เติมความสุขด้วยรสขมที่บ้านสันเจริญ จ.น่าน

เติมความสุขด้วยรสขมที่บ้านสันเจริญ จ.น่าน

เติมความสุขด้วยรสขมที่บ้านสันเจริญ จ.น่าน

ฤดูหนาวที่แล้ว ชีพจรลงเท้าพาไปรับลมหนาวไกลถึงบ้านสันเจริญ จ. น่าน  ย้อนหลังไปหลายสิบปีก่อน ว่ากันว่าดินแดนบนยอดดอยแห่งนี้เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จนมีการขนานนามว่า "สวนยาหลวง" แต่ในปัจจุบันพื้นที่นี้ไม่มีต้นฝิ่นหลงเหลืออยู่แล้ว เพราะชาวบ้านหันมาทำสวนกระทั่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของหมู่บ้าน ที่นี่จึงรายล้อมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพรอันแสนบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพของชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยนซึ่งยังคงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไว้คอกาแฟทั้งหลายพร้อมเดินทางไปลิ้มรสความขมกันหรือยัง ขอบอกว่าทริปนี้รสชาติกลมกล่อมเหมือนกาแฟที่คุณจะได้ชิม ณ บ้านสันเจริญเลยทีเดียว

เดินทางสู่แดนดอย "สวนยาหลวง"

การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างสมบุกสมบัน ถ้าใครเคยผจญภัยแบบออฟโรดหรือนั่งอยู่บนเรือไวกิ้งในสวนสนุก นั่นแหละคือความรู้สึกที่คุณจะได้สัมผัส เพราะคุณจะต้องไต่เขาไปตามถนนหนทางอันคดเคี้ยวและสูงชันประมาณ 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล  

เตรียมยาดมให้ดี สูดลมหายใจให้ลึกๆ เพื่อพบกับความระทึกตลอดเส้นทางเมื่อรถมุ่งหน้ามาได้ครึ่งทางก็ถึงยังจุดนัดหมาย โดยมี "รองเส็ง" หรือ ภัทรพล เฮงธนะเสถียร เจ้าหน้าที่ อบต. ผาทอง คอยต้อนรับและทำหน้าที่เป็นไกด์ให้เรา  นอกจากเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งรู้จักพื้นที่นี้เป็นอย่างดี เขายังเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยนที่เกิดและเติบโตที่นี่ด้วยพ้นทางลาดชันของเขาลูกสุดท้าย เราก็เข้าสู่เขตบ้านสันเจริญที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา  ก่อนเข้าที่พัก ไกด์เจ้าถิ่นขอพาลัดเลาะเยี่ยมชมหมู่บ้านกันสักหน่อย บ้านสันเจริญอยู่ในเขต ต. ผาทอง อ. ท่าวังผา จ. น่าน เป็นหมู่บ้านของชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยนที่มาตั้งรกรากอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน  ปัจจุบันความเป็นอยู่ของชาวเมี่ยนปรับเปลี่ยนไปบ้างตามความเจริญที่เข้ามา ดังเช่นบ้านเรือนหลายหลังกลายเป็นบ้านปูนหลังคามุงกระเบื้อง บางหลังเป็นบ้านไม้หลังคามุงสังกะสี แต่ถึงอย่างนั้นบ้านแบบดั้งเดิมของชาวเมี่ยนที่เป็นบ้านชั้นเดียว ฝาผนังตีด้วยไม้ พื้นบ้านเป็นพื้นดิน หลังคามุงด้วยหญ้าหรือใบตองตึง ก็ยังมีให้เห็นอยู่ตลอดเส้นทางเราพบเด็กตัวน้อยๆ แก้มสีแดงระเรื่อวิ่งเล่นหยอกล้อกัน

แม่เฒ่านั่งปักผ้าอยู่หน้าบ้าน พ่อเฒ่านั่งสานโต๊ะเก้าอี้หวายทรงกลมเอาไว้ใช้ ผู้สูงอายุส่วนมากแต่งกายด้วยชุดของชาวเมี่ยนกันเป็นปรกติ ขณะที่คนหนุ่มสาวนิยมแต่งเฉพาะในงานพิธีสำคัญเท่านั้น  มองดูแล้วเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมนี้น่าจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในฤดูหนาวเช่นนี้จากหมู่บ้านมาไม่ไกล 

พวกเราก็ถึงที่ทำการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง  แดดแรงราแสงลงแล้ว ช่วง 4-5 โมงเย็นนี้เป็นเวลาที่ชาวเมี่ยนรุ่นหนุ่มสาวจนถึงวัยกลางคนต่างลงจากดอยเพื่อนำเมล็ดกาแฟสีแดงสดซึ่งสุกเต็มที่ ที่เรียกว่า "กาแฟเชอร์รี" มาส่งขายยังที่ทำการกลุ่มฯ ก่อนกลับไปหุงหาอาหารตั้งสำรับกินกันพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวเพียงก้าวเท้าลงจากรถ เราก็ได้กลิ่นกาแฟหอมๆ แล้ว  กลิ่นหอมกรุ่นชวนให้เราเดินตามไปลิ้มรสกาแฟซึ่งชงจากเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่จากเตา  กาแฟรสขมผสานกลิ่นหอมเรียกความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจนตาสว่างกันเป็นแถว ทั้งยังพาให้อยากไปตะลุยสวนกาแฟ เพื่อสัมผัสต้นทางความขมผสมรสละมุนก่อนตะวันลับฟ้า เราแวะไปนมัสการพระพุทธรูปที่ วัดพุทธานุภาพ หรือวัดสันเจริญ ซึ่งเป็นวัดป่าในหมู่บ้าน สร้างเมื่อปี 2550  ในวัดมีลานกว้างสำหรับกางเต็นท์ พร้อมไฟฟ้าและห้องน้ำมากห้อง อีกทั้งยังมีกุฏิซึ่งมีห้องน้ำในตัวไว้จำนวนหนึ่งเพื่อรองรับแขกผู้มาเยือน  เจ้าบ้านแนะนำให้พวกเรานอนค้างคืนกันที่นี่เพื่อความสะดวกและความเป็นส่วนตัว แต่คืนนี้เราเลือกที่จะพักพิงในชายคาเดียวกับชาวเมี่ยนสักครั้ง

มิตรภาพยิ่งใหญ่ ในบ้านหลังเล็ก

บ้านไม้ชั้นเดียวภายในโอ่โถง มีห้องหับอยู่ฝั่งเดียวกัน ด้านหลังเป็นครัวซึ่งมีเตาฟืนขนาดใหญ่สำหรับหุงต้ม มุมหนึ่งของบ้านมีแท่นบูชาผีบรรพบุรุษ ตามผนังมีตัวอักษรจีนความหมายเป็นมงคลเขียนบนกระดาษสีแดงติดอยู่  คืนนี้เราจะนอนค้างคืนท่ามกลางกลิ่นอายบ้านเรือนชาวจีนในชนบทแห่งนี้บ้านหลังนี้เป็นบ้านของผู้ใหญ่เจริญศักดิ์ เลิศวรายุทธ์ หรือ "องค์นิน" ในชื่อภาษาเมี่ยน  องค์นินเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านสันเจริญ เราได้มีโอกาสมาคารวะและพูดคุยถึงเรื่องราวอันแสนข้นคลั่กกว่าจะมาเป็นบ้านสันเจริญในทุกวันนี้

ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า เดิมชาวเขาเผ่าเมี่ยนมีถิ่นฐานอยู่แถบมณฑลยูนนาน เมื่อถูกจีนรุกราน ประกอบกับการทำมาหากินยากลำบาก จึงพากันอพยพ และกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาตัรกรากที่นี่  ในเวลานั้นถนนหนทางและความเจริญยังมาไม่ถึง พื้นที่นี้จึงเสมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สิ่งที่สร้างรายได้มีเพียงการปลูกฝิ่นที่ชาวบ้านยึดเป็นอาชีพ

ต่อมาเมื่อมีโครงการพัฒนาตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขากลุ่มต่างๆ ปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทนการปลูกฝิ่น ชาวเมี่ยนที่นี่จึงหันมาปลูกพริก ปลูกฝ้าย ข้าวโพด รวมถึงพืชล้มลุกต่าง ๆ แทนกระทั่งปี 2532 ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดน่าน (ปัจจุบันคือศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 25 จังหวัดน่าน) ได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิกา ครั้งนั้นมีชาวเมี่ยนสนใจร่วมปลูกกาแฟเพียง 25 ราย โดยมีผู้นำคือผู้ใหญ่เจริญศักดิ์ รวบรวมกาแฟเชอร์รีจากชาวบ้านนำไปขายให้พ่อค้าคนกลางในเมืองและจังหวัดอื่น แต่ต่อมาเกิดปัญหาราคากาแฟเชอร์รีตกต่ำ  ในปี 2546  ผู้ใหญ่จึงพยายามรวมกลุ่มก่อตั้งกลุ่มแปรรูปกาแฟขึ้น โดยขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ในที่สุดจึงเกิดเป็น "กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง" นี้ขึ้น  ปัจจุบันมีชาวบ้านเข้าร่วมกลุ่มฯ และหันมาปลูกกาแฟครอบคลุมพื้นที่สวนยาหลวงเกือบ 2,000 ไร่ กาแฟจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวสันเจริญอย่างเป็นกอบเป็นกำ

สนทนากันอย่างออกรสได้สักพักหนึ่งก็ถึงเวลาล้อมวงกินมื้อค่ำในบรรยากาศแบบชาวเมี่ยน  แม่ครัวเอกประจำบ้านเป็นผู้ปรุงอาหารหลายเมนูในมื้อนั้น แม้จะเป็นเมนูง่ายๆ คล้ายคลึงกับที่เราคุ้นเคย ทว่าอาหารค่ำวันนั้นกลับอร่อยกว่าที่เคยคุ้น แถมยังอิ่มเอมจากการต้อนรับขับสู้ด้วยมิตรภาพอันดียิ่งอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แต่น้ำเย็นที่กลั้นใจอาบเมื่อสักครู่กลับทำให้ยิ่งสดชื่นและผ่อนคลาย ค่ำคืนนั้นเราจึงเข้านอนอย่างแสนสุข โดยมีหิ่งห้อยที่บินลอดช่องลมเข้ามาส่องแสงกะพริบวิบวับราตรีสวัสดิ์ถึงข้างหมอน

จากต้นกาแฟสู่น้ำขม ๆ กรุ่นกลิ่นหอม

เสียงทำอาหารจากห้องครัว บวกเสียงสนทนาภาษาเมี่ยนระหว่างผู้ใหญ่กับลูกชาย ปลุกเราให้ตื่นขึ้นมาสัมผัสอากาศเย็นเหน็บหนาว  ฟ้ายังไม่ทันสาง รองเส็งไกด์กิตติมศักดิ์ก็มารอเราอยู่หน้าบ้านพร้อมรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว  โปรแกรมเช้านี้มีจุดหมายที่ จุดชมทิวทัศน์สวนยาหลวง แต่เนื่องจากเมื่อคืนบนยอดดอยมีฝนลง ผู้ใหญ่จึงไม่อยากให้ขึ้นไปเพราะห่วงความปลอดภัย แต่พี่สุดเขต ลูกชายผู้ใหญ่เจริญศักดิ์ ไกด์อีกคนของเรา อยากให้ได้ขึ้นไปชมความสวยงามด้วยเห็นว่าอุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงที่นี่ ในที่สุดผองเราทั้งหลายเลยได้ออกเดินทาง ทว่ามีการกันเหนียวไว้ล่วงหน้าด้วยการพกจอบขุดดินไปเป็นอุปกรณ์เสริมช่วยกรุยทางสู่ยอดดอยเมื่อถนนคอนกรีตสิ้นสุดลง การผจญภัยครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้น เพราะต่อจากนี้จะต้องผ่านไปบนถนนดินลูกรังที่บางช่วงขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงก็ลาดชันคดโค้งไปตามไหล่เขา รวมระยะทางราว 13 กิโลเมตร จึงจะถึงยังจุดชมทิวทัศน์สวนยาหลวง อันเป็นจุดที่สูงที่สุดของหมู่บ้าน คือสูงราว 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล  พี่สุดเขตบอกด้วยว่า ตรงนั้นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทิวทัศน์รอบตัว 360 องศาสองข้างทางที่ผ่านพวกเราเห็นแต่สวนกาแฟกว้างใหญ่ปกคลุมทั่วพื้นที่ราบและไหล่เขา  

ต้นกาแฟขึ้นเรียงรายเป็นแนว บางต้นเตี้ยใบสีเขียวเข้ม ผลสีแดงดกเต็มก้านกิ่ง บางต้นสูงเป็นซุ้มโค้งให้ร่มเงายามรถแล่นผ่าน  ไกด์ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ผลกาแฟเหล่านี้จะเริ่มสุกให้เก็บได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์รถกระบะคันใหญ่พาเราไต่ความสูงแข่งกับอาทิตย์ดวงโตที่กำลังเคลื่อนขึ้นพ้นสันเขา  รองเส็งบังคับรถอย่างเคร่งขรึม โดยมีพี่สุดเขตเป็นเหมือนหางเสือคอยบอกเส้นทางของถนนว่าควรเบี่ยงไปทางซ้ายหรือขวา

 แต่ทันใดนั้นรถก็กระแทกเข้ากับไหล่ทางแล้วติดหล่มซึ่งเกิดจากสายฝนพร่างพรมเมื่อคืน  พี่สุดเขตรีบคว้าจอบลงไปเกลี่ยทาง ขณะพวกเรารีบกระโดดลงเพื่อช่วยกันพารถออกจากหล่มดินโคลนแม้รถจะหลุดจากหล่มดินมาได้ แต่เพื่อความปลอดภัยไกด์ทั้งสองต่างลงความเห็นว่าไม่ควรไปต่อ ทว่า ณ จุดนี้ ภาพพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าท่ามกลางทะเลหมอกทำให้เราไม่รู้สึกเสียเที่ยวที่ขึ้นมา ซ้ำการได้ร่วมแรงร่วมใจยิ่งพาให้ประทับใจกว่าการไปถึงจุดหมายเสียอีก

จากนั้นพวกเราก็เปลี่ยนแผนไปชม สวนกาแฟ แทน  ผลแดงๆ ตัดกับใบเขียว ของต้นกาแฟทำให้เราตื่นเต้นไม่ต่างจากเห็นพระอาทิตย์ขึ้น  เจ้าของสวนแต่ละสวนจะมาเก็บเมล็ดกาแฟกันตั้งแต่ 7 โมงเช้ากระทั่งราว 5 โมงเย็น  ยิ่งในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ผลกาแฟสุกจะยิ่งมีมากถึงกับเก็บไม่ทัน ต้องจ้างคนมาช่วยเก็บเพิ่มเลยทีเดียวกาแฟเชอร์รีที่เก็บมาจะถูกลำเลียงลงจากดอยไปส่งยังที่ทำการกลุ่มฯ 

เพื่อผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "วิธีแบบเปียก" คือนำผลกาแฟเหล่านี้ไปแช่ในบ่อน้ำเพื่อเอาเศษใบไม้หรือผลกาแฟแห้งลีบออก กาแฟเชอร์รีสภาพสมบูรณ์ซึ่งจมอยู่ในบ่อจะถูกดูดผ่านท่อกลมส่งเข้าสู่เครื่องกะเทาะเปลือกซึ่งลอกเปลือกหุ้มออก  ผลกาแฟที่ถูกลอกเปลือกออกเรียกว่า "กาแฟกะลา" จะมีผิวสีขาวอมเขียวอ่อนๆ ซึ่งเป็นผิวอีกชั้นที่หุ้มเมล็ดอยู่  

หลังจากนั้นจึงส่งกาแฟกะลาเข้าสู่กระบวนการหมักที่ช่วยสร้างรสชาติและทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพผลกาแฟที่ผ่านการหมักจะถูกนำไปตากแดดอีกราว 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงส่งเข้าเครื่องสีเพื่อสีเอากะลาหุ้มเมล็ดออก ได้เป็น "กาแฟสาร" บรรจุลงกระสอบรอพ่อค้าคนกลางขึ้นมารับซื้อ  

กาแฟสารนี้ทางที่ทำการกลุ่มฯ ได้นำบางส่วนไปคั่วและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด ในชื่อ "กาแฟสวนยาหลวง" ด้วย

ตามหาความงามซุกซ่อนในแดนดอย

การเดินทางตามหาต้นทางความขมในครั้งนี้ นอกจากจะได้เที่ยวชมสวนกาแฟ พร้อมทดลองเก็บกาแฟกับชาวเมี่ยนและชมกระบวนการผลิตกาแฟตลอดทุกขั้นตอนแล้ว ในแดนดอยสวนยาหลวงนี้เรายังได้พบความงามของธรรมชาติซ่อนอยู่ด้วย จากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันตกประมาณ 7 กิโลเมตร เราพบน้ำตกภูสัน น้ำตกขนาดใหญ่สูง 12 ชั้น ตั้งตระหง่านในแวดล้อมของป่าไม้อันสมบูรณ์  

จากจุดนี้เราเดินเท้าผ่านดงหวายและเฟินที่ขึ้นอยู่ตามทางไปอีกราว 200 เมตร ก็ถึงบริเวณชั้นที่ 12 ของน้ำตกซึ่งถือเป็นจุดที่สวยที่สุด มองเห็นสายน้ำไหลลดหลั่นไปตามชั้นหินท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้  ใครต้องการมายลโฉมน้ำตกแห่งนี้ ขอแนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว โดยต้องเดินทางด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นจึงจะผ่านทางลูกรังไปได้ แต่หากมาเยือนบ้านสันเจริญในหน้าฝน จะไม่สามารถไปเที่ยวน้ำตกภูสันได้เลย เพราะทางลื่นมาก เดินทางยากลำบาก น้ำออกรู ที่เที่ยวอีกแห่งซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันออกเพียง 1 กิโลเมตร มีตำนานเล่าขานว่า บริเวณนี้เดิมเป็นถ้ำที่ชาวบ้านซึ่งสัญจรผ่านไปมาจะได้ยินเสียงน้ำไหลดังกังวาน ต่อมาเกิดฟ้าผ่ารุนแรง ทำให้ดินถล่มลงปิดปากถ้ำ เหลือเพียงช่องผาหรือรูเล็กๆ ที่มีสายน้ำพุ่งออกมาจากซอกหินดังเช่นปัจจุบัน  น้ำออกรูซึ่งถือเป็นต้นน้ำสำคัญของห้วยน้ำลักในหมู่บ้านสันเจริญนี้ มีน้ำใสไหลรินตลอดปี ที่นี่จึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน ทั้งยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา และมีต้นต๋าวป่าให้ชาวบ้านได้มาเก็บลูกต๋าวนำไปขายเป็นรายได้เสริม แถมอุดมด้วยหวายฝาดให้เก็บไปทำแกงหวาย หวายขมให้นำไปจักสานเป็นโต๊ะเก้าอี้ทรงกลม รวมทั้งไผ่หกซึ่งนำมาสาน "เจ" หรือปุ้งกี๋ไว้ใส่เมล็ดกาแฟ

แม้เมื่อกลับถึงเมืองกรุง ครั้งใดที่จิบกาแฟ ภาพความทรงจำ ณ บ้านสันเจริญก็จะปรากฏขึ้น  รสชาติขมๆ ของกาแฟในแก้วคงเหมือนรสชาติความยากลำบากในการเดินทางครั้งนั้น ทว่าความขมนั้นก็หอมละมุนจนกลายกลับเป็นความหวานเพิ่มเติมความสุขให้ชีวิต ให้นั่งอมยิ้มทุกคราวครั้งที่หวนระลึกถึง

>>สนใจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่บ้านสันเจริญ ควรติดต่อล่วงหน้าที่ ภัทรพล เฮงธนะเสถียร (รองเส็ง) โทร. 08-2898-7473 หรือ อบต. ผาทอง อ. ท่าวังผา จ. น่าน  โทร. 0-5479-8537

>>บริการโฮมสเตย์ในหมู่บ้านสันเจริญ คนละ 300 บาทต่อคืน (รวมอาหาร 3 มื้อ และรถรับ-ส่งยังจุดท่องเที่ยว)  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกกางเต็นท์พักแรมบริเวณวัดพุทธานุภาพหรือจุดชมทิวทัศน์ได้ด้วย คิดค่าบริการอาหาร 3 มื้อโดยส่งถึงจุดกางเต็นท์ และค่ารถรับ-ส่งยังจุดท่องเที่ยว รวม 400 บาทต่อคน

เรื่อง : พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

หนาวนี้ ไปแอ่วน่าน ชวนอยู่น่าน นาน นาน นะ คลิกชมภาพ

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ดาวตกลงกลางทะเลหมอก ชุมชนเผ่ามูเซอร์" บ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ดาวตกลงกลางทะเลหมอก ชุมชนเผ่ามูเซอร์" บ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน

กิจกรรมท่องเที่ยวเดือนเมษายน 2560

กิจกรรมท่องเที่ยวเดือนเมษายน 2560

ด่วนที่สุด!! ประกาศงดจัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร 2560

ด่วนที่สุด!! ประกาศงดจัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร 2560

ร้อนนักใช่ไหม? ไปเที่ยวเมืองหิมะกันเถอะ 5 เมืองหิมะสุด "Cool" ในไทย

ร้อนนักใช่ไหม? ไปเที่ยวเมืองหิมะกันเถอะ 5 เมืองหิมะสุด "Cool" ในไทย

เด็กบ้านนอกเข้ากรุง ชมบอลไทย - ซาอุดิอาระเบีย ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

เด็กบ้านนอกเข้ากรุง ชมบอลไทย - ซาอุดิอาระเบีย ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

5 วัดงาม!! ทำบุญเสริมโชค ต้อนรับปีใหม่ไทย

5 วัดงาม!! ทำบุญเสริมโชค ต้อนรับปีใหม่ไทย

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "นอนบ้านดิน ถิ่นชิมชา ชุมชนจีนยูนนาน" บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "นอนบ้านดิน ถิ่นชิมชา ชุมชนจีนยูนนาน" บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน

ตะลุยเมืองเก่าภูเก็ต ย่านชิโนโปรตุกีสสุด Classic!!!

ตะลุยเมืองเก่าภูเก็ต ย่านชิโนโปรตุกีสสุด Classic!!!

พาใจไปพัก สวรรค์บนพื้นน้ำ ที่ "หมู่เกาะสิมิลัน"

พาใจไปพัก สวรรค์บนพื้นน้ำ ที่ "หมู่เกาะสิมิลัน"

Losin Island สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใต้ทะเล

Losin Island สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใต้ทะเล

Unseen Thailand!! พาชมเครื่องบิน Landing เหนือชายหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต

Unseen Thailand!! พาชมเครื่องบิน Landing เหนือชายหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต

พาลุย 8 สตรีทมาร์เก็ตเมืองกรุง บรรยากาศน่าไป โดนใจวัยรุ่น!!

พาลุย 8 สตรีทมาร์เก็ตเมืองกรุง บรรยากาศน่าไป โดนใจวัยรุ่น!!

หอคำหลวงที่เที่ยวสุดฮิต โลเคชั่นถ่ายทำเพลิงพระนางปิดให้เข้าชมชั่วคราว!!

หอคำหลวงที่เที่ยวสุดฮิต โลเคชั่นถ่ายทำเพลิงพระนางปิดให้เข้าชมชั่วคราว!!

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ปั่นชมวิถีชีวิต พื้นที่กระเพาะหมูสีเขียว"  ชุมชนบางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ปั่นชมวิถีชีวิต พื้นที่กระเพาะหมูสีเขียว" ชุมชนบางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ

ปรับปรุงแล้ว รถไฟไทยโดยสารชั้น 3 พร้อมต้อนรับสงกรานต์

ปรับปรุงแล้ว รถไฟไทยโดยสารชั้น 3 พร้อมต้อนรับสงกรานต์

ยิ่งใหญ่! “ช้าง – บุรีรัมย์ มิดไนท์ สงกรานต์” จัดเต็มความมันส์เต็มรูปแบบ 13-14 เมษายนนี้

ยิ่งใหญ่! “ช้าง – บุรีรัมย์ มิดไนท์ สงกรานต์” จัดเต็มความมันส์เต็มรูปแบบ 13-14 เมษายนนี้

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "พระเมตตาสร้างอาชีพ ศูนย์ศิลปาชีพเซรามิกเลื่องชื่อ" บ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร

เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "พระเมตตาสร้างอาชีพ ศูนย์ศิลปาชีพเซรามิกเลื่องชื่อ" บ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร

5 ที่หมายมหัศจรรย์ กับการท่องเที่ยวโดยรถไฟ

5 ที่หมายมหัศจรรย์ กับการท่องเที่ยวโดยรถไฟ

"บุโหลน" เกาะลึกลับแห่งทะเลอันดามัน! คนไทยน้อยคนนักที่จะรู้จัก

"บุโหลน" เกาะลึกลับแห่งทะเลอันดามัน! คนไทยน้อยคนนักที่จะรู้จัก

สืบทอดวัฒนธรรมไทย สกลนครจัดงานยิ่งใหญ่ "ผู้ไทโลก"

สืบทอดวัฒนธรรมไทย สกลนครจัดงานยิ่งใหญ่ "ผู้ไทโลก"

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์