มัณฑะเลย์ - พุกาม อัญมณีเม็ดงาม แห่งลุ่มน้ำอิระวดี ตอนที่ 2

มัณฑะเลย์ - พุกาม อัญมณีเม็ดงาม แห่งลุ่มน้ำอิระวดี ตอนที่ 2

มัณฑะเลย์ - พุกาม อัญมณีเม็ดงาม แห่งลุ่มน้ำอิระวดี ตอนที่ 2

S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากตอนที่แล้วที่คุณ spras77 พาแวะเดินเล่นในเขตตัวเมืองชั้นนอกของกันแล้ว ตอนนี้เราจะมาลุยเข้าสู่ตัวเมืองมัณฑะเลย์แต่แวะเที่ยวแวะพักกินข้าวที่เมืองพุกามกันด้วยค่ะ ไปพร้อมๆ กับคุณ spras77 กันเลยค่ะ

เราเดินทางเข้าตัวเมืองมัณฑะเลย์กันครับ

รถราเริ่มเยอะขึ้น ถือเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นไม่แพ้เมืองอื่นๆในอาเซียนเลยครับ

บ่ายแก่ๆแล้ว สำหรับทริปที่ไม่เร่งรีบอะไรมากมายเราจะแวะดื่มชายามบ่ายกับเพื่อนชาวเมียนมาร์กันครับ

เด็กๆกำลังเรียนพิเศษกันอยู่ แตกตื่น สนุกสนานกันครับ

วัฒนธรรมกินดื่มและร้านน้ำชาที่เมียนมาร์

" MIN THIHA  TEA SHOP "

ประสบการณ์ตรงที่น่าประทับใจเมื่อได้เยือนเมียนมาร์ คือ การมีโอกาสนั่งร้านน้ำชา หรือ ละ-แพะ-เหย่-ส่าย แบบคนท้องถิ่นที่นั่นครับ

ร้านน้ำชาสำหรับคนเมียนมาร์คือความบันเทิงและสนุกสนานแห่งหนึ่ง มีคำกล่าวติดปากของคนที่นั่นว่า หากจะหาความสงบให้ไปนั่งที่ลานเจดีย์ เมื่อจะหาความบันเทิงมาเจอกันที่ร้านน้ำชา

ดังนั้นที่นี่จึงมีกลิ่นหอมอบอุ่นด้วยพลังบวก พลังแห่งความสนุกสนาน คนเมียนมาร์รุ่นใหม่ๆทั้งชายหญิงนิยมมานั่งเล่นที่ร้านน้ำชา ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศชายเหมือนในอดีต ชาร้อนของที่นี่จะเป็นที่นิยม (จริงๆไม่เรียกว่านิยม น่าจะเรียกว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่ ที่จะต้องดื่มชาร้อนเท่านั้น) โดยทานร่วมกับของทอดที่มีขายเป็นเมนูเครื่องเคียงของร้านเสมอ

ดังนั้นคนไทยนักท่องเที่ยวมาเยือนแล้วสั่งชาเย็น กาแฟเย็นหรือถามหาน้ำแข็งจึงเป็นเรื่องแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามแดนกันไปโดยอัตโนมัติ ผมเชื่ออีกไม่นาน ร้านกาแฟแบบเมียนมาร์จะเรียนรู้และอาจจะปรับตัวเพื่อรองรับเพื่อนนักท่องเที่ยวใหม่ๆที่แวะเวียนมาเยือนบ้านเค้า คนเมียนมาร์น่ารักครับ ไม่ได้น่ากลัวแบบข่าวในเมืองไทย และแน่นอนว่าร้านน้ำชาแบบนี้ มาเยือนทั้งทีน่าจะลองใส่โสร่งและมาหาโอกาสร่วมวัฒนธรรมกินดื่มแบบเมียนมาร์แท้ ที่ร้านน้ำชาให้ได้ ความสนุกสนานการเยือนเมียนมาร์ตั้งต้นที่ร้านน้ำชาครับ....

เราใช้เวลาดื่มด่ำน้ำชากับบรรยากาศแบบเมียนมาร์ เพื่อเวลารอให้แดดร่ม อากาศเย็นสบายเพื่อเตรียมขึ้น Mandalay Hill กันครับ

Mandalay hill ได้รับการบอกต่อกันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์

โดยจากจุดนี้จะทำให้เราสามารณมองเห็นเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมืองกันเลยครับ

การเดินทางมาที่นี่สะดวกสบายครับ สามารถนั่งรถสองแถวรับจ้าง หรือ Taxi มาได้เลย

ระหว่างการเดินทางขึ้นมา เราก้จะพบนักท่องเที่ยวและชาวเมียนมาร์เดินย้อนลงไปยังตีนเขาอยู่เป็นระยะๆ

เมื่อถึงลานจอดรถแล้ว เราสามารถเอารองเท้าของเราทิ้งไว้ในรถก็ได้ครับ

หรือจะนำติดตัวไปฝากที่บริเวณทางเข้าก็สามารถทำได้ ที่นี่ไม่อนุญาตให้ใส่รองเท้าขึ้นไปครับ

สามารถขึ้นบันไดเลื่อน ไชั้นบนสุดได้เลยครับ ที่นี่จะคิดค่าธรรมเนียมการนำกล้องขึ้นมาถ่ายรูปด้วยครับ

แป๊บเดียวเราก็มาถึงชั้นบนสุดครับ

สำหรับผมถึงกับตื่นตา กับแสงและเงาที่สาดส่องลงมาช่วงเวลานั้นครับ มันทำให้เราต้องมีสติและสำรวมในทันที

บนยอด mandalay hill มีวิหารชูตองพญาโดยอาคารที่เป็นตัววิหารนั้นเป็นสี่เหลี่ยมมีทางเดินที่มีเสา 2 แถวรับน้ำหนักตัวเจดีย์และวิหาร มีอาร์คโค้งคลุมทางเดินทั้ง 4 ด้านและเสาแต่ละต้นประดับด้วยโมเสก

มุมทั้ง 4 ด้านของวิหาร มีพระพุทธรูปปางต่างๆประดิษฐานอยู่ได้แก่ พระกัสสป พระกกุสันโธ พระสมณโคดม และพระโกนาคมน์ ซึ่งคนเมียนมาร์มักจะมาสักการะกราบไหว้บูชาและอธิษฐานขอพรอยู่เป็นประจำ

จากที่นี่ทำให้เรามองเห้นเมืองมัณฑะเลย์ได้เกือบทั้งเมือง

ยิ่งตะวันเริ่มคล้อย นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางมาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรอเวลาพระอาทิตย์ตกดินที่มัณฑะเลย์ฮิลล์กัน

ไม่มีใครรีบ ต่างพูดคุย พักผ่อน

เฝ้ารอเวลา

จับจองมุมพักผ่อนตามอัธยาศัยแบบเงียบๆ

Sunset time from Mandalay hill

มื้อเย็นวันนี้เราฝากท้องไว้ที่ร้าน Ko’ Kitchen ครับ ใครไปใครมา คนที่นี่มักจะพามาร้านนี้เสมอ คนท้องถิ่นชาวเมียนมาร์ก็มักนิยมร้านอาหารไทยจากร้านนี้เช่นกันครับ

จริงๆค่ำวันนี้เรายังมีเวลาพอสมควรสำหรับการตระเวน เดินเล่นรอบๆโรงแรมที่พัก ซึ่งเรานัดหมายกันไว้ว่าหลังจากเก็บกระเป๋าแล้ว ใครยังไม่เหนื่อยจะออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศค่ำคืนกันต่อ

คืนนี้เราพักที่โรงแรม Gold Yadanar ครับ(บรรยากาศรอบๆที่พักยามเช้าครับ )

ใกล้ที่พักเราจะเป็นตลาดเช้าที่ผู้คนคึกคักและติดกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของมัณฑะเลย์

สนใจลองหมากแบบเมียนมาร์แท้ๆได้ที่หน้าโรงแรมครับ

วันนี้เราจะออกเดินทางไปเมืองพุกามกันครับ ห่างจากมัณฑะเลย์เพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เราเผื่อเวลาไปแบบเรื่อยๆราวๆ ครึ่งวันครับ ก่อนมาเราทำการบ้านมาแล้วพบวาถนนในเมียนมาร์ เส้นทางมัณฑะเลย์-พุกาม ปรบปรุงใหม่แล้ว แต่สาเหตุที่ยังต้องใช้เวลานานอยู่เนื่องจากมีการควบคุมความเร็วของรถที่วิ่งครับ 

 

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะไปเมืองพุกาม มักเลือกเดินทางจากมัณฑะเลย์สู่พุกามโดยเครื่องบินครับ แต่ทริปนี้เรามาลองดูอีกทางเลือกในการเดินทาง ที่เราทำการบ้านมาพอสมควจึงตัดสินใจ เลือกเส้นทางนี้เมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไปราวครึ่งวันก็ถือว่าคุ้มค่าครับ สามารถทำให้เราได้สัมผัสกับเมียนมาร์ได้ชิดใกล้มากยิ่งขึ้น

เราออกเดินทางจากมัณฑะเลย์ราว 8 โมงเช้า ลัดเลาะภายในตัวเมือง

กระทั่งขึ้นถนน highway ที่มีขนาดใหญ่โตสะดวกสบาย

ผ่านด่านเก็บเงินเป็นระยะ

บรรยากาศข้างทางเราก็พบต้นไม้แปลกตาอยู่เสมอๆครับ

เจดีย์ขนาดน้อยใหญ่จำนวนมากมายในชุมชนต่างๆที่เราผ่าน

 

รถยนต์ที่วิ่งระหว่างเมืองก็มีจำนวนไม่มากนักและถูกจำกัดความเร็ว

วิ่งมาได้ราวๆ 1 ชั่วโมงก็แวะร้านค้าริมทางเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า

แถบนี้มีนักเดินทางหยุดรถแวะพักกันจำนวนมาก

สิ่งอำนวยความสะดวกของจุดพักรถต่างๆยังถือว่าแย่ครับ เมื่อเทียบกับการเดินทางระหว่างเมืองในลาวหรือเวียดนาม โดยยังไม่ต้องเทียบกับไทยและมาเลเซีย

แต่ผมเชื่อว่าในอีกไม่นานนับจากนี้ต้องพัฒนาแน่นอนเพราะเมื่อถนนที่รัฐบาลเมียนมาร์สร้างไว้พร้อม ย่อมต้องเกิดการตอบสองความต้องการของคนเดินทางโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์โดยสารเพื่อไปพุกาม จะสะดวกสบาย ค่าใช้จ่ายน้อยและทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรมการกินอยู่แบบเมียนมาร์แท้ๆมากกว่าการนั่งเครื่องบินที่เมื่อเทียบแล้วใช้เวลาต่างกันไม่มาก

แวะราว 20 นาทีเราก็ออกเดินทางกันต่อครับ

ออกจากจุดพักรถนี้แล้ว ก็ใกล้จะถึงพุกามแล้วครับ สังเกตได้ว่าบรรยากาศ2ข้างทางเริ่มร้อนและแล้งมากขึ้น แตกต่างกับช่วงที่เราผ่านมา

สภาพบรรยากาศคล้ายทะเลทราย จนเราอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าเหตุใดถึงไม่มีการจัดทำระบบชลประทานหรือนำน้ำจากแม่น้ำอิระวดี ซึ่งไม่ไกลจากถนนที่เราวิ่ง มาใช้ในทางการเกษตร

บรรยากาศของเส้นทางนี้ มีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่าจะเป็นลักษณะภูมิประเทศคล้ายกับหลายพื้นที่ ซึ่งตั้งบนเส้นศูนย์สูตรเดียวกันคือ ร้อนและแล้งมาก ทางรัฐบาลเมียนมาร์กำลังพัฒนาและแถบนี้เมื่อเทียบแล้ว มีคนอาศัยอยู่ไม่มากนัก

แล้วเราก็เข้าสู่ย่านชุมชนซึ่งแสดงว่าเราใกล้ถึงที่หมายคือ เมืองพุกามแล้วครับ หลังจากหลับไปได้ไม่ถึง 1 ตื่นนัก ระหว่างทางขามาเราได้เห็นเห็นความแตกต่างของภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน ได้เห็นชีวิตชาวเมียนมาร์ในแถบชนบทแต่เมื่อเข้าสู่เขตชุมชนก็พบ ตึกและอาคารเก่าแก่จำนวนมากมายที่ได้รับอิทธิพลมาจากเมื่อครั้งอังกฤษยังปกครองแทรกตัวอยู่จำนวนมากมาย

รถรุ่นเก่าๆในอดีตแต่ยังคงสภาพดีเยี่ยม เรายังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองนี้อีกทั้งบรรยากาศเริ่มเย็นชุ่มฉ่ำและนักท่องเที่ยวเริ่มหนาตา มีลกษณะเป็นชุมทางของนักท่องเที่ยวที่ชัดเจน

ราว 11 โมงกว่าๆเราก็ถึงเมืองพุกาม อันน่าตื่นตาครับ แว๊บ!แรกของการเดินทางด้วยรถยนต์พบว่าบรรยากาศคล้ายแถบเมืองเก่าสุโขทัย อยุธยาแต่ร้อนแล้งและพบเห็นโบราณสถานได้ทั่วๆไปเต็มพื้นที่และมีจำนวนมากกว่าหลายเท่าครับ

แม้จะดูเหมือนการจัดการที่ดี(ในแบบทุนนิยม)จะยังไม่ดีนัก แต่การจัดการในแบบของเมียนมาร์ก็ได้สร้างโอกาสให้กับนักท่องเที่ยวได้ชิดใกล้โบราณสถานเหล่านี้ได้ใกล้ชิดกว่าที่ไหนๆ

เราพบว่าคนที่นี่กับโบราณสถาน เจดีย์ วัดและความเชื่อต่างๆเชื่อมต่อได้อย่างแนบสนิท คนที่นี่ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อที่ถ่ายทอดถึงกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งแตกต่างกับบรรยากาศของเมืองประดิษฐ์ทางวัฒนธะรมในหลายแห่งที่ทำให้ดูเหมือนสิ่งเหล่านี้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์หวงห้าม

มาถึงพุกามก่อนเที่ยงเล็กน้อย แม้จะได้น้ำอ้อย/ขนมท้องถิ่นรองท้องกันระหว่างทาง แต่เราก็หิวโซกันเลยทีเดียวครับ แวะที่ร้าน Green Elephant กัน

เป็นร้านที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย

นั่งเล่นสักพักอาหารก็ถูกยกมาครับ

บรรยากาศดี รสชาดใช้ได้ในยามที่หิวกันครับ

หลังจากที่อิ่มท้องกันแล้ว ตอนหน้าเตรียมตัวไปทัวร์วัดและโบราณสถานต่างๆที่มีกระจัดกระจายทั่วเมืองโบราณพุกามกันค่ะ ติดตามตอนที่ 3 ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ http://travel.sanook.com/1395499/

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ spras77

 

ตามรอยโลเคชั่นจากซีรี่ส์ Game Of Thrones ที่มีอยู่จริงทั่วโลก!!

ตามรอยโลเคชั่นจากซีรี่ส์ Game Of Thrones ที่มีอยู่จริงทั่วโลก!!

10 จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกแห่งโอกินาวา

10 จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกแห่งโอกินาวา

รวม 5 สิ่งก่อสร้างสุดแปลกจากทั่วโลก

รวม 5 สิ่งก่อสร้างสุดแปลกจากทั่วโลก

เที่ยวต่างประเทศสุดคุ้ม! ไปกับ 5 เมืองที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุดในการท่องเที่ยว

เที่ยวต่างประเทศสุดคุ้ม! ไปกับ 5 เมืองที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุดในการท่องเที่ยว

9 ความเหมือนระหว่างไทยและญี่ปุ่น ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตปรจำวัน!!

9 ความเหมือนระหว่างไทยและญี่ปุ่น ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตปรจำวัน!!

แนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef รอดแล้ว ยูเนสโก้ประกาศถอนจากกลุ่มสถานที่ที่ตกอยู่ในอันตราย!!

แนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef รอดแล้ว ยูเนสโก้ประกาศถอนจากกลุ่มสถานที่ที่ตกอยู่ในอันตราย!!

ชนเผ่าเซนทิเนลลีส กลุ่มคนที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก!!

ชนเผ่าเซนทิเนลลีส กลุ่มคนที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก!!

8 สถานที่ทางน้ำที่สวยที่สุดในโลก ท้าทายนักท่องเที่ยวไปสัมผัส

8 สถานที่ทางน้ำที่สวยที่สุดในโลก ท้าทายนักท่องเที่ยวไปสัมผัส

น้ำตกมหัศจรรย์แห่งลาวใต้ น้อยคนนักจะรู้จัก แต่ความสวยงามระดับโลก!!

น้ำตกมหัศจรรย์แห่งลาวใต้ น้อยคนนักจะรู้จัก แต่ความสวยงามระดับโลก!!

เที่ยวข้ามทวีปยังไง ไม่ให้มีอาการ “jet lag”

เที่ยวข้ามทวีปยังไง ไม่ให้มีอาการ “jet lag”

6 ที่เที่ยวห้ามพลาดในพนมเปญ!!

6 ที่เที่ยวห้ามพลาดในพนมเปญ!!

6 กิจกรรม “0” เหรียญ ไม่เสียเงินใน Gardens by the Bay – สิงคโปร์

6 กิจกรรม “0” เหรียญ ไม่เสียเงินใน Gardens by the Bay – สิงคโปร์

“ถ้ำสีฟ้าแห่งโอกินาว่า” เป็นสถานที่แบบไหนกันนะ? และเพราะอะไรถึงมองเห็นเป็นสีฟ้า?

“ถ้ำสีฟ้าแห่งโอกินาว่า” เป็นสถานที่แบบไหนกันนะ? และเพราะอะไรถึงมองเห็นเป็นสีฟ้า?

เสียวกว่านี้ไม่มีแล้ว! รถไฟเหาะที่เร็วที่สุดในโลกปี 2017

เสียวกว่านี้ไม่มีแล้ว! รถไฟเหาะที่เร็วที่สุดในโลกปี 2017

10 ถนนที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุด เสี่ยงที่สุด แต่คนก็อยากลองมากที่สุด

10 ถนนที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุด เสี่ยงที่สุด แต่คนก็อยากลองมากที่สุด

Seoullo 7017 แลนด์มาร์กเกาหลีล่าสุด เดินชิลล์ๆ สว่างยันค่ำ

Seoullo 7017 แลนด์มาร์กเกาหลีล่าสุด เดินชิลล์ๆ สว่างยันค่ำ

การบินไทย เจ๋ง! คว้าสายการบินยอดเยี่ยมจาก SKYTRAX

การบินไทย เจ๋ง! คว้าสายการบินยอดเยี่ยมจาก SKYTRAX

แม่ครับผมสบายดี แต่ตอนนี้ขอเที่ยวรอบโลกก่อน!!

แม่ครับผมสบายดี แต่ตอนนี้ขอเที่ยวรอบโลกก่อน!!

รวม 25 แหล่งของกินสุดอร่อยจากทั่วโลก!!

รวม 25 แหล่งของกินสุดอร่อยจากทั่วโลก!!

พาสปอร์ต "เยอรมนี-สิงคโปร์" รั้งตำแหน่งหนังสือเดินทางทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

พาสปอร์ต "เยอรมนี-สิงคโปร์" รั้งตำแหน่งหนังสือเดินทางทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์