วัดอรุณฯ คุณเคยรู้สิ่งเหล่านี้หรือไม่

วัดอรุณฯ คุณเคยรู้สิ่งเหล่านี้หรือไม่

วัดอรุณฯ คุณเคยรู้สิ่งเหล่านี้หรือไม่

วัดอรุณฯ หนึ่งในวัดที่สำคัญของกรุงเทพฯ หลายคนไปเที่ยวไหว้พระวัดอรุณฯ แล้วคณรู้จักวัดอรุณดีแค่ไหน?

1. ทำไมต้องชื่อว่า "วัดแจ้ง"

ที่มาของชื่อวัดแจ้งมีเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ว่า หลังกรุงศรีอยุธยาถูกเผาทำลายในคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 จนยากจะบูรณะให้คงเดิมได้  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ เสด็จมาตามลำน้ำเจ้าพระยาจนถึงวัดมะกอกนอกในเวลาแจ้ง ภายในวัดมีปรางค์ขนาดย่อมองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ พระองค์จึงเสด็จขึ้นไปนมัสการ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกวัดนี้ว่าวัดแจ้งวัดแจ้งหรือวัดมะกอกนอกนี้มีมาแต่ครั้งอยุธยาตอนปลาย เหตุที่เรียกวัดมะกอกนอกเพราะตั้งอยู่นอกเขตชุมชนดั้งเดิม ลึกเข้ามาในคลองบางกอกใหญ่หรือคลองบางหลวงในเวลาต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว พระองค์โปรดให้บูรณะวัดแจ้งขึ้นใหม่และยกฐานะเป็นวัดในเขตพระราชฐานพร้อมวัดโมลีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด) ที่อยู่ใกล้กัน   ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดอรุณราชธาราม และในสมัยรัชกาลที่ 4 เปลี่ยนสร้อยท้ายชื่อเป็นวัดอรุณราชวราราม โดยความหมายยังคงเป็น "วัดแห่งรุ่งอรุณ"  ชาวต่างชาติก็เรียกวัดนี้ในความหมายเดียวกันว่า "The Temple of Dawn"

2. สุดยอดของพระปรางค์คือ "มงกุฎ"

ส่วนยอดขององค์ปรางค์ประดับด้วยนภศูล (อาวุธของพระอินทร์) มีลักษณะเป็นฝักเก้าแฉก  เหนือขึ้นไปเป็นมงกุฎซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้นำมาจากเศียรของพระประธานในโบสถ์วัดนางนอง ย่านบางขุนเทียน เมื่อปี พ.ศ. 2390 นักประวัติศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่าพระองค์ทรงต้องการสื่อว่า เจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่ 4 คือกษัตริย์องค์ต่อไป

3. พระปรางค์คือ เขาพระสุเมรุ

สังคมไทยมีความเชื่อเรื่องไตรภูมิ โดยบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าความเชื่อนี้แฝงฝังอยู่ใกล้ตัวเรา อย่างเช่นเรื่องราวของแดนนรกแดนสวรรค์ เรื่องของพระอินทร์และเทวดา  เรื่องราวของไตรภูมิถูกจำลองไว้ในสถาปัตยกรรมของพระปรางค์วัดอรุณฯ  ด้วยเมื่อเราเดินผ่านประตูรั้วขององค์ปรางค์ที่เปรียบเสมือนกำแพงของจักรวาล พื้นลานกว้างเปรียบคือท้องทะเลสีทันดร กลางทะเลมีเขาพระสุเมรุซึ่งก็คือองค์ปรางค์ แวดล้อมด้วยปรางค์ทิศทั้งสี่แทนสี่ทวีป ซึ่งในไตรภูมิก็คือ อุตรกุรุทวีปด้านทิศเหนือ บุรพวิเทหทวีปด้านตะวันออก อมรโคยานทวีปด้านตะวันตก และชมพูทวีปด้านทิศใต้ซึ่งเป็นที่อาศัยของมนุษย์บริเวณฐานพระปรางค์มีสัตว์ป่าหิมพานต์ เช่น กินรี  สูงขึ้นไปเป็นลำดับชั้น คือ ยักษ์ ลิง และเทวดาที่อยู่สวรรค์ชั้นล่างสุด ช่วยกันแบกเขาพระสุเมรุ

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้แต่ไม่เคยเห็นยักษ์แบก ลิงแบก มาวัดนี้ก็จะได้เห็น  ยักษ์แบกหรือมารแบกเป็นปูนปั้นประดับอาคารที่พบครั้งแรกในสมัยอยุธยา แล้วพัฒนามาเป็นยักษ์แต่งกายแบบโขนในสมัยรัตนโกสินทร์  ยักษ์แบกอยู่ชั้นล่างสุด ลิงแบกอยู่เหนือขึ้นมา และเทวดาแบกอยู่ชั้นบนสุดถัดขึ้นไปเป็นส่วนเรือนธาตุของพระปรางค์หรือยอดเขาพระสุเมรุอันเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในไตรภูมิ ส่วนนี้ถ้าพกกล้องส่องทางไกลไปด้วยจะดี เพราะจะเห็นรายละเอียดของซุ้มทิศซึ่งประดับด้วยปูนปั้นรูปพระอินทร์เจ้าผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทรงช้างเอราวัณได้อย่างชัดเจน

4.แหล่งรวมงานศิลป์ชั้นแหล่งรวมงานศิลป์ชั้นเอกสมัยต้นรัตนโกสินทร์

ช่วงรัชกาลที่ 1-5 มีการบูรณะวัดอรุณฯ หลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 2 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปรางค์องค์เดิมให้มีขนาดสูงใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นพระธาตุประจำพระนคร แต่การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 3พระปรางค์มีความสูงราว 27 เมตร  ศิลปะเด่นที่ควรพินิจคือการประดับองค์ปรางค์ด้วยกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ที่นำเข้าจากเมืองจีน  แม้ดูใกล้ๆ จะไม่วิจิตรนัก ทว่าเป็นรูปแบบศิลปะที่รัชกาลที่ 3 ทรงนิยม หรือที่เรียกว่า "ศิลปะพระราชนิยม"

5.จากพระปรางค์เห็นการเรียงตัวกันของ 7 พระอุโบสถอย่างประหลาดใจ

ยามมองผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งพระนครจะเห็นโบสถ์วัดพระเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ โบสถ์วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เจดีย์ประธานวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วิหารวัดสุทัศนเทพวราราม โบสถ์วัดเทพธิดาราม และภูเขาทองวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เรียงตัวในแนวเกือบเป็นเส้นตรงอย่างน่าอัศจรรย์

6.ตำนานยักษ์วัดแจ้งกับยักษวัดโพธิ์เป็นอย่างไร

ถ้าพูดถึงเรื่องยักษ์ในเมืองไทย คงไม่มียักษ์ที่ไหนดังเท่ายักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์ ครั้งหนึ่งถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง ท่าเตียน อันโด่งดัง เมื่อปี พ.ศ. 2516 ตำนานเล่าขานต่อกันมาว่า ยักษ์วัดแจ้งหรือวัดอรุณฯ ฝั่งธนบุรี กับยักษ์วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนฯ ในฝั่งพระนคร เป็นเพื่อนรักกันมานาน แต่เกิดผิดใจกันเพราะยักษ์วัดโพธิ์ข้ามฟากไปยืมเงินยักษ์วัดแจ้งแล้วไม่ยอมใช้คืน เป็นเหตุให้ทะเลาะต่อสู้กันจนบริเวณโดยรอบราพณาสูร กลายเป็นท่าเตียนในปัจจุบันยักษ์วัดแจ้งมีสองตน ยืนอยู่หน้าโบสถ์วัดอรุณฯ กายสีขาวชื่อสหัสเดชะ กายสีเขียวชื่อทศกัณฐ์  ส่วนยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าพระมหาเจดีย์ เป็นยักษ์ศิลปะแบบจีน สลักจากหิน หรือที่เรียกว่าอับเฉา ซึ่งชาวจีนใช้ถ่วงใต้ท้องเรือสำเภา

7. โศกนาฎกรรมที่หลายคนไม่เคยรู้

เกิดการเผาตัวเองที่วัดอรุณฯ !เรื่องราวของคนเผาตัวเองเป็นเรื่องน่าตื่นตกใจสำหรับคนทั่วไป การเผาตัวเองของนายเรืองกับนายนกก็เช่นกัน  เรื่องของนายเรืองมีกล่าวไว้ใน พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 1 ว่าในปี พ.ศ. 2333 นายเรืองกับเพื่อนพากันมาเสี่ยงทายในโบสถ์วัดครุฑซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดอรุณฯ โดยอธิษฐานว่าถ้าดอกบัวใครบานก่อน คนนั้นจะได้สำเร็จพระโพธิญาณ  วันรุ่งขึ้นดอกบัวของนายเรืองบานก่อน นายเรืองจึงเข้าไปที่วัดอรุณฯ เพื่อถือศีล ฟังเทศน์ และเอาสำลีชุบน้ำมันจุดไฟบูชาตั้งบนแขนตนเอง  ทำเช่นนี้อยู่ 9-10 วันแล้วจึงเผาตัวเองตายเพื่อสำเร็จพระโพธิญาณ พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 2 กล่าวถึงนายนก ว่าในปี พ.ศ. 2360 นายนกซึ่งศรัทธาในพระพุทธศาสนามากและหวังไปสู่นิพพาน ได้เฝ้ารักษาศีล ปฏิบัติธรรม ละทิ้งบ้านเรือน ไม่กินข้าว และทรมานตนเองอยู่ที่วัดอรุณฯ จนกระทั่งเผาตัวเองตายการเผาตัวเองของนายเรืองและนายนกได้รับการยกย่องจากคนในสมัยนั้นว่าเป็นการสละชีพเพื่อพระพุทธศาสนา จึงมีการสร้างรูปสลักหินของทั้งสองตั้งไว้ในศาลาใกล้โบสถ์วัดอรุณฯ โดยรูปสลักของนายเรืองเป็นชายไว้ผมทรงมหาดไทย นั่งสมาธิอยู่ทางด้านซ้ายของโบสถ์  ส่วนด้านขวาคือนายนก แกะสลักเป็นรูปคล้ายกัน แต่นั่งพนมมือ

อัพเดตสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เกาะล้าน เชียงใหม่ สวนผึ้ง หัวหิน เกาะเสม็ด

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

Kays Espresso Bar ร้านกาแฟสุดหรู บรรยากาศสุดชิล ณ ตัวเมืองจันท์

Kays Espresso Bar ร้านกาแฟสุดหรู บรรยากาศสุดชิล ณ ตัวเมืองจันท์

ชิมทุเรียนเมืองจันท์ เที่ยวชุมชนเชิงเกษตร "สวนชุมชนเขาบายศรี"

ชิมทุเรียนเมืองจันท์ เที่ยวชุมชนเชิงเกษตร "สวนชุมชนเขาบายศรี"

ONE DAY CHILL หาดไร่เลย์ หาดถ้ำพระนาง ไปเอง ไม่ง้อทัวร์

ONE DAY CHILL หาดไร่เลย์ หาดถ้ำพระนาง ไปเอง ไม่ง้อทัวร์

รวมตัว travel blogger นับ 10 กับกิจกรรม travel blogger challenge

รวมตัว travel blogger นับ 10 กับกิจกรรม travel blogger challenge

แฟนพันธุ์แท้ Heineken® ชาวไทย ห้ามพลาดเด็ดขาดกับงาน Behind the Star Experience ครั้งแรกในเอเชีย

แฟนพันธุ์แท้ Heineken® ชาวไทย ห้ามพลาดเด็ดขาดกับงาน Behind the Star Experience ครั้งแรกในเอเชีย

8 สิ่งที่คุณควรรู้ หากต้องออกไปดำน้ำ

8 สิ่งที่คุณควรรู้ หากต้องออกไปดำน้ำ

รู้ไหม ทำไมเราไม่ควรให้อาหารปลา ?!

รู้ไหม ทำไมเราไม่ควรให้อาหารปลา ?!

5 ที่พักแนว "Camping" สุดสบาย ไฮโซ ที่ต้องเดินทางมา!

5 ที่พักแนว "Camping" สุดสบาย ไฮโซ ที่ต้องเดินทางมา!

ททท.ชวนตื่นตาตื่นใจกับแก๊งโคมไฟ “ไดโน่”

ททท.ชวนตื่นตาตื่นใจกับแก๊งโคมไฟ “ไดโน่”

เที่ยว“ตาก”หลากสไตล์...ไหว้พระขอพระเจ้าตากสิน

เที่ยว“ตาก”หลากสไตล์...ไหว้พระขอพระเจ้าตากสิน

7 ที่ท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถไฟฟรี ถึงงบจะน้อยแค่ไหนแต่ถ้ามีใจก็ไปถึง!!!

7 ที่ท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถไฟฟรี ถึงงบจะน้อยแค่ไหนแต่ถ้ามีใจก็ไปถึง!!!

"น่าน" น่ะสิ ดีต่อใจ ตาม นายและแม่หมู เสียงสมบุญ  #เที่ยวไทยเท่ เมืองน่านมีอะไรเท่? ที่นี่มีคำตอบ

"น่าน" น่ะสิ ดีต่อใจ ตาม นายและแม่หมู เสียงสมบุญ #เที่ยวไทยเท่ เมืองน่านมีอะไรเท่? ที่นี่มีคำตอบ

"ล่องแพไม้ไผ่สุดชิว ที่วังเคียงคู่"

"ล่องแพไม้ไผ่สุดชิว ที่วังเคียงคู่"

ล่องเรือยาง ผสานเรือไม้ไผ่ ชมอันซีน "ถ้ำพุงช้าง"

ล่องเรือยาง ผสานเรือไม้ไผ่ ชมอันซีน "ถ้ำพุงช้าง"

หนีร้อนไปนอนแพที่ "เขื่อนเชี่ยวหลาน" กันไหม?

หนีร้อนไปนอนแพที่ "เขื่อนเชี่ยวหลาน" กันไหม?

ช้อปสุดฟิน ชิมสุดมันส์ ชิลสุดพลัง"ตลาดนัดมะลิเลียบด่วนเมืองทอง"

ช้อปสุดฟิน ชิมสุดมันส์ ชิลสุดพลัง"ตลาดนัดมะลิเลียบด่วนเมืองทอง"

มหัศจรรย์แห่งท้องทะเลไทย กับ 5 เกาะทะเลแหวกสุดอันซีน!!

มหัศจรรย์แห่งท้องทะเลไทย กับ 5 เกาะทะเลแหวกสุดอันซีน!!

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุง "ONE DAY TRIP" ไม่ค้าง ไม่พัก วันเดียวก็ลุยได้

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุง "ONE DAY TRIP" ไม่ค้าง ไม่พัก วันเดียวก็ลุยได้

ถ้ำมหัศจรรย์เมืองกาญ "วัดถ้ำพุหว้า"

ถ้ำมหัศจรรย์เมืองกาญ "วัดถ้ำพุหว้า"

5 ที่เที่ยวสุดชิคบนเกาะสีชัง ความคลาสสิคใจกลางทะเลอ่าวไทย!! ไปง่ายใกล้กรุงเทพ

5 ที่เที่ยวสุดชิคบนเกาะสีชัง ความคลาสสิคใจกลางทะเลอ่าวไทย!! ไปง่ายใกล้กรุงเทพ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์