ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลพาชมเหมยขาบ และการเลี้ยงปลาเทร้าท์ดอยอินทนนท์

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลพาชมเหมยขาบ และการเลี้ยงปลาเทร้าท์ดอยอินทนนท์

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลพาชมเหมยขาบ และการเลี้ยงปลาเทร้าท์ดอยอินทนนท์

สนุกท่องเที่ยว

สนับสนุนเนื้อหา

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ด้วยการพาเที่ยว Nimman Snow Festival เทศกาลหิมะเทียมกลางเมืองเชียงใหม่  ขึ้นดอยอินทนนท์ดูเหมยขาบ ชมการเลี้ยงปลาเทร้าท์แห่งเดียวในประเทศไทย และชิมไข่คาเวียร์คุณภาพดีของไทย

เราขับรถออกจากกรุงเทพฯตั้งแต่เช้ามืด ไปถึงก็เป็นช่วงบ่ายแก่ๆ เช็คอินที่โรงแรมเสร็จแล้ว เราก็ขับรถไปที่สี่แยกรินคำเพื่อดู Nimman Snow Festival หรือเทศกาลหิมะเทียม ที่จัดขึ้นที่โครงการThink Park หน้าโรงแรมEastin เชียงใหม่ การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นมาตรการทางการตลาดของผู้จัด ที่ต้องการให้คนมาเที่ยว มารู้จักโรงแรมและโครงการThink Park แห่งนี้มากขึ้นแล้ว ก็เป็นการสร้างสีสันให้แก่เมืองเชียงใหม่ในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นี้ด้วย

ผู้จัดจะนำเกลือป่นละเอียดขาวสะอาด Refined Salt นับพันกระสอบ มาโรยรอบบริเวณที่จัดงานให้ขาวโพลนเหมือนหิมะ  และมีการพ่นหิมะเทียมรอบบริเวณงาน ร้านอาหารก็จะตั้งโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมือนกับนั่งทานอาหารท่ามกลางพื้นหิมะ

ทุกซอกมุมระหว่างตึกจะถูกโรยด้วยเกลือขาวสะอาดให้ดูเหมือนหิมะ

ดูไกลๆคล้ายกับพื้นที่นี้ปกคลุมไปด้วยหิมะเป็นบริเวณกว้าง สามารถสร้างจุดเด่นและดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี 

นักท่องเที่ยวและคนเชียงใหม่ก็มาเที่ยวและถ่ายรูปกันมาก ทำให้มีเกลือติดรองเท้ากระจายออกไปตามฟุตบาทด้านนอก นอกจากนี้หิมะเทียมที่พ่นอยู่ในบริเวณบางส่วน อาจจะโดนลมพัดกระจายไปยังดินใต้ต้นไม้ และบางส่วนก็อาจจะตกลงไปในท่อระบายน้ำ ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากคนเมืองเชียงใหม่ว่าจะเกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
        

สื่อมวลชนแขนงต่างๆก็มีการเสนอข่าวอย่างกว้างขวางจนผู้จัดงานต้องออกมาแถลงว่า หิมะเทียมที่ใช้คือ "refined salt" เกลือบริสุทธิ์ที่ใช้เป็นปกติในงานถ่ายโฆษณาไม่มีอันตราย ใต้เกลือในพื้นที่จัดงานก็รองด้วยพลาสติกเพื่อปิดฝาท่อระบายน้ำทั้งหมดมิดชิดมั่นใจได้ การจัดงานครั้งนี้ก็ควบคุมโดยทีมงานมืออาชีพ หลังใช้งานเสร็จจะจัดเก็บเกลือทั้งหมดส่งคืนกลับไปให้ผู้ขายเอาไปกำจัดอย่างถูกวิธี
                 
ทางสาธารณสุขเชียงใหม่ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเกลือที่ใช้ในงานนี้เป็นเกลือบริสุทธิ์แบบแห้ง ที่ปกติใช้ในอุตสาหกรรมและทางยา แนะว่าควรเล่นด้วยความระมัดระวังครั้งละไม่เกิน1 ชั่วโมง เลี่ยงการให้สัมผัสกับผิวหนังและระวังอย่าให้เข้าสู่ร่างกาย ชี้ไอระเหยอาจมีผลกระทบต่อระบบหายใจ ผู้ป่วยภูมิแพ้และความดันไม่ควรเล่น

หลังจากที่เป็นข่าวออกไป ก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานนี้มากขึ้นเรื่อยๆ


หลังจากนั้นเราก็ขับรถไปดอยอินทนนท์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณเกือบ110 กิโลเมตร ขับจากเชียงใหม่ ผ่านหางดง สันป่าตอง ขับไปทางเส้นเชียงใหม่-จอมทองถึงหลักกิโลเมตรที่57ก่อนถึงอำเภอจอมทอง1 กิโลเมตร ก็จะมีทางแยกเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ไปประมาณ48กิโลเมตรก็ถึงยอดดอยอินทนนท์ แต่เราขับตรงไปยังอำเภอจอมทอง เพื่อไหว้พระธาตุศรีจอมทองก่อนขึ้นดอยอินทนนท์ วัดนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุ หรือพระธาตุส่วนที่เป็นพระเศียรเบื้องขวาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีขนาดโตประมาณเมล็ดข้าวโพดและวัดนี้ก็เป็นวัดประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีชวดด้วย

หลังจากไหว้พระเสร็จ พรรคพวกก็บอกว่าแถวนี้มีร้านอาหารฝรั่งกำลังฮิตและพูดถึงใน social media มากชื่อ ร้านอาหารต้นไม้ ทางเข้าร้านนี้ค่อนข้างหายาก ต้องถามทางไปตลอด ในที่สุดก็หาเจอ เป็นร้านแบบชนบท พื้นไม้ มุงหลังคาด้วยสังกะสี อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ด้านหน้าเป็นบ่อน้ำใหญ่ คนแน่นมาก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มด้วยรถตู้ หรือนักท่องเที่ยวที่ขี่รถ มอเตอร์ไซด์ขนาดใหญ ที่นี่ขายอาหารฝรั่งประเภท Pizza  Spaghetti และไส้กรอก เป็นอาหารฝรั่งสไตล์ไทยๆ ราดหน้าด้วยซอสต่างๆ ค่อนข้างหวาน หลายๆคนคงจะชอบเพราะมีลูกค้าแน่นร้าน บรรยากาศเป็นชนบทดี แต่ผมว่าราคาอาหารค่อนข้างแพงและไม่คุ้มที่จะขับรถเข้ามา

หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ เราก็ขับรถขึ้นดอยอินทนนท์  เข้าพักที่ โครงการหลวงอินทนนท์ ทานอาหารค่ำอร่อยๆที่โครงการหลวงแล้ว ก็พักผ่อนเตรียมตัวตื่นแต่เช้าเพื่อไปดูทะเลหมอกและดูพระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วแม่ปานวันรุ่งขึ้น

วันรุ่งขึ้นตื่นตั้งแต่ตี 5 แต่งตัวกันหนาวอย่างดี ทั้งเสื้อหนาว ผ้าพันคอ ถุงเท้ารองเท้าและหมวก ขับรถขึ้นดอยไปถึงกิ่วแม่ปานก็เกือบ 06.00น. นักท่องเที่ยวมารอเต็มไปหมด  อากาศหนาว ลมแรง เสียดายไม่ได้เตรียมถุงมือมา  ท้องฟ้ายังมืดอยู่ก็เลยยืนรอนั่งรอ จนท้องฟ้าเริ่มสว่างแต่ก็ยังมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ มีแต่แสงสว่าง เข้าใจว่าท้องฟ้ามีเมฆหมอกมากเลยมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ ก็เลยคิดว่าจะขับรถขึ้นไปดูบนยอดดอยสูงสุดแดนสยาม ก็พอดีเห็นพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาสว่างจ้า เลยถ่ายรูปไว้ ดังที่เห็นในรูป

พระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วแม่ปาน

จากที่ได้มีโอกาสดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นมาหลายแห่งทางภาคเหนือ ผมยกให้ที่ภูชี้ฟ้าสวยที่สุด เพราะดวงอาทิตย์ค่อยๆแทรกตัวผ่านทะเลหมอกขึ้นมา แสงอาทิตย์ตัดกับสีขาวของทะเลหมอกโดยมียอดเขาภูชี้ฟ้าอยู่ข้างๆ สวยงามสุดจะบรรยาย(ถ้าสนใจดูรายละเอียดใน ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลพาชมทะเลหมอกสุดสวย 1ภู 2 ดอย 3 จังหวัด ใน. Sanook.com)

หลังจากดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราก็ขับรถขึ้นไปที่จุดสูงสุดแดนสยาม 2,565เมตรจากระดับน้ำทะเล ปรากฏว่าที่ยอดดอยวันที่เราขึ้นไปมีอุณหภูมิตอนเช้า เวลา 06.00น อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส

   พอเห็นว่าอุณหภูมิลดลงอยู่ที่ระดับ 5 องศา เราก็พยายามมองหาว่าจะมีน้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบอยู่ตรงยอดดอยตรงไหน ปรากฏว่าหาไม่เจอ เลยขับรถลงจากยอดดอยลงมา ระหว่างทางก่อนถึงกิ่วแม่ปานจุดที่เราชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า เราก็เห็นรถจอดอยู่ข้างทาง5-6 คัน นั่งถ่ายรูปยอดหญ้าอยู่ เราเลยจอดรถลงไปดู ปรากฏว่าเป็นน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้าหรือเหมยขาบนั่นเอง เราจึงถ่ายรูปไว้ ตอนนั้นแดดเริ่มออก น้ำแข็งบนยอดหญ้าเริ่มละลายแล้ว โชคดีที่เราลงมาทันได้เห็นก่อนที่น้ำแข็งจะละลายหมด

น้ำแข็งบนยอดหญ้าบางแห่งเริ่มละลาย เวลาตอนนั้นประมาณ07.00

หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมเหมยขาบแล้ว เราก็ขับรถลงไปที่พักเพื่อทานอาหารเช้า อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์มีหลากหลาย มีทั้งอาหารไทยและฝรั่ง ข้าวต้ม แกงจืดร้อนๆ ผัดผักสดน่าทานมาก หลังจากทานอาหารแล้ว เราก็เช็คเอาท์ออกจากที่พัก ขับรถไปดูการเลี้ยงปลาเทร้าท์ ที่งานวิจัยประมงบนที่สูง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับโครงการหลวงอินทนนท์

เมื่อประมาณ41ปีที่แล้วในปี พ.ศ. 2516 งานวิจัยประมงบนที่สูง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ เริ่มทดลองเลี้ยงปลาเทร้าท์ตามพระราชดำริเป็นครั้งแรก โดยนำไข่ปลาเทร้าท์จากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเยอรมันมาทดลองเพาะเลี้ยงบนดอยอินทนนท์ ได้ลองผิดลองถูกพยายามเพาะเลี้ยงปลาเทร้าท์มาเป็นเวลาหลายปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ขาดความรู้และขาดประสบการณ์ จนกระทั่งได้มีการส่งทีมงานไปศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาเทร้าท์ที่ประเทศเยอรมันนี จบกลับมาแล้วสามารถเพาะเลี้ยงปลาเทร้าท์ได้สำเร็จในปีพ.ศ. 2541

ปลาเทร้าท์ที่ได้ขนาดตามต้องการขนาด 3-4ตัวต่อ 1 กิโลกรัมก็จะนำไปขายให้โครงการหลวง และโครงการหลวงจะขายให้ผู้สนใจในราคากิโลกรัมละ 350 บาท ปลาเทร้าท์นอกจากจะอร่อยแล้วยังเป็นปลาน้ำจืดที่มี โอเมก้า3 สูงมาก ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น สามารถลดการอุดตันของหลอดเลือด ลดอัตราความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากเลี้ยงปลาเทร้าท์แล้ว เมื่อ7-8ปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยังได้ทดลองเลี้ยงปลาสะเตอร์เจี้ยนตามพระราชดำริ  โดยนำเข้ามาจากรัสเซียและเยอรมัน หวังว่าถ้าสามารถเลี้ยงปลาสะเตอร์เจี้ยนให้มีอายุ 7ปีขึ้นไปแล้ว จะได้ไข่คาเวียร์จากแม่พันธุ์ปลาสะเตอร์เจี้ยน

ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสามารถเลี้ยงปลาสะเตอร์เจี้ยนได้สำเร็จสามารถผลิตไข่คาเวียร์ได้ และพยายามทดลองเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้อยู่ ตอนนี้ทางศูนย์ฯเลี้ยงปลาสะเตอร์เจี้ยนอยู่ประมาณ200-300ตัว ส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่พันธุ์ มีอายุ 7-8 ปี

โดยเลี้ยงอยู่ในบ่อคลุมด้วยสแลนกันแดด ปัจจุบันมีบ่อเลี้ยงปลาสะเตอร์เจี้ยน12 บ่อ แต่ละบ่อเลี้ยงปลาสะเตอร์เจี้ยน20-30ตัว ไข่ปลาสะเตอร์เจี้ยนหรือที่เรียกกันว่า ไข่คาเวียร์ จะขายขวดขนาด100กรัม ราคา5,000บาท หรือกิโลกรัมละ50,000บาท เนื้อปลาสะเตอร์เจี้ยนก็อร่อย ขายในราคากิโลกรัมละ 850 บาท

พ่อแม่พันธุ์ปลาสะเตอร์เจี้ยนที่เลี้ยงในศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่

Red Caviar คือไข่ปลาเทร้าท์ที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไปขวดละ 700บาท(100กรัม)

Black Caviar คือไข่ปลาสะเตอร์เจี้ยนที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ขวดละ5,000บาท(100กรัม)

ไข่คาเวียร์ที่นิยมทานกันทั่วไปจะเป็นประเภท Black Caviar ที่เป็นไข่ของปลาสะเตอร์เจี้ยน ส่วนไข่ปลาเทร้าท์ที่เรียกว่า Red Caviar นั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยม แม้ราคาจะถูกกว่าBlack Caviar มาก เพราะรสชาติไม่อร่อย

ไข่คาเวียร์อาจจะทานเปล่าๆ หรือทานกับขนมปังกรอบ หัวหอมสับ และบีบมะนาวเล็กน้อยหรือวิธีอื่นๆก็ได้แล้วแต่รสนิยมและความชอบ

ไข่คาเวียร์กับขนมปังกรอบ หัวหอมสับและมะนาว(บีบ)





เปิดโลกทะเลแห่งใหม่ที่ "หมู่เกาะมังกร"

เปิดโลกทะเลแห่งใหม่ที่ "หมู่เกาะมังกร"

นั่งกระเช้าลอยฟ้า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่"เขาคอหงส์" เมืองหาดใหญ่

นั่งกระเช้าลอยฟ้า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่"เขาคอหงส์" เมืองหาดใหญ่

ว้าว...หนึ่งเดียวในเอเชีย!! "ไทยติด 9 อันดับโรงแรมสุดโรแมนติกเดือนแห่งความรัก"

ว้าว...หนึ่งเดียวในเอเชีย!! "ไทยติด 9 อันดับโรงแรมสุดโรแมนติกเดือนแห่งความรัก"

ย้อนเวลาไปหาอดีต ณ คุ้มเจ้าหลวง และ คุ้มวงศ์บุรี จังหวัดแพร่

ย้อนเวลาไปหาอดีต ณ คุ้มเจ้าหลวง และ คุ้มวงศ์บุรี จังหวัดแพร่

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "หมู่บ้านชาวภูไทเสน่ห์ในแดนอีสาน" จ.สกลนคร

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "หมู่บ้านชาวภูไทเสน่ห์ในแดนอีสาน" จ.สกลนคร

เสริมสร้างความมั่งคั่งในชีวิต นมัสการ "วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร"

เสริมสร้างความมั่งคั่งในชีวิต นมัสการ "วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร"

5 บาร์ลึกลับในตำนานที่ซ่อนตัวอยู่กลางกรุงเทพ

5 บาร์ลึกลับในตำนานที่ซ่อนตัวอยู่กลางกรุงเทพ

กลางทะเลมีกวาง!!! พาชมอันซีนไทยแลนด์เกาะกระดาดซาฟารีกลางทะเล แห่งจังหวัดตราด

กลางทะเลมีกวาง!!! พาชมอันซีนไทยแลนด์เกาะกระดาดซาฟารีกลางทะเล แห่งจังหวัดตราด

พาชมธรรมชาติแสนสวย ณ ห้วยไม้ตาย ที่เที่ยวใหม่ จังหวัดเพชรบุรี

พาชมธรรมชาติแสนสวย ณ ห้วยไม้ตาย ที่เที่ยวใหม่ จังหวัดเพชรบุรี

พิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ พิพิธภัณฑ์ที่มีมากกว่าคำว่าพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ พิพิธภัณฑ์ที่มีมากกว่าคำว่าพิพิธภัณฑ์

เปิดที่เที่ยวใหม่ สระมรกตแห่งท่าปอม จังหวัดกระบี่

เปิดที่เที่ยวใหม่ สระมรกตแห่งท่าปอม จังหวัดกระบี่

เปิดลายแทง สถานที่ท่องเที่ยวสัตหีบ สวยจับใจ ใกล้แค่เนี๊ยะ !!

เปิดลายแทง สถานที่ท่องเที่ยวสัตหีบ สวยจับใจ ใกล้แค่เนี๊ยะ !!

"เกาะห้อง" สวรรค์บนดิน แห่งทะเลกระบี่

"เกาะห้อง" สวรรค์บนดิน แห่งทะเลกระบี่

ไปแพร่ต้องห้ามพลาด 7 ร้านอร่อยเมืองแพร่

ไปแพร่ต้องห้ามพลาด 7 ร้านอร่อยเมืองแพร่

ประทับใจไปอีกนาน! บอลลูนยักษ์ คอนเสิร์ตเยี่ยม

ประทับใจไปอีกนาน! บอลลูนยักษ์ คอนเสิร์ตเยี่ยม

"น้ำแร่แม่วางไพรินทร์ รีสอร์ท" ที่พักสุดชิลสไตล์ล้านนา ณ เชียงใหม่ อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

"น้ำแร่แม่วางไพรินทร์ รีสอร์ท" ที่พักสุดชิลสไตล์ล้านนา ณ เชียงใหม่ อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

ฟังดนตรีที่ชายหาด กับ บรรยากาศสุดโรแมนติก krabi naga fest 2017

ฟังดนตรีที่ชายหาด กับ บรรยากาศสุดโรแมนติก krabi naga fest 2017

มาเลเซียยก ”ปีนี้...ปีนัง” เปิดงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก (TITF) ครั้งที่ 20

มาเลเซียยก ”ปีนี้...ปีนัง” เปิดงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก (TITF) ครั้งที่ 20

เตรียมหาชุดว่ายน้ำ เที่ยวซัมเมอร์นี้ที่ Ramayana water park

เตรียมหาชุดว่ายน้ำ เที่ยวซัมเมอร์นี้ที่ Ramayana water park

ไปเที่ยวทะเลกันไหม?  22 สุดยอดเกาะไทย ดีต่อใจ ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้ซักครั้ง!

ไปเที่ยวทะเลกันไหม? 22 สุดยอดเกาะไทย ดีต่อใจ ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้ซักครั้ง!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์