Love Tachai Island with Love Andaman Ep.2 : กลับมาหาเธอ..เกาะตาชัยที่รัก (ตอนจบ 1/2)

Love Tachai Island with Love Andaman Ep.2 : กลับมาหาเธอ..เกาะตาชัยที่รัก (ตอนจบ 1/2)

Love Tachai Island with Love Andaman Ep.2 : กลับมาหาเธอ..เกาะตาชัยที่รัก (ตอนจบ 1/2)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เกาะตาชัย ..ชื่อนี้ยังคงดึงดูดความสนใจของผมได้เสมอ มโนภาพของ ทรายเม็ดละเอียดสีขาวๆ ที่ถูกโอบกอดด้วยทะเลสีครามน้ำใสกิ๊งๆ ลอยวิ๊งๆ อยู่ในความทรงจำของผมตลอดมา และแทบจะไม่ต้องใช้เวลาคิดให้เมื่อยสมองเลย หากมีเพื่อน หรือคนคุ้นเคยมาชวนให้กลับไปสัมผัสที่นั่นอีกครั้ง เเละครั้งนี้ก็ยังคงเป็นพี่โอ้ตคนเดิมครับ ฮ่า พี่โอ้ตที่เคยชวนไปเกาะตาชัยเมื่อปีที่เเล้ว ..มาคราวนี้ ผมเองก็ตอบตกลงง่ายๆ เหมือนเดิมครับ และก็ต้องขอขอบคุณพี่เก่งอีกคน ที่ช่วยดำเนินการให้ในทุกๆเรื่อง สำหรับทริปดีดีครั้งนี้ครับผม

....เหมือนเคยครับ..ทริปดองอร่อยๆ มันก็ต้องนานนิดนึง แต่รับรองว่าทุกๆ ความประทับใจไม่มีทางหล่นหายไปไหนแน่นอน (จริงๆ นะเออ) และกว่าจะคลอดได้ ก็ปาไปหลายเพลาเหมือนเคยๆ ฮ่าาา โดยทริปนี้ก็ เป็นครั้งที่ 2 เเล้วครับ สำหรับการเยือนเกาะตาชัยของผม (ครั้งแรกไปมาเมื่อปีที่เเล้ว อ่านได้ที่ "รีวิว : Love Tachai Island with Love Andaman : สวัสดีเกาะตาชัย") ว่าเเล้วก็มาลุยกันเลยดีกว่า ทริปนี้ภาพเยอะโลกแตก..ไปเที่ยวไปเที่ยวด้วยกันครับ โย่วๆ

ก่อนอื่น เพื่อความง่ายในการจินตนาการตาม ผมจะขอสรุป ทริปการเดินทางครั้งนี้แบบคร่าวๆ ก่อน ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ เป็นแบบสบายๆ สไตล์มยุราครับ ไม่มีกิจกรรมหนักหน่วงอะไรเลย อาจจะด้วยอายุอานามที่มันมากขึ้น ทำให้เราอยากอยู่เฉยๆ มากกว่าลุยเกาะดำน้ำทั้ง 2-3 วัน 5555+ เมื่อก่อนผมเคยสงสัยนะว่า ทำไม คนถึงยอมเสียเงินเยอะๆ เพื่อจ่ายค่าที่พักราคาสูงๆ โรงแรมดีๆ มาตอนนี้ซึ้งละครับ การพักผ่อนที่แท้จริงมันคือการนอนและพักผ่อนอยู่โรงแรมนั่นเอง อาเมน..(>..<) และทริปนี้ รวมเวลาตลอดเส้นทางเที่ยวคือ 3 วันกับอีก 2 คืน แบ่งเป็น 1 วันแรกสำหรับเดินทาง + 1 วันพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมเต็มๆ วัน (ได้ยินข่าว่าโรงแรมสวยมาก เลยไม่อยากไปไหนละ อิอิ) + 1 วันเที่ยวเกาะตาชัยครับผม ดังนี้...

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556
- เวลา 10.30 น. ออกเดินทางจากดอนเมือง ด้วยสายการบินที่แอร์น่ารักที่สุดในประเทศนี้ (คริคริ) แอร์เอเชียครับ ผู้นำพาเราลอยตัวอยู่บนน่านฟ้าแห่งสยามประเทศ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ต จากนั้นก็มีรถงามคันหรูจาก Foto Hotel มารับเราไปยังที่พักแรม (ทริปนี้พักที Foto Hotel Phuket ครับ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ ชั่วโมงหน่อยๆ ก็ถึงโรงแรม หลังจากนั้นก็ฟรีไทม์ครับ เดินถ่ายภาพเล่นเพลินเลยทีเดียว เพราะมุมสวยๆ ของที่นี่เต็มไปหมด โดยเฉพาะจุดชมวิวของโรงแรม เรียกได้ว่า สวยพอๆ กับแหลมพรหมเทพเลยครับผม

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556
- เวลา 09.00 น.รับประทานอาหารเช้าสไตล์ภูเก็ตประยุกต์อร่อยๆ อาหารพื้นเมืองแต่หน้าตาดูดีมากๆ (ไม่เชื่อก็รอชมภาพใน paragraph ต่อๆ ไปได้ครับ..อิอิ) แล้วก็ออกไปเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตกัน พอดีมีพี่สาวที่รู้จักกันทำงานอยู่ภูเก็ต เราก็เลยโชคดีมีคนพาเที่ยว แต่สำหรับใครที่ไม่มีตัวช่วย ก็แนะนำให้เช่ารถยนต์ครับ ลองถามคนแถวนั้นได้ ค่าเช่าประมาณวันละ 1,000 บาท (ไม่ได้หมายถึงรถของโรงแรมนะครับ) ก่อนจะรีบกลับมาที่โรงแรมตอนบ่าย 4 โมงเย็น เพื่อมารอเก็บภาพบรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวของโรงแรม

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556
- เวลา 06.00 น. ตื่นเช้าเพื่อออกเดินทางไปท่าเรือทับละมุ...เพื่อไปเยี่ยมพระเอกของทริปนี้ "เกาะตาชัย" โดยมีรถตู้ของ Love Andaman ที่จะแวะมารับเราที่หน้าโรงแรม ...ที่ต้องตื่นเช้าก็เพราะว่าระยะทางค่อนข้างไกลพอสมควร + รถตู้ที่มารับเราต้องเเวะรับลูกทัวร์อีก 2-3 จุด แต่ก็ไมใช่ปัญหาครับ ไปหลับต่อในรถตู้ได้แบบชิวๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงปลายๆ ครับ

- เวลา 09.00 น. - 17.15 น. ออกจากฝั่งด้วยสปีดโบ้ท จริงๆ ทีมอื่นออกกันประมาณ 8 โมงครึ่งถึง 8 โมง 45 แต่ทีมเราออกช้าสุด เนื่องด้วยเหตุที่ว่า เราต่อให้ก่อน เพราะยานพาหนะของทีมเรานั้น ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นสปีทโบ้ทที่แรงที่สุดในท่าน้ำแห่งนี้ ฮ่าาา และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ สปีทโบ้ทประมาณ 3-4 ลำโดนเราแซงเรียบ ทำให้เราถึงเกาะตาชัยก่อนชาวบ้าน เวลาที่ใช้เดินทางก็ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง!! หลังจากถึงเกาะเเล้ว Love Andaman ก็จะพาไปดำน้ำตามจุดต่างๆกันต่อ ซึ่งผมเองขอลงที่เกาะ ไม่ได้ไปดำน้ำต่อกับเค้า เพราะถึงจะไปก็ไม่ได้ดำน้ำอยู่ดี (ห่วงแบกกล้อง แต่ปีหน้าว่าจะไปใหม่ จะไม่เอากล้องตัวใหญ่ไปละคราวนี้ ขอดำน้ำมันส์ๆ สักที #ซึ่งปีที่เเล้วก็พูดแบบนี้ - -*) บนเกาะ ทีมงาน Love Andaman มีอาหารกลางวันไว้บริการเราทุกคน อุดมไปด้วยอาหารอร่อยๆ + เครื่องดื่มเย็นๆ +ผลไม้แสนสด ตามด้วยไอตีมหลอด ไอศครีมและปีโป้แบบไม่อั้นครับผม หลังจากทานอาหารเสร็จทีมงานจะพาเดินป่าตามหาปูไก่ หลังจากนี้ก็ปล่อยฟรีครับ เจอกันอีกทีเวลาบ่าย 3 โมงครึ่งเพื่อเดินทางกลับฝั่งโดยพร้อมเพรียงกัน

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556
- เวลา 10.30 น. รับประทานอาหารเช้า ไม่ต้องแปลกใจในตัวเลขเวลาครับ ที่นี่เค้าเปิดให้ทานอาหารเช้าได้แบบจุใจ ตื่นสายแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัว เพราะที่นี่เค้าอยากให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบตื่นแบกขี้ตามาทานอาหารเช้าเหมือนที่อื่น แหม่.. ถูกใจคนสันหลังยาวอย่างผมจริงๆ นะเออ หลังทานเสร็จก็เป็นชั่วโมงของสปาครับ บรรยากาศดีมากๆ เที่ยวเหนื่อยๆ มาหลายวัน ก่อนกลับได้แวะนวดแบบนี้เเล้ว สบ๊ายยยยย

- เวลา 13.30 น. - 15.00 น. เดินทางกลับเมืองหลวงละครับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากโรงแรมถึงสนามบินในวันที่รถไม่คอยเยอะเท่าไหร่ ก่อนจะทะยานขึ้นฟ้าสู่กรุงเทพมหานครด้วยความสวัสดิภาพในเวลาต่อมา เอย...

เอาหล่ะครับ เข้าสู่โหมดภาพถ่ายกันเเล้ว อาจจะสวยบ้าง ไม่สวยบ้างโปรดให้พระอภัยมณีข้าพเจ้าด้วย(มุกประวัติศาสตร์) พระเจ้าไม่ได้สร้างให้ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่เเล้ว เพื่อให้ได้ซึ่งภาพที่คิดว่าสวยที่สุดในชีวิตของตัวเอง ฮ่าาา ไปเที่ยวกันเลยดีกว่า ปายเลยลวกเพี๊ยะ!!!..

นี่คือยานพาหนะที่จะนำเราสู่ภูเก็ตนครครับผม เมื่อก่อนต้องไปขึ้นที่สุวรรณภูมิ มาเดี๋ยวนี้สบายหน่อย (สำหรับคนรัชดา) มาแค่ดอนเมืองใกล้กว่าเย๊อะ มีเวลาตื่นสายขึ้นอีกหน่อย แห่ะๆ

เนื่องจากว่าทุกวันนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวบ้านเราเยอะ ผมก็เลยพาล่ามจีนไปด้วย 1 คน #ผั่วะ!! (สำหรับท่านที่ไม่รู้จักผมเป็นการส่วนตัว ขออนุญาตแนะนำ..หนึ่งในผู้ร่วมทริป เธอคือผู้คุมวิญญาณของข้ากระผมเอง ^^')

ขึ้นมาบนเครื่องละครับ... จะว่าไปอาหารบนเครื่องก็มีเมนูน่ากินๆ เหมือนกันแฮะ

อยู่บนฟ้าแบบนี้ทีไร รู้สึกดียังไงไม่รู้เนอะ... #สบายเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลยยังไงยังงั้น - -*

ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง... เราทั้ง 2 คนก็ได้ลอยมาไกลถึงสนามบินภูเก็ต ที่ๆ จะใช้ซุกหัวนอนตลอด 2 คืนที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ อร๊าาา... อากาศฝั่งใต้ของประเทศเรานี่ก็สดชื่นใช้ได้เหมือนกันนะ เก็บสัมภาระได้ครบเรียบร้อยก็ ตรงดิ่งไปยังประตูทางออก เพื่อรับการต้อนรับจากบรรดาพี่ๆ แท็กซี่สนามบิน ฮ่าาา ไม่ถึง 2 นาทีดี เราก็เจอพี่คนขับรถที่ทางโรงแรมส่งมารับเรา 2 คน นั่งสบายเลยรอบนี้มีกัน 2 แค่คน

ถึงเเล้วววว.. Foto Hotel Phuket (Different Memories) ภาพด้านหน้าโรงแรมครับ เอาจริงๆ เลยนะ.. ส่วนตัวเห็นหน้าตึกปุ๊ปก็ชอบปั๊บประทับใจเลยครับ อาจจะเพราะส่วนตัวชอบบ้านแนวโมเดิร์น กล่องๆ เหลี่ยมๆ อะไรประมาณนี้อยู่เเล้วด้วยแหล่ะ ถ้าใครที่ชอบแนวเดียวกับผมรับรองว่า ที่นี่แหล่ะ คือคำตอบของการพักผ่อนของพวกเร๊าาาาา (เพื่อความกระชับ ขออนุญาตไม่เรียงลำดับภาพตามลำดับเวลาแบบเป๊ะๆ นะครับ^^)

มองผ่านหน้าประตูเข้าไปก็จะเจอภาพนี้ครับ "Memories Hall" ไม่ต้องบอกก็รู้นะว่าที่นี่สร้างมาเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่คนชอบถ่ายภาพอย่างพวกเราๆ สมกับชื่อของโรงแรมเค้าแหล่ะครับ งานตกแต่งทั้งหมดถูกคิด ถูกเลือกอย่างพิถีพิถันจากกลุ่มผู้บริหาร ที่ล้วนเเล้วแต่มีใจรักการถ่ายภาพ เเละรักเมืองภูเก็ตกันทุกๆ คนเลยทีเดียว ตัวอย่างที่เห็นในภาพนี้ก็เช่น แผ่นสีขาวบนเพดาน ที่ดูเหมือนแผ่นยางพารานั่นก็ได้ไอเดียมาจากแผ่นยางพาราเลยครับ ซึ่งก็เป็นสินค้าขึ้นชื่อของภูเก็ตแห่งนี้ด้วย และอย่างกรอบรูปหลายสิบตัว ที่แปะอยู่บนผนังนั้น ก็บ่งบอกแรงบันดาลใจได้อย่างดีครับ

และแน่นอนว่า เมื่อมาถึง Foto Hotel แล้วจะไม่ถ่ายภาพคู่กับพี่หมี ก็คงจะเป็นเรื่องแปลก ว่าเเล้วก็..แชะ แชะ แชะ!! พอดีเลย.. ขอพูดถึงพี่หมีหน่อย หลังจากผมไปสืบมาได้ความว่า พี่หมีสุดหล่อตัวนี้ทำจากผ้าลายสก๊อต งานฝีมือของคนภูเก็ตทุกตัวเลยครับผม ด้วยความน่ารักๆ แบบนี้ ส่งผลให้เค้ากลายเป็นพระเอกของที่นี่ไปโดยปริยายครับ #บางทีก็หมั่นไส้ สาวๆ รุมกอดทั้งวันทั้งคืน (- -*)

หลังเช็คอินกับพนักงานต้อนรับน่ารักๆ แป๊บเดียวเราก็ได้การ์ดผ่านประตูสำหรับห้องพักมาเเล้วครับ ไปๆๆ ไปดูห้องพักกัน..

เอ๊ะ.. ตรงทางเดินข้างๆ ห้องพักแอบเห็นมุมนี้น่าสนใจดี และผมก็ไปแอบสืบมาอีกแล้ว ได้ความมาว่า ภาพถ่ายเหล่านี้ เป็นของเพื่อนช่างภาพชาวภูเก็ตนั่นเอง และตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่ เราก็จะได้เห็นภาพถ่ายเหล่านี้ แขวนอยู่ตามจุดต่างๆของของโรงแรมครับ และที่พิเศษกว่านั้นคือ ภาพทุกภาพเป็นภาพที่ถ่ายในภูเก็ต (เป็นภาพขาวดำด้วย) ตัวอย่างเช่น ภาพของอาคารก่อสร้าง, วิถีชีวิต หรือวัฒนธรรมของชาวภูเก็ต เป็นต้น ระหว่างที่เราพักที่นี่ก็จะได้อารมณ์ประมาณว่า มีงาน Exhibition ภาพถ่ายให้เราได้ดูกันตลอดเวลาประมาณนั้น แต่เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องก่อน ค่อยกลับมาแวะเก็บภาพตรงนี้กันอีกทีนะ

ภาพแรกที่เดินผ่านประตูห้องเข้าไปก็คือภาพนี้ครับผม ภายในห้องเป็นสีเทาค่ากลางเลยว่ายังงั้น ฮ่าาา (ช่างภาพน่าจะเก็ต) ภาพนี้มืดไปหน่อยนะ เพราะผมยังไม่เปิดไฟ.. #แถไป

มาดูข้างในแบบสว่างๆ ขึ้นมาหน่อย .. ที่หน้าจอทีวีที่เห็นนั่นคือข้อความต้อนรับเราโดยเฉพาะเลยครับ น่าประทับใจดีทีเดียว ส่วนตัวชอบระบบทีวีที่นี่จัง มีหน้าต้อนรับ มีการแบ่ง Channel อย่างชัดเจน อยากดู TV หรือดูหนัง หรือดูโปรโมชั่น หรือดูข้อมูลอื่นๆ ของโรงแรมก็สามารถเลือกได้ ถ้าผมจำไม่ผิดมีเกมส์ให้เล่นด้วยนะ ฮ่าาา

อีกมุมนึงของห้องครับ ที่เห็นเป็นบานกระจกนั่นคือห้องน้ำครับ ใหญ่โตดีอ่ะ..ชอบ และที่เก๋อีกคือ ราวเเขวนผ้าครับ ใช่เเล้ว ที่นี่ไม่มีตู้เสื้อผ้าครับ ผมแอบสืบมาเเล้วได้ความว่า เค้าอยากให้ได้อารมณ์แบบ แฟชั่นนิดๆ เหมือนในห้างอะไรประมาณนั้น เพราะการทำตู้เสื้อผ้าใหญ่ๆ ทำให้เปลืองพื้นที่โดยใช่เหตุ ส่วนตัวสงสัยมานานเเล้วว่า ทำไมห้องพักรายวันต้องมีตู้เสื้อผ้าใหญ่ๆ เกะกะจะตาย เพราะยังไงซะ เสื้อผ้าที่หอบมาก็แค่ไม่กี่ชิ้น เนอะ..

เจออีกแล้วครับ ภาพสวยๆ

อีกกิมมิคเล็กๆ ของห้องพักที่นี่คือ โมเดลกล้องคลาสสิก และคำพูดสั้นๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ (Quote) จากช่างภาพที่มีชื่อเสียงทั่วโลกไว้ให้เราอ่านเล่นๆ กันเรื่อยๆ ครับ

เห็นพัดลมสวยๆ แบบนี้ไม่ได้หมายความว่าที่นี่ไม่มีแอร์นะครับ ฮ่าาาาา มีครับ มีแอร์แน่นอน ส่วนที่เห็นเป็นแผ่นๆ ขาวๆ นี่คือ แชนเดอเรีย (โคมไฟ)ครับ... สวยมากเลยเวลาเปิดไฟ

Coffee Bar ฟรี.. ที่สำคัญคือ "กาแฟฮกโหหลี่" กาแฟสัญชาติภูเก็ตแท้ๆ มาเเล้วต้องลองครับ :D

Welcome Fruit ครับ.. น่ารักดี ไม่มีแอลกอฮอล์นะจ๊ะ ทานผลไม้เพื่อสุขภาพกายที่เเข็งเเรง.. อ๊อดแอ่ด อ๊อดแอ่ด..

มุมนั่งทำงานเล็กๆ ครับ ช่องที่อยู่บริเวณเบาะนั่งนั่นสามารถหย่อนขาลงไปได้ครับ น่ารักดี...

เข้ามาในห้องน้ำครับ ตกแต่งแบบเรียบ-เรียบ ง่าย-ง่าย น้อย-น้อย แต่ชอบมั่ก-มั่ก :D

Wifi เต็มเปี่ยมครับ อาจจะไม่ค่อยเเรงมาก แต่ก็พอใช้งานได้ครับ สำหรับคนที่ขาดสังคมออนไลน์ไม่ได้ ก็สบายใจได้เลย ชีวิตไม่สิ้นหวัง มีให้ได้ใช้กันทั่วทุกห้อง

เปิดไฟตรงหัวเตียงให้ดูครับ อาจจะยังไม่ค่อยชัด เพราะข้างนอกยังไม่มืดเลย ฮ่าา

ภาพด้านนอกระเบียงครับ มุมโปรดผมเลย นอนเล่น Facebook +ฟังเพลงเพลินๆ ได้ดีเลยทีเดียว

อาหารเครื่องดื่มในตู้เย็นทานฟรีได้ตลอดครับ มีใครเห็นสิ่งแปลกปลอมที่โรงแรมอื่มไม่มีหรือไม่??? ใช่เลย "ปีโป้!!" หนักกว่านั้นคือ "ยาคูลท์" มาไงว๊าาา ฮ่าาา สืบถามมาเเล้วเหมือนกันจุดนี้ ก็ได้คำตอบแบบเก๋ๆว่า ทีมงานชอบปีโป้ ส่วนยาคูลท์นั้น อยากให้ห้องพักได้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน น่ารักดีไปอีกแบบครับ อิอิ ชอบปีโป้ด้วยคน..ฮ่าๆ #ว่าแต่ว่า..ยาคูลท์หายไปแล้วหน่ึงขวดตอนไหนไม่รู้ (- -‘) เอาละ ไม่ต้องถ่ายอะไรเยอะแยะ เพราะถ่ายไปก็ไม่สวยเหมือนชาวบ้านครับ อยากดูสวยๆ แนะนำให้ไป Search Google ดูกันเองละกันครับ กร๊ากๆๆๆๆ เดี๋ยวผมจะพาเดินไปหาอะไรทานกัน ระหว่างทางเดินนี้เค้าว่ามีมุมสวยๆ เยอะเลย พี่ GM ของที่นี่ บอกว่าดูความงามกันยันเงาของราวบันไดเลยดีเดียว...แบบนี้ครับ

ลักษณะของตัวโรงแรม จะเป็นชั้นๆ เรียงลงไปด้านล่างแบบขั้นบันไดครับ เนื่องด้วยว่าพื้นที่มีจำกัด การจัดการพื้นที่จึงเป็นเรื่องสำคัญ เเละส่วนตัวผมเองผมว่าเค้าทำดีนะ ใช้พื้นที่คุ้มดี ไม่อึดอัดหรือโล่งจนเกินไป เดินหากันได้เลยระหว่างเเต่ละชั้น (ใครไม่ชอบเดินก็มีรถกอล์ฟบริการเหมือนกันครับ เรียกได้)

มุมนี้ที่เราเล็งไว้ครับ แวะเก็บภาพกันซักหน่อยนึง..

ภาพนี้คือ ช่วงทางเดินบันไดครับ (เค้าเรียกว่าอะไรไม่รู้) ขึ้นมาชั้นบนเพื่อรับประทานอาหาร เเละสระว่ายน้ำครับ

มาถึงเเล้วชั้นบนสุด ซึ่งก็คือโซนที่เป็นห้องรับประทานอาหาร ที่นี่เรียกโซนนี้ว่า "Tiffin Mama" แปลตรงๆ เลย แปลว่า "ปิ่นโตคุณแม่" เพราะฉะนั้นอาหารที่จะพบได้ในเมนูก็จะเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่ครับ

ชิ๊งส์!! เป็นไงหล่ะ เก๋สุดๆ สำหรับกำแพงกลางห้องโถง รับรองว่า สะดุดทุกลูกกะตาที่ผ่านไปมาแถวนี้แน่นอน ผมแอบถามมา(อีก)แล้ว ได้ความมาว่า เคยมีนักท่องเที่ยวมาขอซื้อบ้างไหม๊ คำตอบบก็คือ.. "มี" ..พอถามต่อว่าเเล้วขายไหม๊ครับ? คำตอบก็คือขายครับ ฮ่าาาาา กล้าซื้อก็กล้าขายว่ากันยังงั้น หิวเเล้วๆๆ สั่งอะไรมากินกันอีกว่าาาาา

บรรยากาศรอบๆครับ ระหว่างรออาหาร

จานแรกของมื้อเที่ยงมาเเล้วครับ.. อาหารสีสันสวยงามจานนี้ มีนามว่า.. "ผัดไทยปูม้า" บ่องตรงว่า.. น่าตาดี อร่อย...ต้องลองครับ ขอเล่าเรื่องเมนูอาหารที่ผมไปสืบมาสักหน่อยละกัน คือว่า เมนูทั้งหมดของที่นี่ (ณ ตอนที่ผมไปเมนูยังไม่เยอะมาก อยู่ระหว่างการเพิ่มเติมในอนาคตครับ) เป็นอาหารประจำท้องถิ่น ก็คืออาหารภูเก็ตทั้งหมด แต่มีการปรับแต่ง รสชาติ เเละหน้าตานิดหน่อย เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกทานกันได้แบบ อร่อยกันทุกฝ่าย แต่ยังไงซะ ทุกๆ จานล้วนมาจากต้นตำรับทั้งนั้น ทีมผู้บริหารค่อนข้างให้ความสำคัญกับอาหารที่นี่มาก เห็นว่าเลือกกันอยู่นานเลย กว่าจะได้มาแต่ละเมนูที่เพียบพร้อมไปทั้ง หน้าตาที่สวยงาม + ความอร่อยตามแบบฉบับอาหารภูเก็ต ทางโรงแรมถึงขั้น ให้เจ้าของสูตรต้นตำรับ มาสอนกันถึงที่นี่เลยทีเดียวครับ และทีเด็ดของที่นี่อีกอย่างคือเมนูอาหารเช้าครับ ไว้คอยดูกัน

จานที่สองนี่...น่าจะเป็น .."ข้าวผัดแกงเขียวหวาน ปลาดุกฟู" ส่วนตัวชอบจานนี้ที่สุด อร่อยๆ ข้าวอร่อยๆ+ ปลาดุกฟูกรอบๆ+ พริกสดและเครื่องเคียง ทำให้รสชาติอร่อยถูกใจฮาร์ดคอร์รสจัดครับ

 

ไหนๆก็ไหนๆเเล้ว โพสเมนูที่เหลือไปเลยละกันครับ (ภาพของมื้ออื่นๆ ที่ทานกันตลอดที่พักที่นี่) เมนูนี้ น่าจะชื่อว่า "ปูนิ่มผัดเปรี้ยวหวาน".. มั้งนะ 555+(ขออภัยชื่ออาจไม่เป๊ะ แต่ไม่น่าจะเพี้ยนไปจากนี้เยอะครับ) ที่ชัวร์ๆ คือปูนิ่มนี่แหล่ะครับ ใครชอบปูนิ่มต้องลอง ส่วนตัวผมไม่เคยทานปูนิ่มเลย ก็เลยไม่มั่นใจรสชาติว่าได้มาตรฐานแค่ไหน #คนข้างๆ แอบบอกว่า รสชาติใช้ได้ว่ายังงั้นนะ

ชื่อของเมนูนี้ยิ่งจำยากเข้าไปใหญ่ "หมูฮ้องภูเก็ต" นะ?...น่าจะใช่แหล่ะ รสชาติก็เหมือนพะโล้แถวบ้านเรานี่แหล่ะครับ ทานกับไข่ห่อข้าว หรือจะเรียกข้าวห่อไข่ก็ตามแต่สะดวก หะหะ

ทานเสร็จเเล้วลองเดินออกมาด้านนอก ก็จะเจอสระว่ายน้ำและจุดชมวิวครับ บ่ายๆ แบบนี้ อากาศจะร้อนหน่อยสำหรับคนไทย ปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเค้าอาบแดดกันให้สมใจครับ ไว้รอเย็นๆ ค่อยกลับมาใหม่ละกันนะเรา...

วิวสวยๆ ณ จุดชมวิวนั้นครับ มองเห็นหาด 3 หาดเลย ที่เห็นคือฝั่งซ้ายสุด..

 จากบ่ายอ่อนๆ มาเป็นบ่ายแก่ๆ จวนจะเย็นเลยละกันครับ จุดนี้มีชื่อว่า "Silhouette Pool" อยู่ด้านนอกของห้องอาหารที่เรานั่งทานกันเมื่อสักครู่นี้ครับ ตอนกลางคืนบริเวณสระว่ายน้ำจะเปิดไฟหลายๆ สีด้วยนะ สวยงามมากๆ

พอพระอาทิตย์เริ่มจะตก บรรยากาศก็จะเริ่มคึกคักครับ เพราะนักท่องเที่ยวจะมาจับจองที่กันเต็มไปหมดเลย ใจผมก็อยากจะมุดเข้าไปเหมือนกัน แต่ก็แอบเกรงใจท่านอื่นๆ ผมผิดเองที่ขึ้นมาช้าไปหน่อย ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ ฮ่าาา

ไม่เป็นไร ถ่ายกันตรงนี้ก็ได้เนอะ.. คริคริ

โซนข้างๆ กันคนจะน้อยหน่อย เพราะตรงพระอาทิตย์ตกนั้นโดนต้นมะพร้าวบังพอดีครับ 555+ ไม่รู่ว่าป่านนี้เจ้าของต้นมะพร้าวเหล่านั้นจะยอมให้ตัดรึยัง #แอบเชียร์ให้ใจอ่อน ยอมตัดทิ้งซักทีเนอะ :P

เสียด๊ายยยยยย เสียดาย วันที่ผมไป พระอาทิตย์ไม่ยอมหล่นน้ำเลย ค้างอยู่บนก้อนเมฆใหญ่ เเล้วก็จมหายไปในหมู่เมฆซะงั้น อดเห็นพระอาทิตย์ฟองยักษ์เลยครับ สุดท้ายเก็บภาพมาได้เเค่นี้เอง เสียดายจุงเบย (T^T)

ขวามือของภาพจะเป็นสระว่ายน้ำครับ ส่วนที่นั่งที่เรียงรายกันอยู่นี่ ก็คือเป็นจุดชมวิว อยากนั่งก็ต้องรีบมาจองหน่อยนะครับ ปกติไม่ว่างเหมือนในภาพหรอกครับ เพราะภาพนี้ผมถ่ายนี่มันเป็นตอนที่พระอาทิตย์หล่นน้ำหายไปแล้ว นักท่องเที่ยวก็เลยกลับกันหมดละ ฮ่าา

ภาพนี้ก็เป็นวิวต่อจากภาพข้างบนตะกี้ครับ ที่เห็นพื้นที่ด้านล่างนั่น ก็จะเป็นโซนพักผ่อนของโรงแรมเหมือนกัน ทางเข้าอยู่ชั้นล่าง เห็นเเล้วคิดถึงเพื่อนๆ เดอะแก๊งค์ครับ ถ้าไปกันเป็นหมู่คณะ คงดีไม่ใช่น้อย มีที่นั่งชมวิวส่วนตัว จิบไวน์คุยกันเพลินๆเนอะ

 ปิดท้ายด้วยภาพบนผิวน้ำครับ สรุปบรรยากาศโดยรวมข้างบนนี้ถูกใจผมจริงๆ ตกแต่งสวย วิวสวย แสงสวย ลงตัวไปหมดทุกอย่าง ..ฟินดีแท้~


เราวกกลับไปเก็บภาพอีกนิดหน่อยที่ "Memories Hall" กันครับ

สำหรับใครที่อยากติดต่อกับโลกภายนอก ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็เเวะมาใช้บริการที่จุดนี้ได้ครับ มีคอมพิวเตอร์เเละอินเตอร์เน็ตไว้บริการตลอด 24 ชั่วโมง(ใช่มะ) และเพื่อการแบ่งปัน จุดนี้ก็เลยไม่มีเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นครับ ก็เพื่อป้องกันการนั่งแช่ไม่แบ่งเพื่อนนั่นเอง

นางแบบผมก็เล่นเน็ตเพลินเลยทีนี้.. = ='

 เก็บภาพกับพี่หมีอีกหน่อยก่อนกลับไปพักผ่อน พร้อมที่จะลุยทริปวันต่อไปครับ โย่ว!!

เช้าของวันต่อมา.. ด้วยสาเหตุที่ว่า อาหารเช้าที่นี่เค้าเปิดให้ได้กินกันตลอดช่วงเช้า ทำให้เราสบายใจสุดๆ ที่จะตื่นสายๆแบบนี้ ฮ่าาา (ชอบใจมาก) อย่างตอนที่ผมเดินมาถึง Tiffin Mama นี่ก็ปาไป 10 โมงครึ่งละ (>..<*) แต่ก่อนอื่นขอเดินสำรวจตรวจตราอาหารเช้าดูสักกะหน่อยละกัน

Counter Bar บริการฟรีสำหรับท่านที่ซื้อแพ็คเกจอาหารเช้ากับทางโรงแรมครับ สถานที่จริงมีอาหารเยอะกว่านี้ครับ สีสันสิ่งนี้มันช่างบาดตาดีจริงๆ น้ำส้มคั้นสดๆ ครับ จัดไป.. 2 ขวด!

นมสดเย็นๆ ก็ดีนะ.. ผลไม้ก็มีครับ เยอะเลย..


อร้าาาา..เเตงโมที่รัก.. #เล็งไว้ก่อน เดี๋ยวทานข้าวเสร็จค่อยแวะมาใหม่

กลับมานั่งที่โต๊ะเพื่อสั่งอาหารเช้ากัน คือว่าที่นี่ เค้าจะหมุนเวียนเมนูอาหารเช้า ซึ่งเเล้วแต่วันว่าเค้าจะมีเมนูอะไรครับ อย่างเช่นเช้าที่ผมเจอ มีให้เลือก 3 เมนู ซึ่งเเต่ละเมนู (รวมทั้งเมนูของวันอื่นๆ) ของที่นี่เค้าจะเน้นไปที่อาหารภูเก็ตประยุกต์ ถ้าเราไม่ใช่คนใต้ รับรองว่า ไม่รู้จักสักกะเมนูแน่นอนเลยอะ แต่ก็อย่างว่าครับ ที่นี่ชาวต่างชาติเยอะ ดังนั้น ก็ยังจะมีเมนูอาหารเช้าแบบฝรั่งๆ (Breakfast) ไว้ให้เลือกด้วย สำหรับใครที่อยากทานแบบธรรมดาๆ ไม่เน้นลีลาแบบผม ซึ่งผมก็สั่งอาหารเช้าธรรมดาๆครับ แอบเสียดายเหมือนกัน น่าจะลองเมนูแปลกๆบ้าง #คือส่วนตัวแล้วเวลาไปเที่ยวทะเลจะชอบกินไข่ +ไส้กรอก +แฮมอะไรแบบนี้มากๆ ก็เลยอดกินเมนูภูเก็ตเลยอ่ะ แหง่ว..

ชิ๊งส์!! มาเเล้วครับ อาหารเช้าของเรา.. สำรับใหญ่มว๊ากกกกกก เห็นตอนแรกนึกว่าจะให้กินกัน 2 คนซะอีกนะ ^^' แอบหาข้อมูลมาเหมือนกัน ได้ความว่าหมี่กรอบสีขาวๆ ที่เห็นนั่นเค้าเรียกว่า "อู่เเช้" เป็นอาหารท้องถิ่นของภูเก็ต ครับ

ตบท้ายด้วยกาแฟของคนภูเก็ตครับ อร่อยยยยย

และก็ขอปิดท้ายมื้อเช้านี้ด้วยภาพแห่งความสุขในระหว่างมื้ออาหารอร่อยๆของเราครับ ☺

 เอาหล่ะครับ เนื่องจากว่าบล็อคผมเริ่มจะยาวเป็นหางว่าวสนามหลวงละ ขออนุญาต ยกทริปการเที่ยวเกาะตาชัยทั้งหมด + สปาที่โรงแรมไว้ที่บล็อคถัดไปทางนี้ครับ (ทะเลเน้นๆ) 

ขอขอบคุณ: www.loveandaman.com

อ่านเรื่องราวเกาะตาชัยสวยๆ เพิ่มเติม คลิก!

Love Tachai Island with Love Andaman Ep.2 : กลับมาหาเธอ..เกาะตาชัยที่รัก (ตอนจบ 2/2)

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

อัลบั้มภาพ 79 ภาพ

อัลบั้มภาพ 79 ภาพ ของ Love Tachai Island with Love Andaman Ep.2 : กลับมาหาเธอ..เกาะตาชัยที่รัก (ตอนจบ 1/2)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook