลแขวนอยู่ หลังจากชมหิ่งห้อยก็ขับรถบึ่งไปยังอ.คุระบุรีต่อเลยจ้า เพราะจองที่พัก ไว้ที่ คุระเรือนไทยรีสอร์ท ราคา 650 บาท ถ้าเสริม 200/คน มีแอร์ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น อาหารเช้าเป็นข้าวต้มเครื่องคนละ 1 ถุง ไข่ดาว+ขนมปัง คนละ 1 จาน และกาแฟ ซึ่งเราไปถึงกันเกือบตี 2 ง่วงมากตาจะปิด รีบอาบน้ำนอนเลยเพราะพรุ่งนี้ต้องไปที่ซาบีน่าทัวร์เวลา 8:30 น.  ส่วนที่ซาบีน่าทัวร์ เราไม่ได้ซื้อแพ็คเกจนะครับ แต่ไปจองโปรที่งานไทยเที่ยวไทย เป็นจองตั๋วเรือสปีดโบ๊ท ไปกลับ คนละ 1400 บาท จาก 1700 บาท (ปัจจุบัน 1500 บาท) 
เพื่อความสะดวก ก็เลยจองที่นี่ไปเลย ซึ่งในอุทยานก็มีเช่นกันราคาไม่ต่างกันมาก เราจะค้างบนเกาะ 1 คืน ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็มีดังนี้

1. เต้นท์พร้อมเครื่องนอน 3 คนราคา 500 บาท 2 คน ราคา 450 บาท
2. สน็อคเกิ้ล พร้อมชูชีพคนละ 100 บาท
3. ฟิน (ตีนกบ) คนละ 100 บาท
4. ทริปดำน้ำ 1 วันมี 2 ทริป ทริปละ 2 จุด ราคาคนละ 150 บาท/ทริป (จขกท. ไป 2 วัน 1 คืน จะได้ดำน้ำ 2 ทริป ถ้าจะให้ครบทุกจุดต้อง 3 วัน 2 คืน)

เรือออกจากท่าเรือที่อุทยานหมู่เกาะสุรินทร์ 9:00 น. ถึงเกาะสุรินทร์เวลา 10:00 น. พอถึงหาดไม้งาม ก็เอาใบเสร็จค่าเต้นท์ ค่าดำน้ำให้ไกด์ซาบีน่าที่รออยู่ที่หาด แล้วหอบสัมภาระเดินตามไกด์ไปเลย แล้วเดินชิลๆเบาๆ 200 เมตรเอง ถึงที่เช็คอิน จขกท.ไปจ่ายค่าเข้าอุทยานคนละ 80 บาท แล้วเดินไปที่เต้นท์เล้ย เต็นท์อยู่ริมชายหาดเลยว๊าวววววววว วิวดีสุดๆ

ส่วนในเต้นท์ก็มีแผ่นรองนอน ผ้าห่ม และหมอนใบเล็กให้ (เตรียมกุญแจล็อคเต้นท์กันลิงมาด้วย ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือนนะครับบบบ) หลังจากเก็บสัมภาระเปลี่ยนชุดเสร็จ ถึงเวลานัด 14:00 น. เตรียมตัวไปดำน้ำที่แรกกันเลย น้ำใสมากๆวันนี้

ที่ดำน้ำที่แรกพาเราไป ตรงนี้พี่ไกด์บอกมีเต่าทะเล ปลาฉลาม และดงปะการังเขากวาง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริงๆเห็นปลาฉลามตัวใหญ่เบิ้ม!  เจอเต่าทะเล พี่ไกด์ที่เราเจอดูแลดีมากๆครับ คอยบอกเราว่าตรงไหนมีอะไร ส่วนใครที่ว่ายไม่ไหวก็ช่วยพาลากไปให้

จุดดำน้ำจุดที่ 2 ของวันนี้ คืออ่าวผักกาด ตรงนี้ไกด์บอกว่า มีปะการังผักกาดเยอะ แต่ว่าหลังสึนามิก็เสียหายไปเยอะ ตรงจุดนี้ปลาเยอะมากมาย มีกองหินจุดนึงที่ปลาเยอะมากๆ (ตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยเจอปลาเยอะๆ ฮ่าๆ) ตรงนี้รูปน้อยหน่อยนะครับ เพราะมัวแต่ถ่ายวิดีโอ ยังไงก็กดไปดูในคลิปก็ได้ครับ บอกเลยว่าสวยมากๆ

หลังจากดำน้ำเสร็จ เปลี่ยนชุดเตรียมกินข้าวเย็นกันเลยจ้า ที่โรงอาหารมีทั้งตามสั่งและอาหารชุด

- อาหารตามสั่ง ราคา 100-150 บาท สั่งเอาได้เลย เวลา 18:00 น. เพราะตอนไปนักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่าไร ไปที่เค้าท์เตอร์สั่งอาหารแล้วไปแลกคูปองมาจ่ายค่าอาหาร รับคิวอาหาร รอสัก 30 นาที  ก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะให้เลย


- อาหารชุด สำหรับ 2 คนขึ้นไป 3 มื้อ ราคา 680 บาท/คน/วัน (อาหารชุดเติมได้ตลอด มีผลไม้ เมนูน่าจะแล้วแต่พ่อครัวนะครับ ไม่แน่ใจ แต่เรากินตามสั่งกัน ก็ง่ายๆ ผัดกระเพราหมู ไก่นี่แหละ! 5 คน มีกับข้าว 2 อย่าง ราคา 720 บาท )


- อาหารชุดเช้า ราคา 120 บาท/คน/มื้อ สั่งตอน 8:00 น. 
อาหารชุดกลางวัน ราคา 250 บาท/คน/มื้อ สั่งตอน 10:00 น.
อาหารชุดเย็นราคา 280 บาท/คน/มื้อ สั่งตอน 16:00 น.

บนเกาะมีปลั๊กที่โรงอาหารนะครับ แต่ส่วนมากจะเต็ม!! ควรพกที่ชาร์ตแบตสำรองไป แล้วก็ไฟฉาย เพราะประมาน 4 ทุ่มจะดับไฟทั้งหมด เหลือแต่ไฟในห้องน้ำ ห้องน้ำมีน้ำจืดใช้ตลอดสบายใจได้

ตอนเช้าอากาศดีมากๆครับ น้ำลง ใครที่ตื่นเช้าๆสามารถเดินดูปะการังที่หน้าหาดไม้งามได้ด้วย มีดอกไม้ทะเล ปะการังเหมือนกัน ปลาสิงโตยังมีเลยครับ ส่วนมื้อเช้า เราพกมาม่า ขนมปัง แยม และขนมมากินเป็นอาหารเช้าง่ายๆ แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น! มีลิงจิ๊กโก๋ตัวนึง มันรูดซิปเต้นท์ (แปลกใจมาก เพราะเอาเชือกมัดหลวมๆไว้ ไม่ได้คิดไว้ว่ามันจะแกะเป็น 555) เข้ามาตอนที่เพื่อนหลับอยู่แล้วเอาขนมปังไปกินทั้งแถวเลย ขนาดเตรียมตัวมาอย่างดียังโดน ร้ายมากพูดเลย ฮ่าๆ แต่ก็ยังดีที่เหลือมาม่าไว้ให้ ที่โรงอาหารมีน้ำร้อน มีทีปิ้งขนมปังให้ เสร็จสรรพกินข้าวเช้าแล้ว ไกด์นัดเราดำน้ำ 9:00 น. เจอกันที่หาดเหมือนเดิม

เช้านี้เรา บอกพี่ไกด์ว่า อยากไปหมู่บ้านชาวมอแกน พี่เหม(ไกด์)ของเราก็พาไปชมวิถีชีวิตชาวมอแกน กิจกรรมบนนี้ก็จะมีเดินชมบ้าน สถานีอนามัย โรงเรียน ซื้อของฝาก ฯลฯ

สนามเด็กเล่นที่นี่วิวดีมาก

จากนั้นก็ไปดำน้ำที่จุดแหลมช่องขาด ตรงนี้ปะการังสวยมาก สีสันเยอะมากๆ ปลาก็มีเยอะมากเหมือนกัน บอกเลยว่าแถวนี้ดูเพลินกันไปเลยครับ

รูปยาวๆ

ตัวไหนเรียกว่าอะไรก็บอกผมมั่งนะครับ จำไม่ได้แล้วววว

จำอันนี้ได้ เห็นพี่เค้าเรียกว่าไม้จิ้มฟันจรเข้

รวมๆแล้วตรงจุดนี้ผมชอบมากครับ มันมีอะไรให้ดูเยอะดี

หลังจากดำน้ำกันจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแล้ว ถึงที่พักก็เตรียมตัวอาบน้ำทานข้าวกลางวันกันเลย มื้อนี้พวกเราสั่งแบบตามสั่งเหมือนเดิม 5 คน ตกแล้วราคาประมาณ 640 บาท อิ่มกันเสร็จเรียบร้อยเตรียมเก็บกระเป๋า แล้วไปรอที่หาดที่เดิมอีกแล้ว เวลา 13.30 น. เรือออก 14:00 น. จะต้องลากันซะแล้วกับวิวแบบนี้ T__T

 

*** อันนี้สำคัญนะครับ คนที่จะกลับต้องเช็คเอ้าท์ในคืนก่อนวันกลับ ตรงที่เช็คอิน พี่ไกด์บอกไม่งั้นอาจไม่มีเรือกลับ (เราก็พึ่งไปรู้ตอนนั้นเหมือนกัน แต่ยังโชคดีที่คนไม่เยอะ เลยหาเรือให้กลับได้) ก่อนกลับก็รวมกันถ่ายรูปหมู่ซะหน่อย (ก็ยังไม่ครบหมู่อยู่ดี)

 

เวลา 15:00 น. ถึงฝั่งที่อุทยานหมู่เกาะสุรินทร์ เราก็จัดการคืนชูชีพ สน็อคเกิ้ล ฟิน แล้วก็ออกเดินทางไปยัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ต่อกันเลย ระหว่างทางเราแวะแช่น้ำร้อนที่ บ่อน้ำร้อนรมณีย์ อ.รมณีย์ จ.พังงา ขับรถผ่านจะเห็นป้ายใหญ่ๆอยู่ทางซ้าย ค่าแช่คนละ 20 บาท บรรยากาศดีมากติดทิวเขา เป็นบ่อทำนะครับมีอยู่ 3 บ่อ มีน้ำร้อน ร้อนนนนน แล้วก็ร้อนมากกกกกกก พักแช่กันอยู่ประมาณครึ่งชม. ก็ช่วยคลายอาการล้าจากการดำน้ำได้เยอะเลย หลังจากแช่น้ำร้อนเสร็จเราก็เดินทางไปยังเขื่อนรัชชประภาเพื่อไปหาที่พักกัน  วันนี้เราไม่ได้หาที่พักล่วงหน้ากันไว้ มั่วๆหาไปหามาก็ได้บ้านพักของการไฟฟ้า ชื่อบ้านสุพรรณิการ์ 5 นอนได้ 6 คน (จริงๆน่าจะนอนได้เยอะกว่านี้อีกนะ) ราคา 1100 บาทเท่านั้น บรรยากาศค่อนข้างเงียบ ถึงเงียบมาก  เพราะว่าหลังที่เราพักนี้มันจะอยู่ห่างจากที่อื่นพอสมควรเลย มืดขนาดชวนกันออกไปตากผ้าข้างๆที่พักยังเกี่ยงกันเลย 5555 มีแอบเสียวเล็กๆ แต่ก็นอน สรุป นอนสบาย แอร์เย็นฉ่ำ ราคาถูก เเจ๋วอีกแล้ววววว 

วันที่ 27 ม.ค.58 เราจะตัดขาดจากสังคม social network โดยครั้งนี้เราพักที่แพสายชลในเขื่อนรัชชประภากันก่อนไปก็โทรนัดกับแพสายชลให้มารับที่ท่าเรือเวลา 11.00 น. โดยขับรถไปจอดที่ท่าเรือค่าเช่า 80 บาท/วัน แล้วทานข้าวแถวๆนั้นกันก่อน จากนั้นก็ขึ้นเรือไปแพสายชลกันโลด

ส่วนตัวชอบวิวตอนนั่งเรือมากเลยนะครับ รู้สึกว่าวิวมันผ่อนคลายดี นั่งไปเรื่อยๆเพลินๆ

ถึงแพ ประมาณเกือบเที่ยง เรามีกัน 5 คน จองที่พักแบบบังกะโล 3 คน 1 ห้อง 2 คน 1 ห้อง ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม (ห้องแบบมีห้องน้ำในตัวก็มี)ที่แพมีผ้าขนหนูให้ ห้องนอนมีพัดลม 1 ตัว มีไฟฟ้าใช้เวลา 18:00 น. - 00.00 น. หลังจากเก็บของแล้วเราก็ไม่รอช้า กิจกรรมแรกก็คือ!! กินข้าวกลางวันต่อเลย 555 เพิ่งกินกันมาจากท่าเรือเอง อาหารกลางวันเติมได้ตลอดครับยกเว้นผลไม้ อร่อยและอิ่มมาก จากนั้นก็เตรียมตัวไปเดินถ้ำปะการังเวลา 14.00 น. ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากแพสายชล ต้องนั่งเรือไปก่อนต่อนึง

จากนั้นก็ใช้เวลาเดินข้ามเขาอีกประมาณ 30 นาที แล้วก็จะไปถึงทะเลใน ตรงนั้นเราต้องนั่งแพไม้ไผ่เข้าไปอีกเพื่อไปชมถ้ำประการัง ไปฟังไกด์ให้ข้อมูล เล่าเรื่องละเอียดดีมากครับ

บรรยากาศภายในถ้ำปะการัง

จุดตรงปากทางออกถ้ำ

หลังจากชมถ้ำประการังแล้วก็เดินทางกลับไปยังแพ ช่วงเวลานี้แหละคือช่วงเวลาแห่งความบันเทิง สนุกสุดๆ ได้เล่นน้ำ พายเรือคายัค โดดน้ำตูมๆ น้ำที่นี่ใสแจ๋ว เเถมเย็นเป็นจุดๆ เล่นกันจนเกือบมืด เพลียกันไปเป็นแถบๆที่แพสายชลมีเรือคายัคให้พายฟรีครับ แต่ต้องมัดจำไม้พาย อันละ 500 บาท คืนไม้พายปุ๊บก็ได้เงินคืน อาหารเย็นที่นี่ก็จัดเต็มเหมือนเดิม เติมได้ทุกอย่างยกเว้นปลาและผลไม้ รสชาติอร่อยใช้ได้เลย

ลำนี้หมดสภาพ 555

การมานอนแพแบบนี้ คิดว่ามากันหลายๆคนน่าจะดีกว่านะครับ เพราะจะได้ไม่เหงา หากิจกรรมบันเทิงสนุกๆเล่นกันได้ แต่ถ้าใครชอบมากันเป็นคู่พักผ่อนสบายๆ 2 คนก็ได้อยู่ครับ ส่วนใครที่อยากชมวิว แนะนำให้ตื่นแต่เช้ามืดประมาณตี 4-5 นะครับ ออกมานอนดูดาวหน้าห้องพัก ถ้าฟ้าเปิดโชคดีๆก็จะได้เห็นดาวตกจำนวนมาก เพราะที่นี่ดับไฟแล้วมืดสนิทเลย

อันนี้ช่วงก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น

พอขึ้นแล้วฟ้าก็โหดอยู่เหมือนกัน

วันนี้ตอนเช้าพี่คนขับเรือนัดเรา 06.30 น. เพื่อพาไปชมวิวก่อนมาทานข้าวเช้า ง่วงสุดๆ แต่อากาศเย็นสบายมากๆ

หน้านี้ไม่ค่อยมีหมอกเท่าไร แต่ก็สวยไปอีกแบบเหมือนกัน

หลังจากนั้นก็กลับมาทำธุระส่วนตัว เก็บข้าวเก็บของ มื้อเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มเติมได้ไม่อั้นเหมือนเดิม อิ่มกันอีกแล้ว และแล้วเราก็ต้องลาแพสายชลกลับสู่โลกแห่งความจริง ก่อนจะขึ้นบก เราก็แวะไปชมไฮไลท์ของเขื่อนก่อนคือ เขา 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทยนั่นเอง พร้อมกับวิวสวยๆระหว่างทางขากลับ

มาถึงท่าเรือประมาณ 11.00 น.  วันนี้เครื่องขากลับของเราออกเวลา 19.40 น. เวลาเหลือระหว่างนี้เราก็เลยเลือกไปชมถ้ำขมิ้นกันครับ ถ้ำขมิ้นอยู่ อ.บ้านนาสาร เป็นถ้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ จ่ายค่าเข้าอุทยาน 5 คนพร้อมรถ 190 บาท แล้วก็ต้องมีไกด์นำทาง ส่วนทิปไกด์ก็ให้ต่างหากครับ

 

เห็นพี่ที่นำทางบอกว่าแต่ก่อนมันมีไฟสว่างนะครับ ที่ดูในหนังสือมาก็เห็นว่ามันสว่างเหมือนกัน มองๆไปก็จะเห็นร่องรอยไฟอยู่ทั่วถ้ำไปหมด แต่พี่เค้าบอกว่ามันเสียมาได้พักใหญ่ๆแล้ว แล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ซ่อมเมื่อไร ทำให้ถ้ำมืดสนิท ต้องพกไฟฉายเข้าไป แต่ที่เด็ดคือ พอมันมืดคราวนี้ในถ้ำมันก็เต็มไปด้วยบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายซิครับ 55555 ทั้งแมงมุมเอย ตัวบึ้งเอย อะไรอีกหลายแหล่ แถมแต่ละตัวไซส์ระดับมินิบอสกันทั้งนั้น ใครที่กลัวแนวๆนี้นี่ ไม่ควรไปดีกว่าครับ

รถจิ๊ปข้างในถ้ำที่ชอบไปถ่ายรูปกัน

หลังจากชมถ้ำขมิ้นกันแล้วก็ยังเหลือเวลาอีก เราไปแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนท่าสะท้อนกัน เป็นทางผ่านใกล้ๆ แต่.... คนเยอะ น้ำร้อนมากกกกกกกก แค่แตะก็แทบสุกแล้ว สุดท้ายก็เลยกลับดีกว่า

ถึงสนามบินส่งรถยนต์ เตรียมตัวกลับบินกลับกรุงเทพฯ และกลับสู่โหมดการทำงาน โอ้วโนววววววววว.......ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกมากอีกอันนึง ใครที่อยากไปดำน้ำแล้วน้ำใสๆ แนะนำให้ลองเช็คข้างขึ้นข้างแรมให้ดีก่อนนะครับ ของเราเลือกไปช่วงขึ้น 7-10 ค่ำ ที่หมู่เกาะสุรินทร์เลยน้ำใสมากๆ และนิ่งมากๆ

สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายของเราโดยประมาณ (ถัวเฉลี่ยนะครับ)

1. ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ดอนเมือง-สุราษฎร์ธานี คนละ 1300 บาท
2. ค่าเช่ารถวันละ 900 บาท 4 วัน 3600 บาท คนละ 720 บาท
3. ค่าเรือชมหิ่งห้อย 200 บาท คนละ 40 บาท
4. ค่าที่พักคุระเรือนไทยรีสอร์ท 650 บาท 2 ห้อง เสริม 200 บาท = 1500 บาท คนละ 300 บาท
5. ค่าเรือไปกลับหมู่เกาะสุรินทร์คนละ 1400 บาท
6. ค่าชูชีพ+สน็อกเกิ้ลคนละ 100  บาท ฟินคนละ 100 บาท(เช่า 2 คน)
7. เต้นท์  5 คนพร้อมเครื่องนอน 1 คืน คนละ 190 บาท
8. ค่าที่พัก การไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา 1100 บาท 5 คน ราคาคนละ 220 บาท
9. แพสายชล แพ็คเก็จรวมอาหาร 3 มื้อ ที่พัก เรือนำเที่ยวไปกลับ ถ้ำปะการัง กุ้ยหลิน คนละ 1900 บาท
10. ค่าอาหาร กาแฟ ขนม อื่นๆ

หมายเหตุ : เราเก็บเงินลงกองกลางคนละ 7000 บาท ไม่รวมค่าเครื่องบินครับ

ถ้าเพื่อนๆลองไปกันประมาณนี้ผมว่าน่าจะคุมค่าใช้จ่ายลงได้อีกนะครับ เพราะที่พวกเราไปกันส่วนมากไม่ค่อยได้ fix เรื่องงบประมาณกันซักเท่าไร เสียค่ากินค่าอื่นๆไร้สาระไปซะเยอะมากกว่า 

จบแล้วนะครับ ทริปนี้ ขอบคุณใครก็ได้ที่ทนอ่านจนจบ ตั้งใจทำเพราะอยากให้มันมีประโยชน์กับคนที่คิดจะไปอะไรแบบนี้ บ้างซักนิดก็ยังดีครับ เพราะผมเองก็ได้รีวิวจากในนี้ช่วยไว้หลายๆเรื่อง คราวหน้าถ้าไปที่ไหนก็จะหน้าด้านกลับมารีวิวอีกนะครับ ขอบคุณอีกครั้ง  

เครดิต : รักคนอ่าน ทรมานคนดู 

ต้องบอกว่าสวยงามมากจริงๆ ทั้งถ้ำ ทั้งประการัง ทั้งน้ำทะเล ทั้งเกาะ บรรยายไม่หมดจริงๆ ถ้ายังไงก็ลองไปกันดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ~MARIJUANNA~ และติดตามได้ที่  https://www.facebook.com/maytallica.pk 

TCDC แลนด์มาร์คแห่งความสร้างสรรค์ของย่านเจริญกรุง

TCDC แลนด์มาร์คแห่งความสร้างสรรค์ของย่านเจริญกรุง

ความสวยงามยามพลบค่ำ มุมมองใหม่ที่หลายคนไม่เคยเห็นของวัดขุนอินทประมูล

ความสวยงามยามพลบค่ำ มุมมองใหม่ที่หลายคนไม่เคยเห็นของวัดขุนอินทประมูล

โอเอซิสแห่งเขาใหญ่ บ่อน้ำผุดสีฟ้ามหัศจรรย์!!

โอเอซิสแห่งเขาใหญ่ บ่อน้ำผุดสีฟ้ามหัศจรรย์!!

รวมสถานที่จัดงานเข้าพรรษาประจำปี 2560 จากทั่วประเทศ !!

รวมสถานที่จัดงานเข้าพรรษาประจำปี 2560 จากทั่วประเทศ !!

อัพเดตล่าสุดทุ่งดอกกระเจียวบานเต็มทุ่ง ณ ชัยภูมิ

อัพเดตล่าสุดทุ่งดอกกระเจียวบานเต็มทุ่ง ณ ชัยภูมิ

ท้าความเสียวกับผาห้อยขา ณ ภูบักได แล้วคุณจะไม่ลืม "เลย"

ท้าความเสียวกับผาห้อยขา ณ ภูบักได แล้วคุณจะไม่ลืม "เลย"

เกาะเสม็ด เที่ยวชมธรรมชาติ พร้อมโชว์ควงกระบองไฟ

เกาะเสม็ด เที่ยวชมธรรมชาติ พร้อมโชว์ควงกระบองไฟ

เปิดแล้ววันนี้ "ช่างชุ่ย" ดินแดนแห่งความอาร์ต จิตวิญญาณแห่งศิลปะ!!

เปิดแล้ววันนี้ "ช่างชุ่ย" ดินแดนแห่งความอาร์ต จิตวิญญาณแห่งศิลปะ!!

รีวิวจัดเต็ม! มหัศจรรย์ "สันหลังมังกร"  ไปนอน เกาะยาวน้อย!!

รีวิวจัดเต็ม! มหัศจรรย์ "สันหลังมังกร" ไปนอน เกาะยาวน้อย!!

พาเที่ยวตลาดนัดกลางคืนที่ไม่เหมือนใคร เพราะที่นี่คือตลาดอินดี้!!

พาเที่ยวตลาดนัดกลางคืนที่ไม่เหมือนใคร เพราะที่นี่คือตลาดอินดี้!!

5 ที่เที่ยวธรรมชาติใจกลางเมือง ไปสูดโอโซนให้เต็มปอด และอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ!

5 ที่เที่ยวธรรมชาติใจกลางเมือง ไปสูดโอโซนให้เต็มปอด และอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ!

5 วัดสวย แปลก แหวกแนว ทั่วประเทศไทย!! ต้อนรับเทศกาลเข้าพรรษา

5 วัดสวย แปลก แหวกแนว ทั่วประเทศไทย!! ต้อนรับเทศกาลเข้าพรรษา

นครเพตราแห่งประเทศไทย ผาช่อเชียงใหม่ ความยิ่งใหญ่ระดับโลก!!

นครเพตราแห่งประเทศไทย ผาช่อเชียงใหม่ ความยิ่งใหญ่ระดับโลก!!

เที่ยวเกาะกูด ดูน้ำใสเห็นตัวปลา ความงดงามของ ทะเลอันดามันตะวันออก

เที่ยวเกาะกูด ดูน้ำใสเห็นตัวปลา ความงดงามของ ทะเลอันดามันตะวันออก

ชวนร่วมกิจกรรม วิ่งเพื่อผู้พิทักษ์ RUN FOR RANGERS

ชวนร่วมกิจกรรม วิ่งเพื่อผู้พิทักษ์ RUN FOR RANGERS

3 ที่เที่ยวใหม่ในกรุงเทพ รีบไปเช็คอินและถ่ายรูปแบบชิล ๆ กัน!!

3 ที่เที่ยวใหม่ในกรุงเทพ รีบไปเช็คอินและถ่ายรูปแบบชิล ๆ กัน!!

เตรียมพร้อมไปชมดาวเสาร์กันในคืนนี้ กับ 3 สถานที่ชมดาวเสาร์แบบ HD !!

เตรียมพร้อมไปชมดาวเสาร์กันในคืนนี้ กับ 3 สถานที่ชมดาวเสาร์แบบ HD !!

คำชะโนด 2 หรือวัดป่าคลอง 11 ความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ต้องไปไกล !!

คำชะโนด 2 หรือวัดป่าคลอง 11 ความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ต้องไปไกล !!

10 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในประเทศไทย!!

10 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในประเทศไทย!!

รีวิวเมืองแพร่ มีเวลาวันเดียวไปเที่ยวไหนกันดี

รีวิวเมืองแพร่ มีเวลาวันเดียวไปเที่ยวไหนกันดี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์