ปางอุ๋ง เมืองหนาวที่ราวดินแดนในเทพนิยาย

ปางอุ๋ง เมืองหนาวที่ราวดินแดนในเทพนิยาย

ปางอุ๋ง เมืองหนาวที่ราวดินแดนในเทพนิยาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เดินทางขึ้นเหนือก็บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้รู้สึกพิเศษสุด ๆ เพราะจะได้มาเยือนดินแดนหนึ่งในเมืองสามหมอก หรือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ฝันใฝ่มานานว่าอยากจะมาเต็มที เคยได้ยินคำล่ำลือกันหรือเปล่า กับดินแดนที่ชื่อ "ปางอุ๋ง"
ปางอุ๋ง หรือชื่อทางการว่าโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน


ดินแดนที่นักเดินทางส่วนใหญ่นิยมมาเยือนในช่วงพฤศจิกายนไปจนสิ้นฤดูหนาว ทั้งป่าสน ทะเลสาบ ภูเขา ไอหมอก และความหนาวเย็น องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ปางอุ๋งเป็นสถานที่ในฝันของใครหลายคน และยังทำให้ปางอุ๋ง กลาย เป็น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวมาแรง ยอดฮิต อันดับต้นๆของแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย"

และนับเป็นการเดินทางที่แสนคุ้มค่า เพราะการจะมาเยือนปางอุ๋งได้ ก็ต้องขับรถตะลุยขึ้นเหนือ อ้อมผ่านภูเขาน้อยใหญ่กันมากว่า สองพันโค้ง และยังต้องติดต่อลงทะเบียนจับจองที่พำนักพักพิงอิงไอหมอกไว้ให้กับการเดินทางที่แสนพิเศษเช่นนี้ไว้ล่วงหน้าเสียก่อน เพราะทางแม่ฮ่องสอนมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเข้าพักนั้น ไม่เกิน 500 คน ต่อวัน สำหรับการเข้าพักนั้นเราอาจจะจับจองบ้านพักของโครงการก็ได้ หรือถ้าชอบความสะดวกหน่อยก็มีโฮมสเตย์ของหมู่บ้านรวมไทยที่อยู่หน้าทางเข้าปางอุ๋งไว้คอยบริการ หรือถ้าชอบความติดดิน อยากสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด ก็สามารถจองพื้นที่กางเต้นท์

พำนักได้ แต่จะจำกัดเพียง 70 พื้นที่ต่อวันเท่านั้น แต่ถ้าจะแวะมาดื่มด่ำบรรยากาศโดยไม่เข้าพักก็สามารถขับรถหรือใช้บริการรถโดยสารที่วัดนาป่าแปกเพื่อเดินทางเข้ามาได้ แต่โอกาสที่จะอยู่กับธรรมชาติและสายลมหนาวให้คุ้มค่านี้ ก็ไม่ได้มีบ่อย ๆ ซึ่งเราต้องเลือกเอา

หลังจากเดินทางมาทั้งวัน แวะเที่ยวบ้าง พักฝากท้องตามร้านอร่อยบ้าง ก็มาถึงยังจุดหมายปลายทาง ณ หมู่บ้านรวมไทย ที่พำนักพักที่จะให้เราได้นอนอิงลมหนาว รอคอยชมความสวยงามของปางอุ๋งในรุ่งเช้าที่จะถึง และหลังจากราตรีผ่านพ้นไป นาฬิกาบอกเวลา ตี 5 ครึ่ง ก็รีบลุกจากที่นอนจัดแจงภารกิจหลังตื่นนอนอย่างเร็วรี่ แล้วออกเดินไปตามทางเดินที่มุ่งสู่บริเวณริมทะเลสาบท่ามกลางแสงสลัวๆ ในเวลาฟ้าสาง เพื่อหมายจะไปให้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นเสียก่อน

ปางอุ๋ง มีลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงราย เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ โดยทั้งสองพระองค์มีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของ ราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป

ภายในปางอุ๋งนั้นเป็นป่าสนเขียวชอุ่ม ปกคลุมร่มรื่นทั่วบริเวณ ถนนทางเข้ามีราชพฤกษ์ต้นใหญ่ชูช่อดอกสีเหลืองโน้มลงมาต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทาง สร้างความสุข สดใส ให้เราสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน และก็ยังมีสวนดอกไม้ที่รวมพันธุ์ไม้เมืองหนาว ทั้งซัลเวียสีแดงสวยสด ไฮเดนเยียร์ และดอกไม้สีหวานหลายชนิดที่ผลิดอก ออกช่อ ล้อสีสันกับหมู่แมลงและแสงอาทิตย์ ให้เราได้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน

แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อพระอาทิตย์ พระเอกของงานนี้โผล่พ้นขอบฟ้า สายตาเป็นอันหยุดจับจ้อง... ถ้าหากไม่ได้มาเห็นกับตา ก็อาจไม่เชื่อว่า ในวันที่หมอกจางๆ ยามเมื่ออาทิตย์สาดแสงต้องทิวสนที่โอบล้อมทะเลสาบภายในปางอุ๋ง ให้ทิวสนส่งสีสันเป็นเหลืองอมส้ม ตัดกับทิวสนสีเขียวที่ยังไม่ต้องแสง แหม! งามแต๊ แต๊ สมชื่อ สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ปกคลุมเหนือผิวน้ำทะเลสาบ สะกดให้เรารู้สึกราวต้องมนต์อยู่ในดินแดนแสนโรแมนติค แดดจางๆ สะท้อนบนผิวน้ำทะเลสาบกว้าง ชวนให้เราต้องลงแพธรรมชาติล่องในทะเลสาบ ซึ่งเป็นหนึ่งกิจกรรมเบาเบา ที่ให้เราได้นั่งแพท่ามกลางหมอกจางๆ ยลหงส์ขาวและหงส์ดำ เหล่าดาราแห่งปางอุ๋ง ที่ว่ายผ่านไปมาแบบใกล้ชิด แถมยังได้ยลทัศนียภาพทั่วปางอุ๋งอีกด้วย ส่วนค่าบริการแพก็อยู่ที่ครั้งละ 150 บาท นั่งได้ประมาณ 2-3 คน

หลังจากนั่งแพเพลิน ๆ จนทั่วทะเลสาบปางอุ๋งแล้ว ก็เลยขึ้นมาเดินชมทัศนียภาพปางอุ๋งต่อ เหลียวซ้าย แลขวา ก็อดคิดไม่ได้ว่า นี่หลงมาในเมืองเทพนิยายหรือเปล่า ทิวทัศน์ในทุกย่างก้าวที่ผ่านสะกดเราให้รู้สึกราวถูกต้องมนต์
สวยปานนี้..ทำเอาหลงเสน่ห์เมืองหนาวจนไม่อยากจะกลับเสียเลย

แผนที่ปางอุ๋ง

ที่มา : มูลนิธิโครงการหลวง

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook