มหาสงกรานต์สังขละ พลังศรัทธาชาวมอญ

มหาสงกรานต์สังขละ พลังศรัทธาชาวมอญ

มหาสงกรานต์สังขละ พลังศรัทธาชาวมอญ

"มะเงยระอาว" ในวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทย "นายรอบรู้" มีโอกาสได้เข้าร่วมงานและเที่ยวชมประเพณีสงกรานต์มอญที่ ชุมชนวัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "ชุนชนวัดวังก์" อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามคำเชิญชวนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เราจึงขอเปิดเรื่องด้วยคำทักทายภาษามอญกันเสียหน่อย

ชาวมอญหลั่งไหลเข้ามาร่วมพิธีสรงน้ำพระที่เจดีย์พุทธคยา

การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นความทรงจำที่ดีและงดงามมากทีเดียว เพราะบรรยากาศของงานในแต่ละวันเต็มไปด้วยรอยยิ้มน่ารักที่แสดงถึงมิตรภาพและน้ำใสใจจริง บวกกับภาพกิจกรรมสุดแสนอลังการที่แสดงให้เห็นความสามัคคี รวมเป็นหนึ่งเดียวของชาวมอญ และนายรอบรู้ได้เก็บตกภาพบรรยากาศพร้อมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับมอญมาให้ติดตามกัน

ประเพณีมหาสงกรานต์ของคนมอญ ชุมชนวัดวังก์ คือ การทำบุญวันขึ้นปีใหม่ไทย และถือเป็นประเพณีการทำบุญครั้งใหญ่ประจำปี แต่การกำหนดวันของการจัดงานจะเปลี่ยนแปลงไปตามปฏิทินสงกรานต์ ซึ่งโดยรวมจะมีระยะเวลาในการจัดงานทั้งหมด 5 วัน และในแต่ละวันก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ได้แก่ วันสงกรานต์ลง วันคาบปี วันขึ้นปีใหม่ วันสรงน้ำพระ และวันกรวดน้ำ โดยกิจกรรมส่วนใหญ่ของ 3 วันแรก คือ การถือศีล นอนวัด เพื่อทำจิตใจให้ผ่องใส ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง ซึ่งผู้ปฎิบัติส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่

ในช่วงเวลาการถือศีลตั้งแต่วันสงกรานลงจนถึงวันขึ้นปีใหม่ ผู้เฒ่าผู้แก่จะมาจำศีลที่วัด ลูกหลานจะมารดน้ำและอาบน้ำให้

ส่วนลูกหลานจะนำอาหารสำรับมาให้ผู้ใหญ่ที่วัด และช่วงเย็นจะนำน้ำมาอาบ หรือรดน้ำให้เพื่อทำความเคารพและแสดงความกตัญญูกตเวที อีกทั้งบริเวณลานด้านหน้าเจดีย์พุทธคยา ยังมีกิจกรรมก่อเจดีย์ทรายขนาดใหญ่ โดยจะมีชาวมอญในชุมชนเวียนกันมาทำบุญและช่วยกันก่อพระเจดีย์ทรายกันอย่างไม่ขาดสาย และในส่วนของ 2 วันที่เหลือ คือ วันสรงน้ำพระและวันกรวดน้ำ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษของประเพณีสงกรานต์มอญเลยก็ว่าได้ เพราะลักษณะของกิจกรรมจะมีความแตกต่างไปจากประเพณีของไทยอย่างสิ้นเชิง

ให้พระเดินเหยียบหลัง เสริมมงคลชีวิต

ในวันที่สี่ หรือที่เรียกว่า "วันสรงน้ำพระ" คือ วันที่ชาวมอญจะทำพิธีสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ ซึ่งก่อนจะสรงน้ำพระ จะมีการทำพิธีพิสูจน์ความเชื่อและความศรัทธาให้พระเดินเหยียบหลังพุทธศาสนิกชนก่อน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวมอญเชื่อและศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง และมีมานานกว่า 30 ปีแล้ว ส่วนพุทธศาสนิกชนที่จะนอนให้พระสงฆ์เหยียบได้นั้นต้องเป็นเพศชายเท่านั้น

ชาวบ้านนอนกลางแดดให้พระเหยียบหลังตามความเชื่อความศรัทธาว่าจะช่วยเสริมมงคลให้ชีวิต

ความเชื่อและความศรัทธาให้พระเหยียบหลังของชาวมอญ ชุมชนวังก์ มีมาตั้งแต่ครั้นสมัย "พระราชอุดมมงคล" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "หลวงพ่ออุตตมะ" อดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์ที่โด่งดังและเป็นที่นับถือของพุทธศาสนิกชน ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งก่อนสรงน้ำพระ จะมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมารอให้ท่านเดินเหยียบหลัง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ปัจจุบันความเชื่อและความศรัทธาเช่นนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่ แต่พระภิกษุที่จะขึ้นไปเหยียบได้นั้น จะต้องเป็นพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถทำได้

ขั้นตอนกิจกรรมพระเดินเหยียบหลังพุทธศาสนิกชน จะเริ่มต้นจากพระภิกษุเดินเรียงกันเป็นแถวลงมาจากบันไดเจดีย์พุทธคยา จากนั้นจะเดินเหยียบขึ้นไปบนหลังของพุทธศาสนิกชนที่นอนเรียงราย ก่อนจะไปนั่งที่เก้าอี้ รอการสรงน้ำพระ ถึงแม้ระยะทางจากบันไดไปถึงเก้าอี้นั่ง จะไม่ถึง 10 ม. แต่พลังความเชื่อและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไม่ได้น้อยเหมือนดั่งระยะทางเอาเสียเลย ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่นต่างนอนคว่ำเบียดเสียดกันแน่น เพื่อรอเวลาให้พระภิกษุเดินขึ้นไปเหยียบบนหลังตน และในขณะที่พระภิกษุเดินขึ้นไปเหยียบ ใบหน้าของชายที่นอนเรียงรายกัน ล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจและความศรัทธา ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรอยยิ้มและท่าทางที่แสดงถึงความดีใจรวมอยู่ด้วย

การสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่

หลังจากกิจกรรมพิสูจน์ความเชื่อและความศรัทธาของชาวมอญที่ให้พระเดินเหยียบหลัง จะเป็นการเข้าสู่กิจกรรมการสรงน้ำพระของชาวมอญวัดวังก์ ซึ่งเป็นภาพที่แตกต่างไปจากการสรงน้ำพระทั่วไป

ลักษณะของการสรงน้ำพระชาวมอญ จะสรงผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ เนื่องมาจากความเคร่งครัดของพระพุทธศาสนาที่ผู้หญิงไม่ควรจะถวายของแด่พระภิกษุโดยตรง จึงทำให้จำเป็นต้องมีฉากกั้นและใช้รางกระบอกไม้ไผ่เข้ามากั้นกลาง ซึ่งรางกระบอกไม้ไผ่ที่ใช้จะถูกนำมาต่อเรียงรายจนมีความยาวกว่า 50 เมตร ที่สำคัญการใช้รางกระบอกไม้ไผ่ยังช่วยให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำพระกันอย่างทั่วถึง ถึงแม้จะมีคนมหาศาลแต่ก็จะได้สรงน้ำกันครบทุกคนกันโดยไม่ต้องเบียดเสียดยัดเยียดกัน

ถึงแม้อากาศจะร้อน แต่ด้วยพลังศรัทธาทำให้ชาวมอญยังคงมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงไม่ใช้ท่อพลาสติกเป็นรางน้ำแทนกระบอกไม้ไผ่ พระมหาสุชาติ สิริปญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ได้อธิบายถึงนัยที่แฝงอยู่ในการเลือกใช้กระบอกไม้ไผ่แทนท่อพลาสติกที่สะดวกสบายและสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน เพราะการใช้กระบอกไม้ไผ่จะต้องทำขึ้นใหม่ทุกปี ชาวบ้านต้องมาช่วยกันทำ จะช่วยส่งเสริมความสามัคคีกลมเกลียวและความเสียสละไปด้วย

การประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับสรงน้ำพระ จะเริ่มด้วยชาวมอญในชุมชนออกไปตัดต้นไผ่เพื่อที่จะนำลำต้น หรือที่เราเรียกกันว่า กระบอกไม้ไผ่ มาทำเป็นรางน้ำเพื่อสรงน้ำพระ โดยกระบอกไม้ไผ่ที่นำมาใช้นั้นจะต้องมีขนาดหนาและใหญ่ จากนั้นชาวบ้านจะนำกระบอกไม้ไผ่มาผ่าครึ่ง และนำมาผูกต่อเรียงรายเป็นแถวๆ นับสิบราง ซึ่งจะมีรางหลักอยู่จำนวน 3 ราง ส่วนรางที่เหลือจะมุ่งตรงมาบรรจบที่รางหลัก เพื่อให้น้ำไหลผ่านฉากดอกไม้ มาสู่พระภิกษุที่นั่งรอการสรงน้ำอยู่หลังฉาก

อีกทั้งในขณะที่สรงน้ำพระ จะมีเจ้าหน้าที่ถือธงสัญญาณสีเขียวและสีแดง หากถือธงเขียว นั่นหมายความว่าให้ชาวบ้านเทน้ำอบ หรือน้ำหอมลงราง น้ำก็จะไหลจากต้นรางมาสู่ปลายราง แต่เมื่อใดก็ตามที่ยกธงแดง นั่นหมายความว่า พระภิกษุที่นั่งอยู่หลังฉากได้สรงน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านทุกคนจะต้องหยุดเทน้ำใส่รางกระบอกไม้ไผ่

ขบวนผ้าป่าครึกครื้น คนมอญคึกคัก

เช้าวันสุดท้าย หรือ"วันกรวดน้ำ" เป็นวันที่ชาวมอญจะนำผลบุญที่ได้จากการทำบุญมาตลอด 4 วัน แผ่กุศลไปให้ผู้อื่น ซึ่งในตอนเช้ากิจกรรมของพวกเขา คือ การแห่ขบวนผ้าป่า โดยชาวบ้านจะมารวมตัวและตั้งขบวนกันที่ตลาดกลางหมู่บ้าน และจะเดินเท้านำจตุปัจจัยไทยทานมาถวายวัด

บรรยากาศพิธีถวายกองผ้าป่าอันศักดิ์สิทธิ์บนศาลาที่วัดวังก์วิเวการามในวันที่ห้า หลังจากนั้นจะมีการยกฉัตรสู่ยอดเจดีย์ทรายและกรวดน้ำแผ่บุญกุศล

ชาวบ้านเต้นกันอย่างสนุกสนาน ในขบวนแห่ผ้าป่า

ขบวนแห่ผ้าป่าสุดอลังการยาวกว่า 500 ม. จากตลาดตรงเข้าสู่วัด

กองผ้าป่าของชาวมอญที่จัดวางไว้บนศาลา ต่างประดับประดาอย่างสวยงาม

บรรยากาศพิธีถวายกองผ้าป่าอันศักดิ์สิทธิ์บนศาลาที่วัดวังก์วิเวการามในวันที่ห้า หลังจากนั้นจะมีการยกฉัตรสู่ยอดเจดีย์ทรายและกรวดน้ำแผ่บุญกุศล

บรรยากาศการแห่ขบวนผ้าป่า จะมีทั้งชายหญิงตั้งแต่ผู้ใหญ่จนถึงวัยรุ่น บ้างนำเครื่องสังฆทานเทินไว้บนศีรษะ บ้างเต้นตามเสียงเพลงของวงดนตรีในขบวนแห่อย่างสนุกสนาน ส่วนที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง คือ กองผ้าป่าที่ประดับประดาไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานภายในวัด เช่น ช้อน ทัพพี และสมุด อีกทั้งยังมีการประดับด้วยธนบัตรจำนวนมาก จึงทำให้ขบวนผ้าป่าของชาวมอญดูแล้วแปลกตามาก

ก่อพระเจดีย์ทราย

หลังจากที่ชาวมอญได้นำกองผ้าป่าไปถวายที่วัดเป็นที่เรียบร้อย จะแห่ขบวนฉัตรจากวัดวังก์วิเวการามเดินเท้ามายังลานข้างหน้าเจดีย์พุทธคยา เพื่อยกฉัตรขึ้นไปสู่ยอดเจดีย์ทรายที่พวกเขาช่วยกันก่อเอาไว้ ซึ่งการก่อพระเจดีย์ทรายในประเพณีสงกรานต์ มีความเชื่อกันว่าเป็นอุบายให้คนขนทรายเข้าวัด เพราะทุกปีเมื่อคนเข้ามาทำกิจกรรมในวัดก็จะเหยียบย่ำทรายติดเท้าไป ถึงสงกรานต์จึงต้องนำทรายมาคืน ซึ่งนับเป็นผลประโยชน์ทางอ้อมอย่างหนึ่ง เพราะ คนจะได้บำเพ็ญประโยชน์ และวัดจะมีทรายไว้ใช้ในการบูรณะสิ่งก่อสร้าง

เจดีย์ทรายขนาดใหญ่ที่เกิดจากพลังความสามัคคีของชาวมอญ เป็นการขนทรายมาให้วัดได้ใช้ประโยชน์

ถัดจากการยกฉัตรสู่ยอดเจดีย์ทราย ชาวมอญจะเดินกลับมาที่ศาลาวัดอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำบุญกรวดน้ำ อุทิศแผ่บุญกุศลไปให้ผู้อื่น ซึ่งจะเป็นอันจบสิ้นประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญวัดวังก์อย่างแท้จริง นับเป็นประเพณีที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ น่าสนใจและตื่นตา คงจะดีไม่น้อยถ้าใครจะหาโอกาสมาเยือนสักครั้ง

  

ชาวมอญแวะเวียนกันมาสักการะเจดีย์ทราย(ซ้าย). ชาวมอญจะนำทรายเทินไว้บนศีรษะเพื่อนำมาร่วมก่อพระเจดีย์ทราย(ขวา)

นอกจากงานประเพณีสงกรานต์ที่น่าสนใจและตื่นตา สังขละบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เราเที่ยวชมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ล่องเรือชมเมืองใต้บาดาล วัดเก่าของหลวงพ่ออุตมะที่จมอยู่ใต้บาดาล ด่านเจดีย์สามองค์ซึ่งเป็นสุดเขตชายแดนสยามของภาคตะวันตก วิถียามเช้าบนสะพานมอญ และภาพการใส่บาตรยามเช้าในหมู่บ้านมอญ หากใครสนใจแวะเวียนมาเที่ยวกันได้ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เรื่องและภาพ : วรัตถา คงศิลธรรม

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

อัพเดตสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เกาะล้าน เชียงใหม่ สวนผึ้ง หัวหิน เกาะเสม็ด
แวะชมแหล่งท่องเที่ยว เกาะช้าง เชียงคาน ภูเก็ต เขาใหญ่ และ ปาย

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

๙ ตามรอยพ่อ วัดพระแท่นดงรัง – โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์

๙ ตามรอยพ่อ วัดพระแท่นดงรัง – โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์

ออกเดินทางตามหาหมอกหนาๆ และ ธรรมชาติสวยๆ  ณ ห้วยน้ำดัง

ออกเดินทางตามหาหมอกหนาๆ และ ธรรมชาติสวยๆ ณ ห้วยน้ำดัง

ทุ่งดอกดาวเรือง สว่างงามเหลืองทั่ว " สุโขทัย "

ทุ่งดอกดาวเรือง สว่างงามเหลืองทั่ว " สุโขทัย "

เตรียมจัดกระเป๋าขึ้น เขาคิชฌกูฏ นมัสการขอพร รอยพระพุทธบาทในปี 2560

เตรียมจัดกระเป๋าขึ้น เขาคิชฌกูฏ นมัสการขอพร รอยพระพุทธบาทในปี 2560

ตะลุยเขาเต่า หาดลับ ของหัวหิน

ตะลุยเขาเต่า หาดลับ ของหัวหิน

ชมดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนวาง เวอร์ชั่นไม่กลัวฝน

ชมดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนวาง เวอร์ชั่นไม่กลัวฝน

9 ภูห้ามพลาด ชมทะเลหมอก ณ จังหวัดเลย

9 ภูห้ามพลาด ชมทะเลหมอก ณ จังหวัดเลย

พาทัวร์ย้อนยุคตลาดน้ำวินเทจที่ " ดำเนินสะดวก "

พาทัวร์ย้อนยุคตลาดน้ำวินเทจที่ " ดำเนินสะดวก "

10 อาหารจานยักษ์ทั่วประเทศไทย ที่ขอบอกว่าต้องไปลอง!!

10 อาหารจานยักษ์ทั่วประเทศไทย ที่ขอบอกว่าต้องไปลอง!!

อุโมงค์สุด " อาร์ต " เมืองแห่งศิลปะล้านนา จ.เชียงใหม่

อุโมงค์สุด " อาร์ต " เมืองแห่งศิลปะล้านนา จ.เชียงใหม่

ซากุระสีชมพู ณ ภูลมโล

ซากุระสีชมพู ณ ภูลมโล

7 sky bar สุดชิลต้อนรับลมหนาวแรกของปี

7 sky bar สุดชิลต้อนรับลมหนาวแรกของปี

ภูเก็ต เที่ยวครบ ในราคา Backpack

ภูเก็ต เที่ยวครบ ในราคา Backpack

เดินเล่น กินลม ชมวิว @ เขาแหลมหญ้า

เดินเล่น กินลม ชมวิว @ เขาแหลมหญ้า

Bangkok Mini Maker Faire: เมกเกอร์แฟร์ ปี 2 ทำของมาอวด

Bangkok Mini Maker Faire: เมกเกอร์แฟร์ ปี 2 ทำของมาอวด

SEEVIEW สุดชิค "เนินนางพญา" ถนนบูรพาชลทิต

SEEVIEW สุดชิค "เนินนางพญา" ถนนบูรพาชลทิต

การรถไฟฯ จัดเดินขบวนรถนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตามรอยพระบาท ร.9

การรถไฟฯ จัดเดินขบวนรถนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตามรอยพระบาท ร.9

วิวหลักล้านอยู่แค่หน้าบ้าน " ภูลังกา "

วิวหลักล้านอยู่แค่หน้าบ้าน " ภูลังกา "

จักรพงษ์ วิลล่า วังที่พักกลางกรุงเทพ ติดริมแม่น้ำ ของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์

จักรพงษ์ วิลล่า วังที่พักกลางกรุงเทพ ติดริมแม่น้ำ ของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์

รวม 15 สถานที่ท่องเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560

รวม 15 สถานที่ท่องเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์